ชีวิตสุดลำบาก !!“อัจฉริยะ”โร่พาผู้เสียหายจี้ ตร.บ้านแพ้ว หลังคดีพลุระเบิดหล่นใส่ญาติเจ็บสาหัส ค่าเยียวยาไม่คืบหน้า รักษาจนเงินหมดบ้าน (คลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

 เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ของวันที่ 01 มิถุนายน 2561 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรบ้านแพ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เพื่อเข้าพบกับ พ.ต.อ.สาโรจน์ รอดมณี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านแพ้ว โดยได้พานางสาวจันทิมา เจริญสุข อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 152/20 หมู่ที่ 10 ต.ดอนตะโก อ.เมือง จ.ราชบุรี กับ นางสาวกุสิณี เจริญสุข อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 515/7 หมู่ที่ 3 ต.ดอนตะโก อ.เมือง จ.ราชบุรี สองสาวพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์จุดพลุในงานทรงเจ้าของศาลเจ้าพ่ออั้งเสี่ยฮุดโจ้ว แล้วพลุไม่แตกในอากาศ แต่เกิดตกลงพื้นดินแล้วระเบิดใส่คนในครอบครัวของสองสาวพี่น้อง คือ ลูกเล็ก 3 คน กับแม่อีก 1 คน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเหตุเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 8 เมษายน 2561 ในพื้นที่ตำบลโรงเข้ อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร โดยหลังจากที่ผ่านมานานเกือบ 2 เดือนแล้วนั้น ปรากฏว่า ขณะนี้มีเพียงเด็กเล็ก 2 คน ที่กลับบ้านได้แต่ก็ยังต้องรักษาเยียวยาอีกนาน ส่วนแม่กับเด็กเล็กอีกคนยังอยู่ในห้องปลอดเชื้อ เพื่อให้แพทย์ดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด ทำให้ทางครอบครัวของผู้เสียหายได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่ายและค่าดูแลรักษาพยาบาลต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์พลุระเบิดนั้น กลับช่วยค่ารักษาพยาบาลรวมกันมาเป็นเงินเพียงแค่ 27,000 บาท และคดียังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควรในการเอาผิดกับผู้ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ดังนั้นจึงได้มีการมาเข้าพบกับผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านแพ้ว เพื่อสอบถามความคืบหน้าในคดี รวมถึงการติดต่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมกันรับผิดชอบเยียวยาผู้เสียหายให้มากกว่านี้

ชีวิตสุดลำบาก !!“อัจฉริยะ”โร่พาผู้เสียหายจี้ ตร.บ้านแพ้ว หลังคดีพลุระเบิดหล่นใส่ญาติเจ็บสาหัส ค่าเยียวยาไม่คืบหน้า รักษาจนเงินหมดบ้าน (คลิป)

 นางสาวจันทิมา และนางสาวกุสิณี เจริญสุข สองพี่น้องเล่าว่า ในคืนวันเกิดเหตุนั้น พวกตนและคนในครอบครัวประมาณ 7 คน ได้ไปเที่ยวงานประจำปีที่ศาลเจ้าแห่งนี้ เพื่อดูการแสดงมังกรพ่นไฟและเชิดสิงโต โดยขณะที่มีการแสดงอยู่นั้น ก็ปรากฏว่าอีกทางหนึ่งก็มีการจุดพลุขึ้นท้องฟ้าด้วย ซึ่งทุกคนก็แหงนมองพลุบนท้องฟ้า โดยเมื่อพลุลูกที่สองขึ้นไปกลับไม่แตกในอากาศ แต่ลอยตกลงมาที่พื้นดินแล้วก็มีควันสีขาวลอยตลบอบอวลไปทั่ว ซึ่งพวกตนก็ได้ยินคนตะโกนกันว่า พลุระเบิด จึงได้รีบหันกลับมาตรงเก้าอี้ที่ลูกๆ นั่งดูการแสดงอยู่ เพื่อจะพากลับบ้าน แต่ปรากฏว่าลูกๆ กับ แม่ของพวกตน ถูกพลุระเบิดใส่ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เพราะถูกไฟลุกไหม้ตามร่างกายทั้งแขน ขาและใบหน้า จึงต้องรีบช่วยกันดับไฟที่ตัวก่อน จากนั้นก็พาส่งโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) ซึ่งเมื่อหมอให้การรักษาเบื้องต้นแล้ว พวกตนก็ขอย้ายทั้ง 4 คน มารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลราชบุรี เนื่องจากมีสิทธิ์บัตรทอง 30 บาทอยู่ โดยอาการของแต่ละคนนั้น นางกรวรรณ เจริญสุข อายุ 54 ปี ผู้เป็นแม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกไฟลวกตามร่างกาย ผิวหนังหลุดลอกเป็นแผลลึก และมีอาการติดเชื้อ ยังคงต้องพักรักษาตัวในห้องปลอดเชื้อของโรงพยาบาล และต้องใช้ยานอกรายการบางประเภท , เด็กหญิงชลิดา เสาเกิด อายุ 4 ปี เป็นลูกของนางสาวจันทิมา เจริญสุข มีบาดแผลถูกไฟลวกตามร่างกายทั้งแขนขาและใบหน้า เป็นแผลลึกเช่นกัน ยังคงต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชบุรี และรอการศัลยกรรมด้วย , เด็กหญิงหทัยชนก ฮะบุญมี อายุ 9 ปี ลูกของนางสาวกุสินี เจริญสุข มีบาดแผลไฟลวกตามร่างกาย แขนขาและใบหน้า อีกทั้งยังมีอาการหวาดผวา ตระหนกตกใจตลอดเวลา ซึ่งแม้จะกลับมาพักรักษาตัวที่บ้านแล้วเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงต้องทำการล้างแผล เฝ้าระวังการติดเชื้อ และที่สำคัญคือ เมื่อสภาพร่างกายของเด็กดีขึ้น จะต้องพาไปพบกับจิตแพทย์ เพื่อบำบัดรักษาอาการทางจิตใจที่ยังคงหวาดกลัวและผวาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และ คนที่สี่คือ เด็กชายศุกลวัฒน์ ฮะบุญมี อายุ 5 ปี ลูกของนางสาวกุสินี เจริญสุข ซึ่งก็มีอาการตามร่างกายเช่นเดียวกับทั้ง 3 คน แต่มีบาดแผลลึกน้อยกว่า จึงเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลไม่นานนักและกลับมาบ้านได้ก่อนคนอื่น แต่สภาพร่างกายภายนอกก็ยังไม่เป็นปกติ  ยังคงต้องมีการทำกายภาพบำบัด เพื่อให้นิ้วมือนิ้วเท้า กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม

ชีวิตสุดลำบาก !!“อัจฉริยะ”โร่พาผู้เสียหายจี้ ตร.บ้านแพ้ว หลังคดีพลุระเบิดหล่นใส่ญาติเจ็บสาหัส ค่าเยียวยาไม่คืบหน้า รักษาจนเงินหมดบ้าน (คลิป)

 นางสาวจันทิมา และนางสาวกุสิณี เจริญสุข สองพี่น้องบอกว่า เหตุที่ต้องการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เข้ามารับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายมากกว่าเงิน 27,000 บาทที่ได้มาเมื่อครั้งเกิดเหตุตอนแรกนั้น ก็เพราะการรักษานั้นเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยาวนาน อีกทั้งยังต้องมีการฟื้นฟูทั้งสภาพร่างกายและจิตใจด้วย จึงต้องการให้มาช่วยเหลือทางครอบครัวผู้เสียหายมากขึ้น  ส่วนเรื่องของคดีก็อยากจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดดำเนินการให้เร็วที่สุด

 ทั้งนี้หลังจากที่นายอัจฉริยะฯ ได้เข้าพบกับผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านแพ้วแล้ว ก็ได้มีการเรียกผู้เสียหาย และเจ้าของศาลเจ้าคือนายทรงเกียรติ เผือกภู่แก้ว อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 278 หมู่ที่ 5 ต.ประสาทสิทธิ์ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี   กับ มือจุดพลุ คือ นางสาวสายัณห์ ปิ่นทอง อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ที่ 1 ต.ขุนพิทักษ์ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เข้ามาด้วย โดยทั้งสองคนนั้นก็ได้เตรียมเงินเยียวยามามอบให้แก่ครอบครัวผู้เสียหาย รวมกันเป็นจำนวนทั้งสิ้น 78,000 บาท เพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมอีก ส่วนในเรื่องของการดำเนินคดีจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นก็พร้อมที่จะรับโทษทางกฎหมาย

ซึ่งในส่วนของนายทรงเกียรติฯ เจ้าของศาลเจ้าและเป็นคนเข้าทรงเจ้าด้วยก็บอกว่า การจัดงานดังกล่าวนั้น ตนได้ขออนุญาตทาง ทต.บ้านแพ้วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยงานประจำปีของศาลเจ้านั้นได้จัดขึ้นมาเป็นปีที่ 4 ซึ่งเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น จนมาปีนี้ได้มีการจ้างพลุมาจุดเป็นปีแรก ก็ปรากฏว่าเกิดเหตุพลุระเบิดขึ้นเลย ซึ่งตนก็รู้สึกเสียใจและไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

ขณะที่ทางด้านของนางสาวสายัณห์ฯ มือจุดพลุบอกว่า พลุนี้ตนได้ซื้อมาจากพ่อค้าคนกลางที่จังหวัดสุพรรณบุรีจำนวน 100 ลูก แล้วก็นำไปจุดในงานต่างๆ แต่ก็ไม่เกิดเหตุการณ์อะไร ส่วนที่นำมาจุดในงานนี้มีทั้งหมด 9 ลูก แต่เมื่อจุดไปได้เพียงแค่ 2 ลูกเท่านั้นก็เกิดพลุระเบิดขึ้นจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

 ทางด้านของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ บอกว่า หลังจากที่ได้เข้าพบกับผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านแพ้วแล้วนั้น ก็พบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้สั่งการให้ ร.ต.อ.คมสัน พรหมศิริ รองสารวัตรสอบสวนฯ เร่งติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดมาสอบปากคำ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนทำให้เกิดเหตุการณ์พลุระเบิดในข้อหากระทำการโดยประมาทและการกระทำนั้นทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งขณะนี้พบว่ามีทั้งหมด 4 คนด้วยกัน คือ เจ้าของสถานที่ คนจุดพลุ ผู้ที่รับพลุมาขาย และบริษัทที่นำเข้าพลุจากประเทศจีน โดยทางด้านของเจ้าของสถานที่หรือคนจัดงาน กับ คนจุดพลุ ได้ทำการเยียวยาครอบครัวผู้เสียหายตามฐานะที่จะให้การช่วยเหลือได้แล้ว และทางครอบครัวผู้เสียหายก็ยินยอมที่จะรับเงินในจำนวนดังกล่าวไว้ ส่วนผู้ที่รับพลุมาขาย ซึ่งอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี กับ บริษัทนำเข้าพลุจากประเทศจีน ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ เบื้องต้นได้มีการยื่นเสนอจำนวนเงินที่เหมาะสมเพื่อให้ทั้ง 2 แห่งเข้ามาดูแลผู้เสียหาย แต่ยังไม่ตอบรับ ดังนั้นก็คงจะต้องยื่นเรื่องฟ้องร้องค่าเสียหายตามกระบวนการทางกฎหมายกันไป ส่วนทางอาญาก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีกับทุกฝ่ายนั่นเอง

ชีวิตสุดลำบาก !!“อัจฉริยะ”โร่พาผู้เสียหายจี้ ตร.บ้านแพ้ว หลังคดีพลุระเบิดหล่นใส่ญาติเจ็บสาหัส ค่าเยียวยาไม่คืบหน้า รักษาจนเงินหมดบ้าน (คลิป)

นายชูชาติ  / ภาพ   นางสาวชุติมา / ข่าว  ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดสมุทรสาคร