- 05 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นางทุเรียน อายุ 62 ปี (นามสมมุติ) เป็นคนอีสานแต่อพยพย้ายถิ่นฐานมีครอบครัวอยู่ที่ ต.โพธิ์ไทรงาม อ.บึงนาราง จ.พิจิตร ที่ต้องระเหเร่ร่อนมาของอยู่อาศัยที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพิจิตร ซึ่งอยู่ในความดูแลของ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สาเหตุเป็นเพราะถูกลูกชายแท้ๆที่พอเมาสุราก็ทำร้ายร่างกายตนเองและทำร้ายหลานชายที่อายุได้เพียง 5 ขวบเท่านั้น เมื่ออยู่บ้านแล้วต้องถูกทำร้ายร่างกายก็เหมือนกับตกนรกเพื่อนบ้านที่เห็นจึงไปบอกกับทางราชการให้เข้ามาช่วยเหลือให้ตนเองกับหลานชายออกจากขุมนรกภายในบ้าน และได้มาอยู่ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพิจิตรได้ประมาณ 15 วันแล้ว
แล้วแต่ปรากฏว่าความฝันที่คิดว่าออกจากขุมนรกได้มาพักพิงในที่ ที่หวังว่าจะหนีร้อนมาพึ่งเย็นกลับมิได้เป็นเช่นนั้นเนื่องจากในสถานที่ดังกล่าวมีผู้ที่มาอยู่อาศัยเป็นหญิง ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ 2 ราย และเป็นเด็กและเยาวชน 8 ราย มีเจ้าหน้าที่ที่เป็นนักสังคมสงเคราะห์ , นักพัฒนาสังคม และอื่นๆรวมแล้ว 13 คน ที่คอยดูแลเรื่องความเป็นอยู่และข้าวปลาอาหาร 3 มื้อ แต่เหตุที่ต้องร่ำไห้และมีผู้ที่พบเห็นสงสารถ่ายคลิปส่งมาให้กับผู้สื่อข่าวก็เนื่องจากในบ้านพักแห่งนี้มีเจ้าหน้าที่ที่เป็นสุภาพสตรีท่านหนึ่งชอบใช้พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมว่ากล่าวด่าทอดูถูกเหยียดหยาม นางทุเรียน (นามสมมุติ) คนนี้บ่อยครั้ง บางครั้งก็ใช้ให้ทำงานเก็บ กวาด ถู บริเวณที่พักอาศัย ทำไม่ถูกใจก็ใช้พฤติกรรมดังกล่าว นางทุเรียน (นามสมมุติ )เล่าต่ออีกว่า เจ้าหน้าที่ภายในบ้านพักแห่งนี้คนอื่นๆก็เป็นคนดีมีน้ำใจ แต่พอลับหลังตนเองก็จะถูกเจ้าหน้าที่ ที่เป็นสุภาพสตรีคนหนึ่ง ดุด่า จนต้องแอบร้องไห้เป็นประจำจนมีผู้สงสารถ่ายคลิปส่งให้ผู้สื่อข่าว ว่า ขอให้ไปช่วยเหลือ
ซึ่งเรื่องดังกล่าว นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ทราบเรื่องแล้วและกำลังจะสืบค้นหาความจริง โดยได้กล่าวและ ยืนยันว่า ถ้าเป็นเรื่องจริงหรือมีหลักฐานผู้กระทำเช่นนี้ก็สมควรที่จะต้องพิจารณาตนเองหรือควรได้รับการลงโทษทางวินัย แต่ในเบื้องต้นอยากให้สังคมฟังหูไว้หูควรให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายด้วย
สิทธิพจน์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.พิจิตร
