- 31 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นักเรียนสตูลจาก 12 โรงเรียนทดลองการเป่าวัดระดับนิโคตินในร่างกาย ซึ่งเป็นเครื่องมือทดสอบว่าร่างกายได้รับสารนิโคตินไปมากน้อยเท่าไหร่ ซึ่งเป็นหนึ่งในการทดลองให้นักเรียนกลุ่มเสี่ยงชั้น ป.6 ได้ดูเพื่อเห็นถึงภัยร้ายจากบุหรี่และควันพิษจากบุหรี่ ที่เข้าไปทำร้ายร่างกาย และหัวใจ สร้างความตื่นเต้นให้กับนักเรียนก่อนจะปฏิญาณตนจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับบุหรี่และสารเสพติดทุกชนิด ในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2561 ณ ห้องประชุมแก้วโกเมน โรงพยาบาลสตูล นายกิตตินันท์ ยังเจริญ นักวิชาการสาธารณสุข หัวหน้ากลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลสตูล จัดโครงการอบรมและพัฒนาศักยภาพเครือข่ายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ศูนย์สุขภาพชุมชน และระบบคัดกรองบุหรี่ เพื่อป้องกัน แก้ปัญหา พฤติกรรมการสูบบุหรี่ ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสตูล ปี 2561 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อลดปัญหานักสูบหน้าใหม่ในโรงเรียน และจัดอบรมเนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ซึ่งตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปี
ในส่วนของกิจกรรมลดปัญหานักสูบหน้าใหม่ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียน ป.6 จาก โรงเรียน 12 แห่ง คือ เทศบาล 1-4 รุ่งทิพย์ จงหัว ปิยนุสรณ์ บ้านคลองขุด ราชประชานุเคราะห์ ทักษิณสยาม อนุบาลสตูล ร่วม 180 คน โดยมีการสาธิตอันตรายจากบุหรี่ และบุหรี่มือสอง ทดสอบสารนิโครตินจากการเป่าเพื่อวัดระดับ นิทรรศการให้ความรู้ เรื่องพิษภัยจากการสูบบุหรี่ รวมถึงการบรรยายเรื่องอันตรายจากบุหรี่ นางสาวปวีณา มรรคาเขต นักวิชาการสาธารณสุข รพ.สตูล กล่าวว่า พบว่าอัตราการสูบบุหรี่ของเด็กไทยสูงเป็นอันดับที่สามของกลุ่มประเทศอาเซียนรองจากอินโดนีเซียและมาเลเซียเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของอำเภอเมือง จังหวัดสตูล ภาคใต้เป็นอันดับหนึ่ง ของประเทศที่มีผู้สูบบุหรี่เป็นจำนวนมากประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะผู้ชายไทยนิยมสูบบุหรี่กันมาก การสูบบุหรี่เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพโรคร้ายต่างๆ ตลอดจนก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และบุคคลที่อยู่รอบข้าง ที่เรียกว่าบุหรี่มือสอง การอบรมในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดี ที่ผู้เข้าอบรมทุกท่านจะได้ทราบถึงพิษภัยของบุหรี่ รวมถึงเทคนิคกระบวนการ
และขั้นตอนในการเลิกบุหรี่ เป็นการเริ่มต้นที่ดีในการตั้งใจเลิกบุหรี่ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและบุคคลรอบข้าง จากการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ. 2560 พบว่าในประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปทั้งสิ้น 55.9 ล้านคนเป็นผู้สูบบุหรี่ 10.7 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 19.1 โดยเป็นผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ 9.4 ล้านคนคิดเป็นร้อยละ 16.8 และเป็นผู้ที่สูบบุหรี่นานๆครั้ง 1.3 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 2.2 อัตราการสูบบุหรี่ตามกลุ่มวัยพบว่า กลุ่มวัย 25 ถึง 44 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่ สูงสุดคิดเป็นร้อยละ 21.9 กลุ่มอายุ 45 ถึง 59 ปีร้อยละ 19.9 และอายุ 20 ปีถึง 24 ปีร้อยละ 20.7 สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไปร้อยละ 14.4 กลุ่มเยาวชนอายุ 15 ถึง 19 ปีมีอัตราการสูบต่ำสุด ผู้ชายสูบบุหรี่มากกว่าผู้หญิง 22 เท่า นอกเขตเทศบาลมีอัตราการสูบบุหรี่สูงกว่าในเขตเทศบาล ร้อยละ 20.9 และ 17.0 ตามลำดับ อัตราการสูบบุหรี่สูงสุดในภาคใต้ร้อยละ 24.5 รองลงมาได้แก่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือร้อยละ 21.1 ภาคกลางและภาคเหนือมีอัตราการสูบบุหรี่ใกล้เคียงกันร้อยละ 17.6 และร้อยละ 17.1 ตามลำดับ องค์การอนามัยโลก ยังได้ระบุว่า ในแต่ละปีคนไทยได้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดประมาณ 15000 คน มีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ สารนิโคติน สารเคมีอันเป็นพิษ และก๊าซต่าง ๆ ในควันบุหรี่ ก่อให้เกิดโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน เนื่องจากมันเข้าไปทำลายผนังหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือด หลอดเลือดตีบตัน ขัดขวางการลำเลียงออกซิเจนไปสู่หัวใจกล้ามเนื้อ และอวัยวะต่าง ๆ ผู้ใหญ่ที่วัยทำงานสูบบุหรี่มีความเสี่ยงสูง และเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองอุดตันมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึงสี่เท่า
เอนก ขันทสิกรรม ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์จังหวัดสตูล
