- 03 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
(3 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเฟซบุ๊คของนายไพรวัลย์ อุบลกาญจน์ หัวหน้าหน่วยกู้ภัยมูลนิธิ ไต้เต็กตึ๊ง เขต อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้มีการโพสต์คลิปเสียงการสนทนาของนายไพรวัลย์ กับผู้หญิงคนหนึ่งที่คาดว่าเป็นแก๊งมิจฉาชีพหลอกให้นายไพรวัลย์ช่วยเหลือด้านการเงิน โดยอ้างว่าตัวเองได้แต่งงานกับชาวต่างชาติ จนเมื่อสามีชาวต่างชาติเสียชีวิตทำให้ตัวเองได้ทรัพย์มรดกมากถึง 53 ล้านบาท และตนเองได้เดินทางกลับประเทศไทยแต่เกิดผิดพลาดตอนเปลี่ยนสายการบินทำให้กระเป๋าเงิน 53 ล้านบาทไปอยู่ที่สายการบินแห่งหนึ่งในประเทศอินเดีย จึงให้สามีใหม่เดินทางไปตามเอากระเป๋าที่ประเทศอินเดียว และในระหว่างติดต่อประสานงานขอกระเป๋าคืนสามีใหม่ได้เช่าโรงแรมหลายคืนคิดเป็นเงินค่าโรงแรมประมาณ 60,000 บาทเศษ แต่สามีใหม่ไม่มีเงินจ่ายค่าโรงแรมจึงไม่สามารถเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมได้ จึงขอให้นายไพรวัลย์ ช่วยโอนเงิน 60,000 บาทเพื่อจ่ายค่าโรงแรมให้สามีเช็คเอาท์และจะได้เดินทางนำกระเป๋าเงิน 53 ล้านบาทกลับประเทศไทย โดยจะโอนเงินคืนให้นายไพรวัลย์ทันที 1 ล้านบาท โดยหกลังการโพสต์คลิปเสียงและข้อความที่เช็คคุยกันทางเฟซบุ๊คทำให้มีชาวโลกโซเชี่ยลเข้าไปชม แชร์และแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่มองว่าเป็นวิธีการของแก๊งมิจฉาชีพที่หลอกลวง ต้มตุ๋นหากินอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน โดยมีคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ตกเป็นเหยื่อมาแล้วหลายราย
ในขณะที่นายไพรวัลย์ กล่าวว่า ในขณะที่ตนนำเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยขับรถลาดตระเวณช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณะภัยและเปิดออนไลน์เฟซบุ๊คอยู่ได้มีผู้หญิงคนดังกล่าวใช้ชื่อในเฟซบุ๊คว่า “Naree Bonser” แชทข้อความเข้ามาคุยกับตนในลักษณะต้องการให้ตนช่วยเรื่องเงิน 60,000 บาท แล้วจะคืนให้ 1 ล้านบาท ซึ่งตนก็คิดอยู่แล้วว่าคงเป็นพวกแก๊งมิจฉาชีพอย่างแน่นอน จึงแกล้งคุยด้วยอย่างสนใจในขอแลกเปลี่ยน 60,000 ได้คืน 1 ล้าน ทั้งนี้ตนต้องการล่อรายละเอียดต่าง ๆ ของแก๊งมิจฉาชีพออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อจะได้เตือนประชาชนที่อาจจะโดนเหมือนตนและหลงเหลือจนตกเป็นเหยื่อ ในที่สุดเจ้าของเฟซบุ๊ค “Naree Bonser”ได้โทรทาง Messenge Facebook มาหาตนพร้อมพูดคุยรายละเอียดต่าง ๆ ให้ตนหลงเชื่อ โดยระบุว่าก่อนหน้านี้ได้แต่งงานอยู่กินกับชาวต่างชาติและอาศัยอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จนสามีเสียชีวิตตัวเองได้ทรัพย์มรดกเป็นทรัพย์สินจำนวนมาก จนกระทั้งไปได้สามีใหม่เป็นชาวต่างชาติเช่นกัน จึงตกลงกันว่าจะกลับมาใช้ชีวิตในประเทศไทย โดยเจ้าของเฟซบ๊ค“Naree Bonser”อ้างว่าได้ขายบ้านและทรัพย์สินทั้งหมดได้เงินมา 53 ล้านบาทเดินทางกลับประเทศไทย แต่เกิดผิดพลาดช่วงเปลี่ยนสายการบินทำให้กระเป๋าเดินทางตกไปอยู่ที่สายการบินแห่งหนึ่งในประเทศอินเดีย เขาจึงให้สามีใหม่ตามไปเอากระเป๋าที่สายการบินดังกล่าวที่ประเทศอินเดีย แต่เนื่องจากมีหลายขั้นตอนที่ต้องติดต่อประสานงานขอรับกระเป๋าเงินคืน สามีใหม่จึงเช่าโรงแรมที่พักหลายวันมีค่าใช้จ่ายประมาณ 60,000 บาทไทย แต่สามีเหลือเงินไม่เพียงพอจึงไม่สามารจะเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมได้ จึงขอให้ตนช่วยเหลือโอนเงิน60,000 บาทไทยให้เขาโดยหลังจากสามีใหม่นำกระเป๋ากลับมาถึงประเทศไทยจะโอนเงินคืนให้ตนทันที 1 ล้านบาท และยังระบุว่าในขณะนี้เขาพักอาศัยอยู่ที่ จ.เชียงราย ให้ตนเดินทางไปหาเขาก็ได้
“ตนทำทีสนใจและพยายามสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และตนอ้างว่าอยุ่ไกลถึงจังหวัดนครศรีธรรมราชและต้องทำงานไม่สามารถเดินทางไปหาเขาได้ที่ จ.เชียงราย และขอให้ส่งบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของเฟซบุ๊ค“Naree Bonser”มาให้ตนพร้อมเลขบัญชีธนาคารมาให้ตนกแล้วตนจะรีบหาเงินโอนไปให้ทันที จากนั้นไม่นานเขาก็ส่งภาพบัญประจำตัวประชาชนและเลขบัญชีธนาคารมาให้ตนชื่อนางนารี บอนเซอร์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130 หมู่ 1 ต.บ้านโฮ่ง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ซึ่งตนไม่แน่ใจว่านางนารี บอนเซอร์ เป็นเจ้าของเฟซบุ๊ค “Naree Bonser”จริงหรือไม่ ซึ่งอาจจะมีการแอบอ้างชื่อกันก็เป็นได้ หลังจากนั้นก็วางสายกันไป”
นายไพรวัลย์ กล่าวอีกว่าหลังจากนั้นผู้ที่อ้างว่าชื่อนางนารี บอนเซอร์ ก็โทรมาหาตนอีกหลายครั้งและพยายามสอบถามโอนเงินโดยจะรวบรวมเงินจากพรรคพวกเพื่อนฝูงโอนไปให้ทันทีที่ได้เงินครบ 60,000 บาท แต่หลังจากนั้นเขาจะโทรมาหาต่อเนื่องจนตนรู้สึกรำคาญจึงตัดสินใจแจ้งไปว่าหาเงินไม่ได้ แต่มีวีการที่จะช่วยเหลือ โดยจะประงานงานกับ “บิ๊กโจ๊ก” ให้ช่วยเหลือ ตนจึงยืนยันว่าช่วยได้แน่นอน เดียวจะให้“บิ๊กโจ๊ก” โทรมาหาเพื่อประสานงานในรายละเอียดเพื่อช่วยเหลือต่อไป ขอให้นางนารี แจ้งหมายเลขโทรศัพท์มาด้วย หลังจากนั้นไม่นานนางนารี ได้ส่งหมายเลขโทรศัพท์มาให้หมายเลข 080-1029157
ต่อมาเมื่อนางนารี โทรมาสอบถามความคืบหน้าตนจึงแจ้งว่ารอไม่นาน “บิ๊กโจ๊ก” จะโทรมาหาสอบถามรายละเอียด นางนารี ถามว่า“บิ๊กโจ๊ก” เป็นใครจะช่วยเหลือเขาได้จริงหรือไม่ ตนจึงแจ้งว่าบีกโจ๊กคือ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดยนางนารี ถึงกับนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ ๆ ก่อนจะอ้างว่าไม่รู้จัก และจะไว้วางใจ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ได้หรือ ซึ่งตนยืนยันว่าช่วยได้แน่ 100 เปอร์เซ็นต์ นางนารี จึงวางสายไปไม่กล้าโทรมามาอีก ตนเชื่อว่ามีประชาขนหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพแก๊งนี้มาแล้วหลายราย ตนจึงอยากฝากไปถึง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล เจ้าของฉายา “บิ๊กโจ๊ก หวายเจี๊ยบ” ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้โดยหากเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือจริงก็ให้หาทางช่วยเหลือต่อไป แต่หากเป็นแก๊งมิจฉาชีพก็รีบสืบสวนสอบสวนช่วยเหลือจับกุมเข้าคุกโดยด่วนก่อนที่ประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อไปมากกว่านี้ แต่สำหรับตนแก๊งมิจฉาชีพในลักษณะนี้กินตนยากส์ นายไพรวัลย์ กล่าวในที่สุด.
ขอบคุณภาพ..ภาพ/ไพรวัลย์ อุบลกาญจน์ หน.กู้ภัยไต้เต็กตึ้ง เขต อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช
ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
