- 05 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
กรรมการวัดพร้อมชาวบ้านต.บ้านป่า อ.แก่งคอย สระบุรี เดือดหลังเงินในบัญชีของวัดถูกถอนหายไปร่วมล้านขณะที่กรรมการวัดไม่รู้เรื่องรวมตัวกันหน้าธนาคารเพื่อขอตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินที่ถูกถอนหายไปขณะที่ทางกรรมการเกรงถูกสวมสิทธิ์ปลอมลายเซ็นเบิกเงิน
----- จังหวัดสระบุรี เมื่อเวลา 11.00 น. ที่บริเวณ ที่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาแก่งคอย จ. สระบุรี ได้มีกลุ่มกรรมการจากวัดบ้านป่าเหนือ 6 คน ม. 7 ต.บ้านป่า อ. แก่งคอย จ. สระบุรี พร้อมชาวบ้านร่วม 20 คน ได้รวมตัวกันเพื่อที่จะเข้าพบเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย เพื่อขอทราบยอดบัญชีธนาคารวัดบ้านป่าเหนือ ซึ่งภายในบัญชีชาวบ้านได้ทราบว่ามีการเคลื่อนไหวเบิกจ่ายเงินจำนวน ร่วม 7แสนบาท มีการถูกถอนออกไป โดยที่ทางกรรมการวัดทั้งหมดไม่มีการร่วมเช็นเบิกแต่อย่างใด และในขณะนั้น ที่วัดเองเจ้าอาวัดคนดังกล่าวก็ไม่อยุ่ที่วัดด้วย โดยเพราะอย่างยิ่งทางคณะกรรมการเกรงว่ามีการอาจสวมสิทธิ์ปลอมลายเซ็นไปเบิกเงินออกไปจากบัญชี
ด้าน นาง วราภรณ์ ครองรัก อายุ 46ปี ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็น หนึ่งในกรรมการวัดเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า กรรมการวัดบ้านป่าเหนือนั้นมีทั้งหมดรวม 6 คน โดยเมื่อต้นปี 2549 นั้น มีพระเกรียงไกร คนก่อนรักษาการเจ้าอาวาสอยุ่ ในเวลาต่อมาเดือน กุมภาพันธุ์ ปี 2549 พระเกรียงไกร ได้ย้ายออกไป โดยชาวบ้านไม่รุ้ไปอยุ่ที่ไหน และได้มี พระมหาอำนาจ ได้มารับตำแหน่งรักษาการแทนเป็นเจ้าอาวาส ที่วัด จากนั้นหลังจากเมื่อพระมหาอำนาจมารักษาการแทน โดยจนกระทั่งในวันที่ 18 สิ.ค 59 ได้มีคณะกรรมการได้มีการจัดประชุม และมีการสอบถามความเป็นมาในการมารับตำแหน่งใหม่ โดยทางพระมหาอำนาจ เผยว่า ตนรับคำสั่งมารับตำแหน่งรักษาการแทน ส่วนในเรื่องการเงินในบัญชีการเงินในครั้งนั้นตรวจสอบพบว่ายังในบัญชีจำนวน ร่วม 7 แสนกว่าบาท ยัง อยู่ครบ แต่ส่วนที่ตุ้บริจากร่วม 7 หมื่นที่ประชาชนมาร่วมฝากทำบุญไม่มี ซึ่งได้ใช้จ่ายหมดแล้ว
นาง วราภรณ์ เผยต่อว่า หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 31พ.ค 61ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันวิสาขะบูชา ทางคณะกรรมการและชาวบ้านที่มาทำบุญที่วัด จากนั้นทราบว่า ค่าไฟทางวัดเงินไม่มีจ่ายร่วม 10000 บาท ทางกรรมการวัดจึงรวมกันออก จากนั้นด้วยความสงสัย ในวันเดียวกัน ทางกรรมการวัดสงสัยจึงได้มาสอบถามการเบิกจ่ายในตัวบัญชีของวัดที่ธนาคาร ปรากฏทราบว่า เงินในบัญชีของธนาคารได้มีการเบิกจ่ายไปหมดแล้วและมีการเปลี่ยนกรรมการวัดใหม่ด้วย ดังนั้นทางกรรมการจึงมาประชุมกันว่ามีใครรุ้เรื่องหรือเปล่าปรากฏว่าไม่มีใครได้ลงชื่อเซ็นเบิกแม้แต่คนเดียว จึงได้มีการรวมตัวเพื่อมาสอบถามเรื่องการเบิกจ่ายที่ทางกรรมการวัดไม่รุ้และเกรงจะได้รับการสวมสิทธืปลอมลายเช็นไปเบิกจ่าย
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ธนาคารได้เรียกพบ พร้อมชี้แจงว่าคณะกรรมการว่าชุดของตนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงคณะ กรรมการคนใหม่เข้ามาแทนแล้ว ซึ่งพวกตนไม่สามารถมาขอตรวจสอบได้ ดังนั้นถ้าจะใช้สิทธิ์อันเป็นกรรมการชุดเก่าขอตรวจสอบต้องไปแจ้งความจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อที่จะทำ เรื่องประสานขอตรวจสอบความเป็นมาในการเบิกจ่ายเงินในบัญชีตามขั้นตอนของธนาคารได้
---จากนั้นทางคณะกรรมการและชาวบ้านก็ได้เดินทางมาเพื่อเข้าพบกับ พ.ต.อ. ไพโรจน์ ตรีโสภณ ผกก. สภ. แก่งคอย จ. สระบุรี เพื่อแจ้งความจำนงค์พร้อมให้ทำการสอบสวนในเรื่อง เงินบัญชีของวัดบ้านป่าเหนือที่มีการเบิกจ่ายไปได้อย่างไร โดยที่กรรมการวัดทั้งหมดไม่รุ้เรื่อง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการการสอบสวนความเป็นมาในการเบิกเงินที่ถูกถอน ชาวบ้านกรรมการวัดพอใจจึงแยกย้ายกันกลับ ซึ่ง นาง วราภรณ์ เผยต่อว่า ส่วนมากทางคณะกรรมการวัดนั้นตามความเข้าใจเมื่อเป็นกรรมการวัดแล้วหากจะปลดต้องมีการไถ่ถามและพูดคุยกันก่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งแบบนี้หากเกิดมีการปลอมลายเซ็นไปเบิกตนและเพื่อนๆจะเสียหายแน่นอน
สมพงษ์ ปานรุ่ง ผุ้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดสระบุรี
