- 31 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง.ผบช.ทท.ได้ลงข้อความ ในเพจส่วนตัวว่า......??? #สื่อมวลชน ที่กดติดตามเพจผมอยู่ ช่วยกระจายข่าวด้วย ไม่ต้องบอกว่าตัวเองเล็ก หรือไปป่าวประกาศว่า "ใครใหญ่" มาจากไหน เพราะคนโกหกสร้างเรื่องใส่ร้ายคนอื่น จุดจบคือ "คุก" นะครับ กระบวนการนำสืบพิสูจน์ได้หมดป้อนข้อมูล สร้างข่าวเท็จข่าวลวง กระทบรัฐบาลเสียหาย จับแล้ววันนี้ 5 ราย ... อาชญากรทางโซเชียลมีมาก รวมทั้งพวกที่ชอบป้ายสีให้ข้อมูลเท็จใส่ร้ายคนอื่น จะโดยการสร้างกระแสเรียกค่าให้ตัวเอง หรือกลั่นแกล้ง ให้คนอื่นได้รับความเดือดร้อนเสียหาย ระวังตัวนะครับ "โดนยกแก๊ง" ส่วนใครจะมีแฟนเพจเยอะ หรือกองหนุนมากขนาดไหน หากคุณ โกหกสร้างเรื่อง ปลุกปั่น รวมไปถึง "ผู้ส่งต่อข้อมูลหลักฐานเท็จ ไปให้คนอื่นเผยแพร่ต่อ" เพื่อกระทำการ #ใส่ร้ายคนอื่น ระวังจะหมดอนาคตนะครับ ผมเตือนทุกคน
นี่คือการการประกาศ ให้ชาวโลกโซเชียล ได้รับรู้ถึงความเสียหายที่มันเกิดขึ้นเพราะการกระทำที่สระใจ ของคนที่ชอบลง และด่าคนอื่น โดยไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริง .....!!!!ต่อไปนี้ถ้ามีก็คุกอย่างเดียว เพราะมันสามารถนำสืบได้ .....!!!!กรณีดังกล่าว ได้มีการแถงข่าวถึงที่มาของ เว็บไซต์ โดยมีนายรัตนะ เฮง ชาวกัมพูชา เป็นเจ้าของ…..ที่ห้อง ประชุม บก.ปอท. ชั้น 4 ศูนย์ราชการอาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.
แถลงข่าวผลการสืบสวน เว็บไซต์ที่ลงข่าวปลอมชื่อ ได้เขียนข้อความโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า.คสช. เรื่องน้ำมันแพง พร้อมทั้งจับจับกุม 6 คนไทย ที่แชร์ข่าวดังกล่าวออกไปในคดี พ.ร.บ.คอมฯ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์เผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ 191 บก.ทท. บก.ปอท. ร่วมกันสืบสวนกรณีผู้ไม่หวังดีทำเว็บไซต์และเผยแพร่ข่าวโจมตี นายกรัฐมนตรี ในเรื่องน้ำมันที่ประเทศไทยราคาสูงขึ้น ในข้อความ “ไล่ให้ไปเติมน้ำเปล่าแทน” เป็นข่าวที่สร้างความเสียหายให้รัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีในที่สุดสืบทราบว่ามาจากเว็บไซต์ โดยมีนายรัตนะ เฮง ชาวกัมพูชา เป็นเจ้าของ และนายรัตนะยังมี แอดมินอีกจำนวนมาก พร้อมทั้งเดินทางเข้าออกประเทศไทยหลายครั้ง ด้วยการผ่านด่าน คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีสำนักพิมพ์อยู่ที่ประเทศกัมพูชา มีแนวคิดต่อต้านรัฐบาลไทย
เบื้องต้นได้รวบรวมหลักฐานก่อนขอศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับนายรัตนะ เลขที่ 1154/2561 ลงวันที่ 30 พ.ค.2561 ข้อหา “นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ สร้างความเสียหายต่อความมั่นคงประเทศฯ” ตาม พ.ร.บ.คอมฯ มาตรา 14(3) โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ ขณะนี้กำลังประสานกับทางการกัมพูชา เพื่อดำเนินการจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมาย“นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังดำเนินคดี 6 คนไทย ที่ได้มีการแชร์ข้อมูลข่าวสารจากเว็บไซต์ของผู้ต้องหา ทั้งหมดสารภาพแต่ไม่มีเจตนาแอบแฝงหรือแนวคิดทางการเมือง เจ้าหน้าที่ แจ้งข้อหา นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ เข้าสู่ระบบคอมฯ ตาม พ.ร.บ.คอมฯ ดังนั้นเพื่อไม่ให้บุคคลอื่นทำกระทำตาม ในการแชร์ ต้องมีวิจารณญาณ ให้ดีด้วย” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว
ภาพ/ข่าว สุทัศน์ บุญช่วยเหลือ ทีมข่าวเฉพาะกิจสำนักข่าวทีนิวส์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี
