- 05 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากชาวบ้านตอเรือ หมู่ ๕ ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ว่าถนนริมลำห้วยทราย และติดกับคลองระบายส่งน้ำอูนพังเสียหาย รถใหญ่ไม่สามารถวิ่งแล่นผ่านไป-มาได้ ซึ่งแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบรอการซ่อมแซมถนนมานานกว่า ๖ ปี เงียบกริบไร้วี่แวว ชาวบ้านในพื้นที่และใกล้เคียงหลายหมู่บ้านที่ต้องผ่านไป-มาต่างได้รับความเดือดร้อน พบว่ามีเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ปัจจุบันถนนได้พังเสียหายเหลือเพียงเมตรครึ่งที่เหลือใช้สำหรับผ่านไป-มาได้
จึงไปตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว พบว่าเป็นถนนลูกรังริมลำห้วย และอีกข้างเป็นคลองระบายส่งน้ำชลประทานน้ำอูน (ขนาดเล็กระบายสู่แปลงเกษตร) ส่วนฝั่งริมลำห้วยพื้นผิวถนนได้พังเสียหายเป็นแนวยาวกว่า ๑๐ เมตร และจุดหนึ่งพบครึ่งกลางถนน รถยนต์ไม่สามารถวิ่งแล่นผ่านไป-มาได้ ใช้ได้เพียงรถเล็กหรือรถไถนาเดินตาม ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ไม่ดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว เชื่อแน่ว่าอีกไม่นานวันเส้นทางนี้ถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง ชาวบ้านในพื้นที่ทนไม่ไหวต้องเสี่ยงกับอันตายที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้คนที่ต้องใช้สัญจรผ่านไป-มา และยังระบุว่าบริเวณนี้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ขณะที่เส้นทางนี้เป็นเส้นทางสายหลักลัดเชื่อมต่อไปยังอีกหลายหมู่บ้าน จึงมีผู้คนและรถวิ่งแล่นผ่านสัญจรไป-มาจำนวนมากในแต่ละวัน
นายทวีศักดิ์ ไชยตะมาตร์ ชาวบ้านตอเรือ หมู่ ๕ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคจำนวนกว่า ๑๐ ตัว บอกว่า ฝูงโคที่เลี้ยงทั้งมดต้องผ่านเส้นทางนี้ทุกเช้า-เย็น แต่ละวันเสี่ยงอันตราย ซึ่งก็ทนมานานกว่า ๖ ปี ไม่เห็นว่าจะมีหน่วยงานไหนออกมาแก้ไข และยิ่งตอนนี้ต้องระวังเพิ่มขึ้นอีก ทางคับแคบลงไปเรื่อยๆ ผ่านไป-มาก็ยากลำบาก อีกหน่อยแม้นแต่รถจักรยานหรือจักยานยนต์ก็ไม่สามารถวิ่งแล่นผ่านไป-มาได้ และบริเวณจุดนั้นก็ไม่มีป้ายแสดงบอก เห็นเพียงผ้าสีแดงผูกแขวนกับกิ่งไม้ไผ่เป็นสัญญาลักษณ์เท่านั้น ที่ผ่านมาเคยแจ้งไปยังเทศบาลตำบลนาหัวบ่อแต่ก็เงียบ อ้างว่าไม่มีงบประมาณ หมดหนทางที่จะวิ่งเต้นและขอความช่วยเหลือ นางสาวปัญญาภรณ์ ปัญญาประชุม กล่าวว่า ชาวบ้านที่นี่และใกล้เคียงต้องใช้เส้นทางนี้สัญจรเชื่อมผ่านไป-มาเป็นหลัก รวมถึงการขนถ่ายสินค้าเกษตรออกสู่ตลาด แต่ขณะนี้รถยนต์ไม่สามารถผ่านไป-มาได้ เชื่อว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้าเส้นทางนี้คงขาดสิ้นเชิง ประกอบกับในช่วงนี้ฝนตกชุกและติดต่อกันมาหลายวัน ถนนก็พังทลายลงสู่ลำห้วยไปเรื่อยๆ นับวันจะยิ่งอันตรายมากขึ้นไม่ว่าจะคนหรือสัตว์เลี้ยง สำหรับเส้นทางดังกล่าวนี้แยกจากคลองระบายส่งน้ำ(หลัก) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๗+๕๘๖-๗+๖๓๑ สะพานลำห้วยทราย เข้าหมู่บ้านตอเรือ หมู่ ๕ ระยะทางประมาณ ๒๐๐ เมตร ซึ่งตอนนี้ถนนริมลำห้วยพังเสียหายที่เกิดจากน้ำกัดเซาะ หากไม่ดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว ชาวบ้านที่นี่และใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อนหนัก และต้องใช้เส้นทางอ้อมไปไกลหลายกิโลเมตร จึงวอหน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งให้การช่วยเหลือ
โดย ไมตรี แก้วบุญมี สกลนคร
