- 06 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้(6 มิ.ย.61 )ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้ชื่อเฟสบุ๊กว่า “ต้นมิวสิค ภูเก็ต” ได้มีการแพร่ภาพสดทางเฟสบุ๊กความยาวประมาณ 9 นาที พร้อมระบุข้อความว่า “แขก...มาเช่าห้องอยู่ 2 วัน สภาพเหมือนอยู่เป็นเดือนเลยครับ” โดยในช่วงที่มีการแพร่ภาพสด เจ้าของเฟสบุ๊กได้พยายามถ่ายให้เห็นความสกปรกของห้องพัก และอธิบายประกอบอย่างละเอียด จนมีผู้เข้ามาแสดงความเห็นและแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพิ่มเติมไปยัง เจ้าของเฟสบุ๊ก คือ นายต้น (ขอสงวนชื่อ - สกุลจริง ) อายุประมาณ 45 ปี เล่าว่า ห้องดังกล่าวเป็นห้องของแมนชั่นรายวันแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้ใกล้กับสนามบินนานาชาติภูเก็ต ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.61 ที่ผ่านมาได้มีนทท.ชาวเอเชียซึ่งเป็นสามีภรรยาคู่หนึ่งอายุประมาณ 40 -50 ปี ขับขี่รถยนต์เก๋งฮอนด้าแจ้ส สีขาว มาขอจองห้องพักก่อนจะมาเข้าพักในวันที่ 3 – 4 มิ.ย.61 เป็นเวลา 2 วัน ซึ่งทั้งสองคนอัธยาศัยดี พูดภาษาอังกฤษได้ ก็เข้าพักตามปกติ ไม่มีสิ่งได้ผิดสังเกตุ ซึ่งช่วงที่เข้าเช็กอินห้องพักก็พากระเป๋าแค่ 2 ใบ โดยช่วงที่พักฝ่ายชาย จะไม่ค่อยอยู่ห้อง มีเพียงฝ่ายหญิงที่ไม่ค่อยออกไปข้างนอก ซึ่งก็เป็นปกติ ต่อมาเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.61 ซึ่งเป็นวันที่ 2 ที่เข้าพัก แม่บ้านจะของแมนชั่นไปเคาะประตูเพื่อขอเข้าไปทำความสะอาดให้ แต่นทท.ฝ่ายหญิงระบุว่า ยังไม่จำเป็นต้องทำ แม่บ้านจึงไม่ได้ถามต่อเนื่องจากเป็นปกติที่แขกมักจะปฏิเสธเมื่อห้องยังไม่สกปรก หรือต้องการความเป็นส่วนตัว
นายต้น เล่าต่อว่า กระทั่งในเวลาประมาณ 07.00 น. ของวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา นทท.สองสามีภรรยาได้เช็กเอาท์ และคืนกุญแจห้องพักซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ไปตรวจสอบที่ห้องก่อนเนื่องจากแมนชั่นไม่มีบริการเครื่องดื่มเช่นที่อื่นๆ จึงรับคืนกุญแจตามปกติ ก่อนที่นทท.ทั้งสองจะเดินไปขึ้นเครื่องที่สนามเพื่อกลับประเทศ จากนั้นไม่นานแม่บ้านของแมนชั่นได้เข้าไปทำความสะอาด ก็ถึงกับตะลึงเมื่อพบว่าในห้องมีสารพัดขยะเต็มห้องจึงรีบไปตามตนเองมาดู โดยพบว่าขยะดังกล่าวมีทั้งถุงพลาศติก ขวดน้ำ เศษกระดาษ เศษอาหาร เศษซากอาหารทะเล เช่นกะดองปู กะดองแมงดาทะเล ผลไม้เช่นลิ้นจี่ กองเรี่ยราดอยู่ทั่วห้อง ตั้งแต่หน้าประตู ใต้เตียงนอน ข้างๆเตียงนอน ในห้องน้ำ หน้าประตูระเบียงหลังห้อง และมีกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วห้อง ตนเองจึงรีบไลฟ์สด เพื่อให้ดูว่ามีเหตุเช่นนี้เกิดขึ้นจริง ก่อนให้แม่บ้านช่วยกันเก็บขยะและเร่งทำความสะอาดอย่างละเอียด โดยต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดและนำยาดับกลิ่นฉีดหลายรอบ ก่อนเปิดห้องทิ่งไว้เพื่อให้อากาศถ่ายเท
ต่อมา ตนเองเกิดความสงสัยในที่มาของขยะดังกล่าวจึงได้ไล่ดูภาพจากกล้องวงจรปิดของแมนชั่นทั้งหมด ในช่วงเวลาที่ สองนทท.พักอยู่จนทราบว่า เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 4 มิ.ย.61 นทท.ชายได้ขับรถออกไป ก่อนจะกลับมาอีกครั้งประมาณ ตี 1 ซึ่งขณะเข้ามาได้ถอยรถมาจอดในลักษณะหันท้ายรถเข้า ก่อนจะเปิดฝากระโปรงท้าย และขนถุงพลาศติกและถุงผ้าทั้งสีดำ สีขาว ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ประมาณ 5 - 6 ใบ เข้าห้องพักไป ก่อนจะมาพบอีกครั้งว่าเป็นขยะกลาดเกลื่อนในห้องในช่วงเช้า
ทั้งนี้ตนเองตั้งข้อสังเกตุว่า ขยะจำนวนมากขนาดนั้นไม่ใช่ขยะที่เกิดจากการซื้อกิน ซื้อใช้ ของสองนทท.แน่นอน แต่คาดว่า นทท.ชายคนดังกล่าวอาจจะไปเก็บถุงขยะจากร้านค้า ร้านอาหารซีฟู้ดในแถบพื้นที่หาดในยาง มาทำการรื้อค้นดูภายใน ก่อนทิ้งไว้ในห้อง เพราะขณะที่พักอยู่นั้น นทท.ชายได้เคยถามตนเองว่า ร้านอาหารซีฟู้ดใกล้ๆแมนชั้นอยู่บริเวณไหน? และปิดเวลาเท่าไหร่? และที่น่าแปลกเข้าไปใหญ่ ในห้องน้ำไม่มีร่องรอยการใช้น้ำ หรืออาบน้ำ สบู่ที่เตรียมไว้ไม่มีการแกะจากห่อ สรุปคือนทท.พัก 2 วันไม่มีการอาบน้ำ ซึ่งเป็นข้อสังเกตุที่เชื่อมโยงกัน และหากเป็นเช่นนั้นจริง การกระทำดังกล่าวทำเพื่อจุดประสงค์ใดนั้นตนเองไม่ทราบ หรืออีกมุมคือนทท.อาจมีอาการทางจิตก็เป็นไปได้ และนอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการห้องพักรายหนึ่งซึ่งอยู่ในตัวเมืองภูเก็ต สอบถามมาที่ตนเองว่า จะขอดูภาพสองนทท.ได้หรือไม่? เพราะสถานประกอบการของเขาเจอเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน แต่ตนเองไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ จึงปฏิเสธไป
ทั้งนี้ การเผยแพร่ภาพสดดังกล่าว ตนเจตนาให้ทราบว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ไม่ได้คิดประจานให้เกิดความเสียหายต่อประเทศบ้านเกิดของนทท.และพยายามเน้นย้ำว่านทท.ประเทศดังกล่าวคนดีมีมาก ตลอด 10 ปีที่ทำแมนชั่นมา มีนทท.จากประเทศดังกล่าวใช้บริการจำนวนมาก แต่ตนเองเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก แต่ตนก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไร เนื่องจากไม่มีทรัพย์สินเสียหาย
///////////////////////////////
ข่าว/ภาพ อุทัย แสงสุวรรรณ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ภูเก็ต
