- 31 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 31 พค.61 ที่ สภ.บ้านในหูต อ.หลังสวน จ.ชุมพร พ.ต.ท.นิวัติ ชื่นวิเศษ สวญ. พ.ต.ท.ภักดี ตันอนุกูล สวส. ร.ต.อ.ไกรสิทธิ์ เพชรคีรี พงส. ได้ร่วมประชุม พร้อมนำหลักฐาน รายละเอียดต่างๆ ในคดีปล้นฆ่า นายสมพร ชูบ้านนา อายุ 76 ปี เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้าย คลี่คลายคดี
พ.ต.ท.นิวัติ ชื่นวิเศษ สวญ. เปิดเผยว่า “คดีนี้ พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ตร.ชุมพร ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ได้เดินทาง ลงพื้นที่ไปดูที่เกิดเหตุด้วยตนเอง ตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวานวันเกิดเหตุ พร้อมทั้งส่ง ชุดสืบจังหวัด หน่วยฉก.ชุมพร เดินทางลงมาฝังตัวในพื้นที่ เพื่อติดตามหาตัวคนร้าย และหลักฐานต่างๆ ในส่วนของตำรวจท้องที่เกิดเหตุ ได้เก็บรายละเอียดหลักฐานจากที่เกิดเหตุ ไว้ อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นหมวกกันน๊อค ของนายสมพร ผู้ตาย ที่เปื้อนเลือด และตกอยู่ในที่เกิดเหตุ หลักฐานบางอย่างที่คาดว่าน่าจะเป็นของคนร้าย ที่อยู่ ในที่เกิดเหตุ เพื่อนำไปตรวจหา ดีเอ็นเอ ของคนร้าย”
ในส่วนของแนวทางการสืบสวน ตำรวจมั่นใจว่าคนร้ายน่าจะมีมากกว่า1 คน มีการวางแผนมาก่อนเกิดเหตุไม่กี่วัน และ มี่การมาดูลาดเลา ของนายสมพรมาก่อนหน้านี้ อีกทั้งต้องเป็นคนที่คุ้นเคยกับนายสมพร รู้รายละเอียดเวลา ที่นายสมพรที่จะเดินทางผ่านจุดดังกล่าว ตำรวจได้นำตัวผู้ที่คาดว่า มีส่วนรู้เห็นในเหตุการณ์ มาสอบปากคำแล้ว ได้ประโยชน์กับรูปคดีพอสมควร ในขณะนี้กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิด ว่ามีบ้างหรือไม่ที่เส้นทางที่คาดว่า เป็นทางผ่านของคนร้าย แต่ก็ รู้สึกหนักใจที่มีกล้องวงจรปิดน้อยมาก ใน พื้นที่ ต.นาขา
ส่วนประเด็นการสังหารนั้น ตำรวจให้น้ำหนักไปที่การชิงทรัพย์มากกว่าเรื่องอื่นๆ เนื่องจากนายสมพรมักจะสวมสร้อยคอทองคำ หนัก5 บาท เส้นใหญ่ เป็นที่เตะตาต้องใจ และ เส้นทางที่เดินทางเช้าออกบ้านกับคิว จยย.รับจ้าง มีช่วงเส้นทางที่เป็นที่เปลี่ยวยาว เนื่องจากสองข้างทางเป็นสวนปาล์ม ทำคนร้ายลงมือได้อย่างใจเย็น ในขณะนี้ ตำรวจทุกฝ่ายเร่งระดมกำลังเพื่อหาตัวคนร้ายหรือเบาะแสอย่างเต็มที่ มีอีกหลายประเด็นที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ขอเวลาให้ ตำรวจทำงานด้วย”
พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ตร.ชุมพร เปิดเผยว่า”ในช่วงเที่ยงของเมื่อวานนี้ ได้เข้าไปร่วมประชุมกับ พ.ต.ท.นิวัติ ชื่นวิเศษ สวญ. สภ.บ้านในหูด เป็นการเร่งด่วน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้ให้พนักงานสอบสวน และพิสูจน์หลักฐาน ได้ลงพื้นที่ไปดูพื้นที่และเก็บสิ่งที่คิดว่าเกียวข้องกับคดีทั้งหมด โดยตัวผมเองก็ได้ลงพื้นที่ไปเร่งรัด การสืบสวนติดตามคนร้ายด้วยตนเอง และได้ประชุมสรุปประเด็นเกี่ยวกับพฤติการของผู้กระทำความผิดในที่เกิดเหตุ โดยสาเหตุคาดว่ามากจาก 1.การประสงค์ต่อทรัพย์ 2.การทำร้ายร่างกาย 3.ปัญหาชู้สาว ซึ่งผู้ตายมี ภรรยา 2 คน และ4.เรื่องที่ดิน ซึ่งในขณะนี้ยังตั้งประเด็นไว้ครอบคลุมอยู่ และยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นประเด็นใด เมื่อคืนที่ผ่านมาตำรวจก็เร่งทำคดีนี้กันทั้งคืน เพื่อที่จะตรวจสอบเร่งรัด จับกุม ติดตามตัว ผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ซึ่งพฤติกรรมของคนร้ายในคดีนนี้นั้น ได้มีการผูกโยงลวดข้ามถนน เพื่อให้เหยื่อมาติดกับ ก่อนที่จะใช้ของแข็งมีคม ทุบบริเวณใบหน้าของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นแผลฉกรรจ์หลายแผล ซึ่งขณะนี้ยังรอผลชันสูตรพลิกศพจากทางแพทย์อยู่ และท้ายที่สุดนั้นในขณะนี้ พอที่จะทราบกลุ่มเป้าหมาย แต่ขอความชัดเจนอีกนิดนึง
ในขณะที่แหล่งข่าว กล่าวว่า “คนร้ายกลุ่มนี้อาจเป็นแรงงานต่างด้าว ทีมี่จำนวนมากในพื้นที่เกิดเหตุ อีกทั้งลูกค้าที่ชอบใช้บริการ จยย.รับจ้าง ของ นายสมพร มักจะเป็นแรงงานต่างด้าว ถึงจะเป็นผู้หญิง แต่ แรงงานต่างด้าวเหล่านั้นก็ มีสามี รวมถึงพฤติกรรม ที่ลงมือสังหารอย่างเหี้ยมโหด ด้วยการใช้เหล็กแทงปาล์มแทงบริเวณ ใบหน้าศรีษะ เป็นลักษณะการฆ่ากันของพวกแรงงานต่างด้าวที่มีให้เห็นมามาตลอดเวลา และ คาดว่า สร้อยคอทองคำ น่าจะยังไม่มีการนำไปขาย อาจจะนำไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยก็เป็นได้ เนื่องจาก มีระยะทางห่างชายแดนเพียง 100 กม.เท่านั้น”
ภาพข่าว จิตติ ดาวขจร ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชุมพร
