- 31 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
คืบหน้าเหตุระเบิดในเหมืองแร่ยิบซั่มที่สุราษฎร์ธานี วันนี้เจ้าหน้าที่ EOD ยังยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถทั้ง 3 คันออกมาได้ เนื่องจากพื้นที่ยังมีอันตรายสูง ระเบิดอีก 3 ลูกมีความอ่อนไหวที่จะระเบิดได้ทุกเวลาหากสัญญาณหรือชนวนไฟฟ้าหรือแรงสั่นสะเทือน จึงต้องปิดพื้นที่เกิดเหตุเพิ่มอีก 1วันเพื่อรอการประเมินผลอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจศรีวราห์ลงพื้นตรวจสอบคลังเก็บวัตถุระเบิดและตรวจสอบพื้นที่เป็นไปตามสัมปทานบัตรหรือไม่
ความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุระเบิดสยองในเหมืองแร่อัครพัฒน์ไวนิ่ง จำกัด เลขที่ 30 ม. 5 ต.พรุพี อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานีทำให้นายสานิตย์ ชูแก้ว อายุ 43 ปี ผู้เชี่ยวชาญวัตถุระเบิดของเหมืองแร่เสียชีวิต และ นางกี่ ชาวเมียนมาร์ อายุ 43 ปีผู้ช่วยได้รับบาดเจ็บ ขณะที่กำลังฝังระเบิดเพื่อเตรียมระเบิดหินนำแท่นขุดเจาะลงหลุมแร่และยังเหลือระเบิดอีกประมาณ 3 ลูกที่ฝังอยู่ในเหมือง เบื้องต้นทางชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดหรืออีโอดีตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีเข้าตรวจสอบและเตรียมเก็บกู้แต่ไม่สามารถเก็บกู้ได้เพราะไม่ทราบพิกัดของระเบิดที่ชัดเจนเกรงจะไม่ปลอดภัย จึงแนะนำให้นำเครื่องขุดเจาะแร่และรถแบ็คโฮออกทั้งหมดในวันนี้เหตุเกิดเมื่อวานที่ผ่านมา
ล่าสุดวันนี้ (เวลา 10.00 น.วันที่ 31 พ.ค. 61 ) นายบรรเจิด สาริพัฒน์ นายอำเภอบ้านนาสาร ร.ต.อ.ภานุมาศ พัฒนราช หัวหน้าหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดหรือชุดอีโอดี.และนายภักดี ปานหงษ์ หัวหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมือง สำนักงานอุตสาหกรรม จ.สุราษฎร์ธานีได้เข้าตรวจสอบประเมินผลในพื้นที่เกิดเหตุ หลังจากใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 1 ชั่วโมงเจ้าหน้าที่ได้สรุปว่าระเบิดทั้ง 3 ลูกถูกฝังลึกลงไปในดินประมาณ 6 เมตรด้านในบรรจุไดนาไมท์ หรือวัตถุระเบิดชนิดอีมัลชั่น เชื้อปะทุไฟฟ้า และแอมโมเนียในเตรท โดยปากท่อปิดทับด้วยดินเหนียวป้องกันความชื้นอีกชั้นหนึ่ง โดยระเบิดทั้ง 3 ลูกถูกฝังอยู่บริเวณด้านหน้าเครื่องเจาะหินที่มีมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท และหัวเจาะยังอยู่ในลุมระเบิด 1 ลูก ดังนั้นยังไม่สามารถเคลื่อนได้รถทั้ง 3 คันออกจากพื้นที่เกิดเหตุได้ เนื่องจากสารแอมโมเนียในเตรทที่เป็นตัวจุดระเบิดยังอยู่ในสภาพพร้อมทำงาน ดังนั้นจำเป็นต้องปิดพื้นที่เกิดเหตุเพิ่มขึ้นอีก 1 วันเพื่อรอให้รอความชื้นเข้าไปทำลายให้สารแอมโมเนียในเตรทเสื่อมสภาพลงก่อนที่จะดำเนินการเคลื่อนย้ายตัวรถในวันพรุ่งนี้ แต่ก็จะต้องประเมินผลกันอีกครั้งในเวลา 10.00 น. พร้อมประกาศห้ามบุคคลภายนอกเข้าในพื้นที่ดังกล่าวตลอด 24 ชม.เพื่อเป็นการป้องกันเหตุซ้ำซ้อน
ต่อเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น.พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร.ได้ส่ง พ.ต.ท.มนต์ชัย บุญเลิศ สารวัตรกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบการกระทำผิดเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กก.5 บก.ปทส.) พร้อมทีมงาน 10 คนลงพื้นที่ตรวจสอบวัตถุระเบิดที่ใช้ในกิจการเหมืองแร่ในคลังเก็บ ที่แยกเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน 3 หลังประกอบด้วย 1.ดินระเบิดหรือวัตถุระเบิดชนิด อีมัลชั่น 2.แก๊ประเบิด หรือเชื้อปะทุไฟฟ้า และ 3 สารแอมโมเนียไนเตรท ผลการตรวจสอบทั้ง 3 ชนิดไม่พบสิ่งผิดปกติ ทุกอย่างปฏิบัติถูกต้องตามใบขออนุญาต โดยทางนายอดุลย์ อัครนิฐ เจ้าของกิจการเหมืองแร่ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีขณะเดียวกันทางหน่วยป้องกันรักษาป่า สฎ 2 (ห้วยมุด)นำทีมงานลงพื้นที่สภาพพื้นที่ว่าถูกต้องตามที่ได้ขออนุญาตหรือสัมปทานบัตรหรือไม่ ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการตรวจของเจ้าหน้าที่
ด้านนายบรรเจิด สาริพัฒน์ นายอำเภอบ้านนาสาร ได้ระบุว่าในเวลา 10.00 น.วันพรุ่งนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะเข้าร่วมตรวจสอบพื้นที่ อีกครั้ง เพื่อประมวลผลร่วมกันว่าสารแอมโมเนียมไนเตรทเสื่อมสภาพมากน้อยแค่ไหน และดำเนินการเคลื่อนย้ายแท่นเจาะและรถแบ็คโฮออกจากพื้นที่ หากแผนที่ 1 สารแอมโมเนียในเตรทไม่เสื่อมสภาพ ทางเจ้าหน้าที่จะใช้แผน 2 โดยใช้รถแบคโฮจำนวน 2 คันพร้อมสลิงโดยใช้วิธียกเครื่องจักรหมดออกจากพื้นที่พร้อมจะทำลายระเบิดในวันพรุ่งนี้ โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดเดินทางเข้ามาควบคุมการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าที่เพื่อป้องกันความผิดพลาด และปลอดภัยที่สุด
ภาพ/ข่าว ณัฐธิดา เริ่มฤกษ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
