- 04 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่พระครูโพธิสารประสาธน์ หรือ “พระอาจารย์ชม” อายุ 81 ปี 5 เดือน เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เสด็จ หมู่ 8 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เกจิชื่อดังของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ละสังขารมรณภาพเมื่อเวลา 02.25 น.วันที่ 29 พ.ค. 2561 ซึ่งชาวพุทธเชื่อว่าเชื่อว่าท่านเป็นพระมีบุญญาธิการที่มามรณภาพคืนวันวิสาขบูชาพอดี โดยวันวันดังกล่าวตรงกับวันที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ทั้งนี้ในเวลา 13.00 น.วันที่ 29 พ.ค. 2561ที่ผ่านมาบรรดาศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนต่างแห่มาร่วมพิธีรดน้ำศพอย่างเนืองแน่นนับหมื่นคน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
(4 มิ.ย. ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการสวดพระอภิธรรมศพอาจารย์ชมในแต่ละคืนมีประชาชนทั้งในจังหวัดและจากต่างจังหวัดเดินทางมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก โดยต่างทยอยกันเข้ากราบสังขารของพระอาจารย์ชมในบรรจุในโลกแก้ว มองเห็นจากภายนอกอย่างชัดเจน ซึ่งดูเหมือนท่านยังไม่มรณภาพแต่เป็นการจำวัดหรือนอนหลับตามปกติเท่านั้น ในขณะที่บรรดาศิษยานุศิษย์ได้ประกอบอาหาร ขนมหวาน น้ำดื่ม น้ำชา กาแฟ มาบริการแขกที่มาร่วมงานอย่างเต็มที่ ส่วนลูกศิษย์ที่เป็น อส.ตร.เทวบุรี และ อป.พร.เทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ ได้ช่วยกันอำนวยความสะดวกจัดสถานที่และจัดระเบียบการจอดรถของบรรดาแขกที่แห่มาร่วมสวดพระอภิธรรมศพ
นายสมบัติ สัตย์ชัย อายุ 54 ปี ผู้รับเหมาปักเสาและเดินระบบไฟฟ้า และเป็นเจ้าหน้าที่ อส.ตร.เทวบุรี ลูกศิษย์ใกล้ชิดพระครูโพธิสารประสาธน์ หรืออาจารย์ชม กล่าวว่า พระอาจารย์ชมเป็นพระภิกษุที่มีความเมตตาสูงและเคร่งครัดในพระธรรมวินัยเป็นอย่างมาก เมื่อ 10 ปีก่อนที่ตนบวชเป็นพระภิกษุโดยอาจารย์ชมเป็นพระอุปัชฌาย์และจำพรรษาที่สัดโพธิ์เสด็จ ได้มีโอกาสปรนนิบัติรับใช้พระอาจารย์ชมอย่างชิด โดยในช่วงที่เข้าห้องจำวัดท่านจะไม่นอนเหมือนพระรูปอื่น ๆ แต่ท่านจะนั่งสมาธิในกรดที่ห้อยอยู่ในกุฏิของท่านตลอดทั้งคืน หรือที่คนทั่ว ๆ ไปเรียกว่า “นั่งหลับ” แต่ท่านจะนั่งนิ่งเป็นเวลานาน 6-8 ชม. โดยไม่มีใครรบกวนท่าน ตนได้แต่มองผ่านกระจกเข้าไปก็เห็นท่านั่งนิ่งในท่าเดิม เหมือนเดิม และหลายครั้งที่ตนมองไม่เห็นร่างอาจารย์และเกิดความสงสัยว่าท่านหายไปไหน แต่เมื่อขยี้ตามองในกรดอีกครั้งกลับพบร่างท่านนั่งสมาธินิ่งอยู่ที่เดิม ตนมั่นใจว่าอาจารย์ชมท่านสมารถนั่งสมาธิเข้าถึงฌาน 4
“ท่านจะชอบปลูกพืชพันธุ์ไม้มงคลและสมุนไพรไว้รอบกุฏิและในบริเวณวัด โดยมีพันธุ์ไม้มงคลที่หายากจำนวนมาก เมื่อช่วงที่ท่านเข้าโรงพยาบาลครั้งแรก “พวงโกเมน” ที่ท่านปลูกไส้หน้ากุฏิออกดอกเป็นพวงปราณ 5- พวง สวยงามมากและยังปรากฏให้เห็นอยู่ในขณะนี้ โดยทุกคืนแขกที่มาร่วมสวดพระอภิธรรมศพคิดว่าเป็นดอกไม้พลาสติก”
นายสมบัติ กล่าวอีกว่า แม้แต่ละคืนจะมีชาวพุทธทั้งในและต่างจังหวัดหลายพันคนมาร่วมในพิธีสวดพระอภิธรรมสรีระสังขารพระอาจารย์ชม แต่หลังเสร็จพิธีส่วนใหญ่จะกลับกันหมด ในวัดจะมีเพียงลูกศิษย์ใกล้ชิดประมาณ 100 คนประจำอยู่เฝ้าสังขารท่าน และช่วยกันเก็บกวาด จัดระเบียบต่าง ๆ ตนและ อส.ตร.เทวบุรี จึงได้คิดกันว่าในช่วง 3 คืนที่เหลือระหว่างวันที่ 4-6 มิ.ย. จะว่าจ้างหนังตะลุง (เทป) มาเปิดทำการแสดงเพื่อเป็นเพื่อนในวัดจะได้ไม่เงียบเหงาจนเกินไป ค่าราชโรงคืนละ 3,000 บาท โดยบรรดาศิษยานุศิษย์จะช่วยกันจัดหาเงินมาสมทบเป็นค่าราชหนังตะลุงกันเอง หลังจากสวดพระอภิธรรมคืนสุดท้ายวันที่ 6 มิ.ย. 2561 แล้วจะทำการปิดศพไว้รอกำหนดวันพระราชทานเพลิงศพที่แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง แต่จะทำการสวดพระอภิธรรมศพทุกคืนวันอังคาร โดยมีพระศรีธรรมประสาธน์ เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช(ธรรมยุต) รับผิดชอบอำนวยการการจัดงานทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายในงานแขกที่มาร่วมงานต่างนั่งจับกุมพูดคุยวิพากวิจารณ์การมรณภาพของพระอาจารย์ชมกันอย่างกว้างขวาง และเชื่อว่าท่านรู้ล่วงหน้าจะละสังขารในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2561 (29 พ.ค.) โดยก่อนหน้าที่ท่านจะละสังขารท่านได้ให้นายณรงค์ อร่ามศักดิ์ อายุ 49 ปี ลูกศิษย์ช่วยขับรถนำท่านไปกราบพระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร และเข้าพบพระเทพวินยาพร เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุวรมหาวิหาร รองเจ้าคณะภาค 16-17-18 และพระศรีธรรมประสาธน์ เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช(ธรรมยุต) เพื่อบอกกล่าวรายละเอียดเกี่ยวทรัพย์สินต่าง ๆ ของวัด พร้อมสั่งเสียในเรื่องต่างๆ ได้อย่างละเอียด โดยที่ลูกศิษย์คนที่ทำหน้าที่ขับรถไม่ร่าท่านเข้าพบพระเทพวินยาพรและพระศรีธรรมประสาธน์และพุดคุยอะไรกันบ้าง จนพระศรีธรรมประสาธน์ได้เรียกลูกศิษย์ที่ทำหน้าที่ขับรถให้พระอาจารย์ชมไปพบและบอกว่า “ญาติโยมต้องทำใจนะ สังขารไม่เที่ยงแท้ เกิดมา ตั้งอยู่ ดับไปเป็นธรรมดา” สร้างความสงสัยให้กับลูกศิษย์เป็นอย่างมาก จนกระทั้งพระอาจารย์ชมเข้ารับการรักษาที่ รพ.นครพัฒน์ และละสังขารในเวลา 02.25 น. วันที่ 29 พ.ค. 2561 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา ประจำปี 2561 โดยเชื่อว่าท่านรู้ล่วงหน้าว่าท่านจะละสังขารในวัน เวลาดังกล่าว
โดยหลังจากหวยออกงวดที่ผ่านมาบรรดาคอหวยที่มากราบสรีระของท่านโชคดีถูกหวยกันอย่างกว้างขวางหลาย 1 ราย เนื่องจากเลขท้าย 3 ตัวรางวับที่ 1 ออก 117 ตรงกับป้ายทะเบียนรถฉุกเฉินของ รพ.นครพัฒน์ คันที่บรรทุกสังขารของท่านมาส่งที่วัดโพธิ์เสด็จ ซึ่งเป็นรถตู้ทะเบียน นข-9117 นครศรธรรมราช ทราบว่าเจ้าหน้าที่ รพ.นครพัฒน์ก็พลลอยได้รับโชคลาภไปด้วยหลานราย นอกจากนี้เลขท้าย 2 ตัว 95 ก็ตรงกับราคาโลงแก้วที่ทางร้านจำหน่ายปกติใบละ 130,000 บาท แต่ทางร้านคิดเงินเพียง 95,000 บาท ลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดหลายคนก็ซื้อลอคเตอรี่เลขท้าย 95 รวมทั้งแทงหวยใต้ดินเลขท้าย 2 ตัว 95 ถูกรางวับรับเงินกันอย่างคึกคัก อย่างไรก็ตามหากหวยออกเลขเวลาที่ท่านละสังขาร 02.25 น. และเลข อายุ 81 พรรษา 54 เชื่อว่าจะมีคนโชคดีลูกลอตเตอรี่และหวยใต้ดินกันชนิดถล่มทลายอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าก่อนถึงวันพระราชทานเพลิงสังขารของพระอาจารย์ชม ลูกศิษย์และคนที่มาร่วมบำเพ็ญกุศลสังขารของท่านจะต้องโชคดีถูกหวยครั้งใหญ่กันอีกครั้งอย่างแน่นอน.
ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
