- 30 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 เวลา10.30 น. ที่โรงแรมประจักษ์ตรา อ.เมืองอุดรธานี นายแพทย์ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการระดับทวิภาคีพัฒนาศักยภาพการบำบัดรักษาและ ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดระหว่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประเทศไทย โดยมีผู้ร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้ปฏิบัติงานด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดจาก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จำนวน 40 คน นำโดยนายวงเพชร แสนวงสา รองเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อตรวจตราและควบคุมยาเสพติด รวมถึงผู้แทนโรงพยาบาลในเขตบริการสุขภาพที่ 8 ผู้แทนจากสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ภูมิภาค รวมทั้งสิ้น 100 คน ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน 2561
นพ.ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า การพัฒนาศักยภาพการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด และสารเสพติดระหว่างประเทศไทยและ ประเทศ สปป.ลาว ในระยะที่ผ่านมา เป็น การต่อยอดมาจากการประชุมระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน เรื่องยาเสพติด และการประชุมทวิภาคี ไทย-ลาว ในเรื่องดังกล่าว มีมติตกลงความร่วมมือในเรื่องการพัฒนาศักยภาพการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ ติดยาเสพติดและสารเสพติดในลักษณะให้ความช่วยเหลือ โดยมอบให้กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานดำเนินงานร่วมกับแผนโคลัมโบ
โดยแผนงานดังกล่าวจะเป็นแผนงานการให้ความช่วยเหลือ การอบรม ให้ความรู้ ทางด้านวิชาการยาเสพติดทั่วไป และอบรมบุคลากรที่ทำงานเกี่ยวกับยาเสพติด แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยยาเสพติดของ ประเทศ สปป. ลาว หลัง จากนั้นเจ้าหน้าที่บุคลากรของลาว จะได้เอาวิชาความรู้ประสบการณ์ นำกลับไปใช้ในการดูแลรักษา ฟื้นฟูผู้ป่วยติดยาเสพติด และสารเสพติดของลาวต่อไป ซึ่งขณะนี้การดำเนินงานที่ผ่านมาก็มีผลสำเร็จแล้วในระดับหนึ่ง
ส่วนแผนงานการดำเนินการในระยะนี้ก็คือ ทางกรมการ แพทย์ และ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ภูมิภาค เพิ่มการให้ความช่วยเหลือร่วมมือ ในการทำการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน การพัฒนาศักยภาพในการบำบัดรักษาฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด และสารเสพติดของบุคลากรลาว ซึ่งยังขาดประสบการณ์ในด้านนี้อยู่ให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น เป็นการฝึกอบรมระยะกลาง4 -6 เดือน จะ ทำให้การพัฒนาศักยภาพการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาเสพติดและสารเสพติดของ ลาว สามารถรองรับกับจำนวนผู้ป่วยที่จะเข้ารับการรักษาฟื้นฟูที่เพิ่มขึ้น
สำหรับอนาคตต่อไป โครงการการให้การช่วยเหลือพัฒนาศักยภาพการรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดและสารเสพติด ที่ประเทศไทยกับประเทศ สปป.ลาว นี้ มีแผนการและแนวทางที่จะมีการขยายผลออกไปสู่ประเทศต่างๆในกลุ่มประเทศอา เซียน เช่น กัมพูชา ซึ่งก็ได้เริ่มไปในระดับหนึ่งแล้ว และประเทศเมียนมาร์ เวียดนาม ที่มีความต้องการในเรื่องของการพัฒนาศักยภาพบำบัดรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดและสารเสพติด ให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น และให้มีการดำเนินการต่อเนื่อง เพราะว่าสถานการณ์ของการใช้ และการผลิตยาเสพติดในกลุ่มประเทศอาเซียนยังมีสถานการณ์ที่ไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลงไป และ เป็นไปตามองค์การสหประชาชาติและองค์การอนามัยโลก ที่เห็นชอบในการใช้แนวทางสาธารณสุขเข้ามาร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติด อีกทางหนึ่ง คือการให้การบำบัดฟื้นฟู เพื่อที่จะกลับเข้าสู้สังคมแบบไม่ต้องหลบๆซ่อนๆ
รองอธิบดีกรมการแพทย์ ได้กล่าวว่า ในความแสดงความคิดเห็นในประเด็นปัญหาของกัญชา ที่หลายฝ่ายอยากให้เป็นเรื่องของที่ถูกตามกฎหมายว่า ในกลุ่มประเทศอาเซียนยังถือว่ากัญชาเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและห้ามมีไว้ในครอบ ครอง ส่วนที่ว่านี้ เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ทางการแพทย์นั้น ก็ต้องระบุให้ชัดเจนว่า มีประโยชน์อย่างไร อะไร และหากว่ากัญชามีประโยชน์ต่อทางแพทย์ ก็ต้องมีการเทียบเคียงกันว่า ประโยชน์ ของกัญชาที่มี กับ การรักษาแบบเดิมๆที่มีมา อะไรมีมากกว่ากัน และความคุ้มค่า ว่า อันไหนที่ให้ผลคุ้มค่ากว่ากันและประหยัดกว่ากัน และ ในเรื่องของการควบคุมกัญชาไม่ให้กระจายแพร่หลายออกไป จะเป็นเรื่องใหญ่ ขอฝากให้มีการพิจารณากันให้ดี
นายกฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี ภูมิภาค สำนักข่าว ทีนิวส์
