- 01 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
EOD ทำลายแล้วระเบิด 3 ลูกในเหมืองแร่ที่สุราษฎร์หลังคนงานพลาดบึ้มสนั่นดับ1เจ็บ1 ด้านผู้ว่ากำชับเข้มล้อมคอกทุกเหมืองแร่ และเหมืองหิน ให้เจ้าหน้าที่เร่งทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการให้มีการตรวจตาเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยกับมือวางระเบิดเพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน โดยเฉพาะอุปกรณ์สื่อสารและชนวนไฟฟ้าสถิตลงเหมือง
จากกรณีเกิดเหตุระเบิดในเหมืองแร่อัครพัฒไมนิ่ง จำกัด เลขที่ 30 ม.5 ต.พรุพี อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี มีผู้เสียชีวิตคาที่ 1 รายคือนายสานิตย์ ชูแก้ว อายุ43ปี ผู้เชี่ยวชาญวัตถุระเบิดของเหมืองแร่ ส่วนนางกี่ ชาวเมียนมาร์อายุ43ปีผู้ช่วยได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 พ.ค.61 ที่ผ่านมาและล่าสุด พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร.ได้ส่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบการกระทำผิดเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กก.5 บก.ปทส.) ลงพื้นที่ตรวจสอบวัตถุระเบิดที่ใช้ในกิจการเหมืองแร่ในคลังเก็บเพื่อความปลอดภัยและไม่พบสิ่งผิดปกติ
โดย เมื่อเวลา 10.40 น.วันนี้ ( 1 มิ.ย.61 )ทางเจ้าหน้าที่ ชุดอีโอดีได้ลงพื้นที่เป็นวันที่ 3 พร้อมประเมินสถานการณ์และมั่นใจว่ามีความปลอดภัยแล้วจึงอนุญาตให้คนงานเหมืองแร่ดำเนินติดเครื่องยนต์นำรถแบ็คโฮ 2 คันและรถขุดเจาะออกจากจุดเกิดเหตุ พร้อมกับใช้เครื่องสูบน้ำระบายน้ำออกให้เห็นพิกัดท่อและสายไฟระเบิดอย่างชัดเจนโดยใช้เวลาประมาณ 1.30 นาที
จนกระทั่งเวลาประมาณ 13.10 น.ทางชุดอีโอดี ได้ให้ผู้เชี่ยวชาญวัตถุระเบิดของเหมืองแร่ใช้สายไฟเชื่อมต่อจากจุดฝังระเบิดขึ้นบนปากบ่อประมาณ 200 เมตร แล้วสั่งให้ทุกคนออกห่างจากจุดเกิดเหตุกว่า 200 เมตร จึงกดชนวนระเบิดทำลายพร้อมกันทั้ง 3 ลูก ซึ่งการทำลายวัตถุระเบิดและการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรผ่านไปด้วยดีถึงแม้ว่าขณะกำลังจะกดชนวนระเบิดมีฝนตกลงมาค่อนข้างหนาเม็ด
ด้านนายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวสรุปสถานการณ์ว่า เหตุการณ์คลี่คลายได้ทั้งหมดแล้ว เริ่มต้นจากเคลื่อนย้ายรถแบ็คโฮ 2 คันและรถสำหรับขุดเจาะ 1 คันรวม 3 คัน ออกมาอยู่ในที่ปลอดภัย ก่อนทำลายระเบิดทั้ง 3 ลูกแล้วและเสียงทั้งไม่มากเพราะสารแอมโมเนียไนเตรทเสื่อมสภาพจากการแช่น้ำอยู่ 2 วัน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นถือเป็นความประมาทของผู้ปฎิบัติงานที่พกพาอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารลงไปทำงาน ดังนั้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งทำความเข้าใจต่อผู้ประกอบการทุกเหมืองแร่ให้กำชับเข้มงวดกวดขันและตรวจตากับคนงานในเรื่องของความปลอดภัย ห้ามนำอุปกรณ์สื่อสารหรือตัวชนวนที่ทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตลงไปโดยเด็ดขาด เพื่อเป็นการป้องกันเหตุซ้ำซ้อน หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่จะเกิดขึ้นมาอีก
ภาพ/ข่าว ณัฐธิดา เริ่มฤกษ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
