- 03 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 15.00น. วันที่ 3 มิ.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นางสาวเกษรินทร์ สุวะมาตย์ อายุ 30 ปีเข้าทำการผ่าคลอดบุตรที่ รพ.อำนาจเจริญ กระทั่งเกิดเหตุการไม่คาดคิด จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต เมื่อวันที่ 31 มิ.ย.61 ที่ผ่านมาล่าสุด พญ.นภาพร เกียรติดำรง รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำนาจเจริญ ด้านปฐมภูมิ ชี้แจงสาเหตุการเสียชีวิตว่า หลังจากเมื่อวันที่ 31 พ.ค.61 ที่ผ่านมามีผู้ป่วยเข้ามาทำการคลอดบุตรแล้วเกิดเสียชีวิตที่ รพ.อจ แพทย์ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้ว่า ผู้ป่วยรายนี้ ได้ตั้งครรภ์ที่ 2 โดยได้ฝากครรภ์ที่ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองสมุทรปราการ เนื่องจากผู้เสียชีวิตทำงานที่ กทม.และครบกำหนดใกล้คลอดจึงได้กลับมาคลอดที่ ภูมิลำเนา ที่ จ.อำนาจเจริญ โดยในวันที่ 31 พ.ค.61 ได้เข้ามาทำการคลอดบุตร ที่ รพ.อจ โดยในขณะนั้นผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อน คือมีความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นขณะตั้งครรภ์ และมีการอาการบวม ซึ่ง หมอที่ให้การรักษาในขณะนั้น ได้วินิจฉัยแล้วว่า เข้าข่ายภาวะครรภ์เป็นพิษ เลยจำเป็นต้องรีบดำเนินการให้เกิดการคลอดเกิดขึ้นโดยเร็ว จึงได้นัดผู้ป่วยมาทำการผ่าตัดคลอด ในวันดังกล่าวอีกทั้งอายุครรภ์ก็ถึงกำหนดคลอดแล้ว ก่อนคลอดได้ทำการตรวจสภาพทารกในครรภ์ พบว่าแข็งแรงดี แพทย์จึงได้ทำการผ่าตัดคลอด ซึ่งการผ่าตัดคลอดก็ดำเนินการผ่านไปด้วยดี ได้ทารก เพศหญิง น้ำหนัก 2,400 กรัม สุขภาพแข็งแรงดี
แต่หลังคลอดกลับเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อในขณะที่สูตินารีแพทย์กำลังเย็บปิดชั้นของกล้ามเนื้อ และชั้นผนังหน้าท้อง อยู่นั้นจู่ๆผู้ป่วยเกิดอาการเขียวตามปลายมือ ปลายเท้า และความอิ่มตัวของอ็อกซิเจน ประกอบกับความดันเลือดลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ทางสูตินารีแพทย์จึงได้เรียกทีมช่วยเหลือโดยทันที แพทย์จึงได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ โดยได้ดำเนินการใส่ท่อช่วยหายใจ ซึ่งในทางเทคนิคของการผ่าคลอดจะมีการระงับการเจ็บปวด และในเคสนี้ สูตินารีแพทย์ได้ทำการบล็อกหลัง ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่าการดมยา แต่เนื่องจากขณะที่ผู้ป่วยมีอาการเขียวเกิดขึ้น ความดันและความอ่ิ่มตัวของอ็อกซิเจนต่ำลงอย่างรวดเร็ว จึงต้องรีบทำการช่วยเหลือ โดยการใส่ท่อช่วยหายใจให้กับผู้ป่วย ซึ่งทำโดยวิสันสนีแพทย์ ถัดจากนั้นเพียงไม่กี่วินาที หัวใจคนไข้เกิดหยุดเต้น ทีมแพทย์จึงระดมกำลังเข้าช่วยชีวิต ใช้เวลาอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ทำให้ผู้ป่วยได้เสียชีวิตลง
โดยทีมแพทย์ ได้ลงความเห็นสาเหตุการเสียชีวิต ว่า เกิดจากน้ำคล่ำรั่วไปอุดกั้นหลอดเลือดในปอด จนทำให้การไหลเวียนของเลือดผิดปรกติ ทำให้เกิดภาวะการหายใจล้มเหลวฉับพลัน ส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นตามมา ซึ่งนับได้ว่า เป็นการเกิดภาวะฉุกเฉินและเร่งด่วนมาก ในทางสูติกรรม โดยอัตราการเกิดของภาวะดังกล่าวนี้ เกิดขึ้นได้ยากมาก เกิดขึ้นได้เพียง 1 ต่อ 8 หมื่นราย ซึ่งที่ผ่านมา โรงพยาบาลอำนาจเจริญ ยังไม่เคยเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ขึ้นเลย ทั้งนี้ ทางโรงพยาบาลอำนาจเจริญยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ในเบื้องต้น รพ.อจ จะช่วยเหลือนมผง ผ้าอ้อม และของใช้เด็กอ่อน ให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพื่อดูแลทารกแรกเกิดที่เพิ่งเกิด เป็นระยะเวลา 2 ปี และจะเร่งดำเนินการประสานการรับค่าชดเชยตามสิทธิ์ ที่ผู้ป่วยพึงจะได้รับ ให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตโดยเร็ว
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้านของผู้เสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 1 บ้านแมด ต.แมด อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ ซึ่งญาติได้นำศพของผู้เสียชีวิตมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านหลังดังกล่าว โดยมีญาติพี่น้องเดินทางมาเคารพศพอยู่เป็นระยะ
ด้าน นางมาลา สุวะมาตย์ อายุ 50 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เบื้องต้นทางญาติไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต แต่ขอเพียงแค่ให้ช่วยเหลือให้ครอบครัวได้รับค่าชดเชย ตามสิทธิ์ที่ผู้เสียชีวิตพึงจะได้ เพราะผู้เสียชีวิต มีลูกชายคนโต วัย 7 ขวบ อีกทั้งยังมี ทารกที่เพิ่งคลอดออกมาอีก ทำให้ภาระทุกอย่างตกอยู่ที่ผู้เป็นแม่ ซึ่งต้องเลี้ยงดูหลานถึง 2 คน แม่เองก็อายุมากแล้วไม่มีงานประจำทำ และครอบครัวก็มีฐานะยากจน รายได้ที่จุนเจือครอบครัว ทุกบาทก็มาจากที่ผู้ตายดันด่นไปทำงานในเมืองหลวงจึงได้มา ตอนนี้ขาดเสาหลักของครอบไปทำให้ครอบครัวลำบากมาก จึงอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลให้ทางครอบครัวได้รับค่าชดเชย อย่างเป็นธรรมด้วย และครอบครัวจะไม่ทำการเผาศพจนกว่าจะได้รับค่าชดเชยที่เป็นธรรม
ข่าว/ภาพ จาตุรนต์ แสวงนาม ผู้สื่อข่าวทีนิวส์ ประจำจังหวัดอำนาจเจริญ
