- 31 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 เวลา 09.30 น. นายบุญลือ ดีประสิทธิ์ นายกสมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อยเขต 5 จังหวัดสิงห์บุรี และคณะกรรมการบริหารสมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อยเขต 5 พร้อมชาวไร่อ้อยในจังหวัดสิงห์บุรี กว่าร้อยคน นำหนังสือความเดือดร้อนของเกษตรกรไร่อ้อยที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลและทางสมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อยเขต 5 ขอเสนอแนวทางแก้ไขความเดือดร้อนของชาวไร่อ้อยและขอให้สนับสนุนร่างแก้ไขพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลและเรื่องของผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลทำให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยเกิดประสบปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว นำไปมอบให้กับ นายสุทธา สายวาณิชย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี โดยมี นายศิริชัย ศรีเหนี่ยง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นตัวแทนรับมอบ เพื่อนำเรียนต่อรัฐบาลให้ทราบและหาทางช่วยเหลือคลี่คลายปัญหาก่อนที่จะเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศหรืออาจนำไปถึงการล้มละลายของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี
โดยทางสมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อยเขต 5 ขอนำเสนอปัญหาของเกษตรกรชาวไร่อ้อยดังกล่าว ผ่านทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อนำเรียนต่อรัฐบาลให้ทราบเพื่อหาทางช่วยเหลือที่ก่อนที่จะเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยทางสมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อยเขตต่างๆ ได้นัดส่งหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละเขตพร้อมกันทั่วประเทศในวันนี้
ข้อเสนอดังกล่าวที่ได้นำเสนอผ่านทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี จำนวน 3 ข้อ ด้วยกันประกอบด้วย 1.เรื่องผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมารวมถึงนโยบายปี 2560/61 ได้ส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนและเสียหายต่อเกษตรกรชาวไร่อ้อยและชาวนาเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นนโยบายส่งเสริมให้ชาวนาหันมาปลูกข้าว นโยบายการควบคุมน้ำหนักการบรรทุกอ้อยส่งโรงงานการจำกัด น้ำหนักการบรรทุกอ้อย บ้านจำกัด ความสูง การกำหนดให้โรงงานน้ำตาลหยุดช่วงเทศกาลต่างๆในฤดูกาลอ้อย และการกำหนดนโยบายการนำเข้าแรงงานต่างด้าวที่เข้มงวด ข้อที่ 2 เรื่องของราคาอ้อยที่ตกต่ำ สืบเนื่องจากประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลอันดับ 2 ของโลกมีการบริโภคภายในประเทศเพียง 26 ล้านตัน ในกลุ่มประเทศผู้ผลิต ทำให้มีปริมาณที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำตาลในตลาดโลกลดลงอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมามีราคาอยู่ที่ประมาณ 18 เซนต์/ปอนด์ ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 11 เซนต์/ปอนด์ ในปัจจุบัน รวมถึงโครงสร้างรายได้ของเกษตรกรชาวไร่อ้อยมาจากราคาน้ำตาลอย่างเดียว และข้อที่ 3 เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทรายนั้นให้มีการปรับปรุงการเพิ่มรายได้จากการผลิตอ้อยและน้ำตาลทราย ตลอดจนผลพลอยได้เพื่อให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยมีราคาอ้อยที่เพิ่มสูงขึ้น และยืนยันความเป็นสถาบันชาวไร่อ้อย ที่ได้มีการกำหนดคุณสมบัติไว้แล้วในพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทรายที่เสนอคือ การเป็นสถาบันชาวไร่อ้อยต้องมีคุณสมบัติเดียวกันทุกองค์กรและต้องมีปริมาณอ้อยของสมาชิกส่งโรงงานน้ำตาลใดโรงงานหนึ่งไม่ต่ำกว่า 55 เปอร์เซ็นต์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้องค์กรเกษตรกรชาวไร่อ้อยเป็นหนึ่งเดียวซึ่งจะทำให้การรักษาผลประโยชน์ของชาวไร่อ้อยมีเอกภาพยิ่งขึ้น
หลังจากนั้น นายศิริชัย ศรีเหนี่ยง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ได้รับมอบหนังสือข้อเสนอแนะจากสมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อยเขต 5 เพื่อนำเรียนให้ทางรัฐบาลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เกษตรกรชาวไร่อ้อยประสบในปัจจุบันนี้ เสร็จแล้วกลุ่มเกษตรกรชาวไร่อ้อยจึงได้เดินทางกลับ
ภาพ/ข่าว ณัฏฐนารา ปานมี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สิงห์บุรี
