- 03 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้เดินทางไปประธานในพิธีเปิดการประชุมเรื่องการแพร่ระบาดโรคใบด่างมันสำปะหลังในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อต้องการแจ้งให้เกษตรกรและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา จากนั้น ได้เดินทางไปที่จุดผ่านแดนถาวรไทย – กัมพูชาช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อติดตามการคุมเข้มห้ามนำเข้าท่อนพันธุ์หรือส่วนขยายพันธุ์ของมันสำปะหลัง ยกเว้นมันเส้น และหัวมันสดนำเข้ามาจากประเทศกัมพูชา ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ด่านตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร อย่างเต็มที่ โดยมี นายสมชาย เชื้อจีน ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดศรีสะเกษ และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดศรีสะเกษ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้การต้อนรับและมีเกษตรกรผู้ปลูกมันสับประหลังในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เข้าร่วมรับการอบรมเป็นจำนวนมาก
นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า โรคใบด่างมันสำปะหลัง เกิดจากเชื้อไวรัส Sri Lankan cassava mosaic virus มักจะแพร่ระบาดในทวีปเอเชียพบการระบาดในอินเดีย และศรีลังกา ล่าสุดกรมวิชาการเกษตรได้รับรายงานว่ามีการแพร่ระบาดในพื้นที่ประเทศกัมพูชา โดยรายงานว่า มีการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังไปยังพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังในจังหวัดรัตนคีรี (Rattanakiri) สตึงแตรง (Steung Treng) กำปงทม(Kampong Thom) มนดูคีรี (Mondulkiri) และ กำปงจาม (Kampong Cham) ในเดือนสิงหาคม 2560 ได้รับรายงานว่า พบอาการคล้ายโรคใบด่างในมันสำปะหลังที่ จังหวัดบันเตียเมินเจย (Banteay Mean Chey) พระตะบอง (Battambang) และ ไพลิน (Pailin) ในเดือนมิถุนายน 2560 ได้มีรายงานการพบโรคใบด่างในอำเภอ Tan Chau, Tan Bien และ Chau Thanh จังหวัดเต็ยนิญ (Tay Ninh) ของประเทศเวียดนาม ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2560 ได้มีรายงานการพบโรคใบด่างมันสำปะหลังเพิ่มอีก 2 อำเภอ ได้แก่ Go Dau และ Hoa Thanh จังหวัดเต็ยนิญ (Tay Ninh) ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรได้เฝ้าระวังโรคใบด่างมันสำปะหลังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากว่าเป็นโรคที่ไม่เคยพบในประเทศไทยมาก่อน หากโรคดังกล่าวหลุดรอดเข้ามาแพร่ระบาดในประเทศ อาจสร้างความสูญเสียให้แก่เกษตรกร และกระทบต่ออุตสาหกรรมมันสำปะหลังของไทยได้
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวต่อไปว่า โรคใบด่างสำปะหลัง จะแสดงอาการคือใบด่างจนถึงเหลือง ใบเสียรูปทรง ต้นเตี้ย ลำต้นแคระแกร็น และทำให้ผลผลิตลดลงมากกว่า 80% โดยมีแมลงหวี่ขาวเป็นพาหะนำโรค ประเทศไทยได้กำหนดให้โรคใบด่าง เป็นศัตรูพืชกักกันตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดศัตรูพืชเป็นสิ่งต้องห้ามตาม พ.ร.บ.กักพืช พ.ศ. 2507 (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2550 และห้ามนำเข้าท่อนพันธุ์หรือส่วนขยายพันธุ์ของมันสำปะหลัง ยกเว้นมันเส้น และหัวมันสดจากประเทศกัมพูชา ขณะนี้ปัญหามีอยู่ว่า ทุกวันนี้ประเทศกัมพูชาเป็นแหล่งระบาดของโรค หากเชื้อดังกล่าวเล็ดรอดเข้ามาระบาดในไทย อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อมันสำปะหลัง 80-100% และสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือจะกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรและอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย รวมถึงยังมีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยตรงด้วย ตนได้กำหนดแนวทางป้องกันและเฝ้าระวังโรคเชื้อไวรัส Cassava Mosaic Virus โดยมี 2 แนวทาง คือห้ามไม่ให้มีการนำเข้าท่อนพันธุ์และส่วนขยายพันธุ์ของมันสำปะหลังอย่างเด็ดขาด ควบคุมและป้องกันการลักลอบนำเข้าท่อนพันธุ์หรือส่วนขยายพันธุ์ของมันสำปะหลังเข้ามาในประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันและเฝ้าระวังโรคใบด่างมันสำปะหลัง ต่อไป
ชยงค์ มณีพันธุ์เจริญ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ศรีสะเกษ
