- 07 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
หนุ่มวัย30ปีวิ่งโร่ร้องสื่อขอความเป็นธรรม เหตุเพื่อนบ้านชายทะเลอาชีพเดียวกันกลั่นแกล้งตัดแพรตะข่ายที่เลี้ยงหอยได้รับผลกระทบเพราะเป็นอาชีพที่ใช้เลี้ยงครอบครัวตาดำๆทั้ง5ชีวิต ซ้ำหนักแม่ยังต้องมาป่วยเป็นอัมพฤกษ์พ่อก็แก่ชรา เคราะห์ร้ายยังมาถูกเพื่อนบ้านทำลายเครื่องทำมาหากินที่มีความสำคัญต่อชีวิตตาดำๆทั้ง5คน ซ้ำหนักหวิดถูกเพื่อนบ้านรุมทำร้ายอีก หวังได้รับความเป็นธรรม เพราะแค่นี้ครอบครัวก็แย่อยู่แล้ว ตัดพ้อ ไม่ใช่คนพื้นที่ไม่มีสิทธิ์ทำมาหากินได้เลยหรอ ใยถึงได้มากลั่นแกล้งกันเช่นนี้
วันที่( 6 มิ.ย. 61) ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากครอบครัวของ นายกิตติ ไพรบึงอายุ 32ปี ซึ่งมีภูมิลำเนาเป็นคน จังหวัดศรีษะเกษ อยู่บ้านเลขที่ 100 ม.6 ต.ทุ่งชัย อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีษะเกษ โดยผู้เป็นบิดามารดาได้ย้ายถิ่นฐานมาทำมาหากินอยู่ที่จังหวัดชลบุรีโดยได้ไปขออนุญาตกรมเจ้าท่าเพื่อขออนุญาตทำการปลูกสร้างที่อยู่อาศัยอยู่ชายทะเลและยึดอาชีพเลี้ยงหอยขายอยู่ชายทะเลบริเวณ ก้นอ่าว ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ที่ อ่าวอุดม ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยครอบครัวของ นายกิตติ ยึดอาชีพนี้ยาวนานกว่า40ปี จน นายกิตติ และน้องชาย ต้องมาดูแลอาชีพนี้ให้คงอยู่แทน บิดา มารดาที่ชราภาพมากแล้ว เพราะเป็นอาชีพที่ใช้จุนเจือครอบครัวอยู่ในขณะนี้ แต่ต้องมามีปัญหากับเพื่อนบ้านที่มีอาชีพเดียวกันมากลั่นแกล้งทำลายแพรเลี้ยงหอยจนพังเสียหายยับเยินไร้ซึ่งการเกรงกลัวต่อสิ่งใดจนคนในครอบครัวตาดำๆทั้ง5ชีวิตได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก แล้วจะเอาเงินจากไหนมาจุนเจือครอบครัวจึงวอนขอความเป็นธรรมมาดังกล่าว
จากการสอบถามไปยัง นายกิตติ ถึงสาเหตุที่เพื่อนบ้านทำไมลงมือกระทำกับครอบครัวของตนเช่นนี้ ก็ได้รับความตอบว่า ก่อนหน้านี้ตนกับเพื่อนบ้านที่เป็นคู่กรณีดังกล่าวได้มีเรื่องกระทบกระทั้งกันมาก่อนหน้านี้แล้วด้วยสาเหตุถูกเพื่อนบ้านกลั่นแกล้งโดยการกระทำเลื่อนย้ายแพรเลี้ยงหอยของตนมาไว้บนฝั่งทะเลจนครอบครัวของตนได้รับความเดือดร้อนขาดรายได้ไม่มีเงินมาจุนเจือครอบครัว ตนจึงตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความเพื่อจะดำเนินคดีกับเพื่อนบ้านดังกล่าวฐานทำลายทรัพย์สิน แต่กลับไม่เป็นผลเพราะตนไม่หลักฐานไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่สามามารถที่จะเอาผิดเพื่อนบ้านคนที่ก่อเหตุดังกล่าวได้จึงจำใจต้องยอมความไปก่อนในครั้งแรก
ซึ่งเหตุการณ์ล่าสุดช่วงเย็นของวันที่( 6 มิ.ย.61) ตนได้ทราบเรื่องจากน้องชายและภรรยาของตนว่า เพื่อนบ้านคู่กรณีดังกล่าวได้ลงมือกระทำการก่อเหตุในลักษณะเดิมขึ้นอีกครั้งตนจึงรุดเข้าไปที่สะพานฝั่งตรงข้ามและได้อัดคลิปวีดีโอเก็บไว้เพื่อเอาไว้เป็นหลักฐานมัดตัวเพื่อนบ้านที่ลงมือก่อเหตุดังกล่าว และตนก็ได้เดินทางเข้าแจ้งความโดยทันทีพร้อมด้วยคลิปวีดีโอดังกล่าวที่ตนได้บันทึกเหตุการณ์ใน ขณะ ที่เพื่อนบ้านของตนลงมือก่อเหตุดังกล่าว ส่วนสาเหตุดังกล่าวเพียงแค่ไม่พอใจที่น้องชายของตนแค่ไปบอกว่าให้ช่วยเก็บเส้นสลิงที่ขวางทางให้หน่อย แต่ถูกด่าทอด้วยถ้วยคำที่ยาบคายกลับมา พร้อมมีท่าทีจะมารุมทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้นน้องของตนเลยตัดสินใจวิ่งหนี เพราะเพื่อนบ้านมีการข่มขู่ พร้อมพูดว่าพวกตนไม่ใช่คนชลบุรีอย่ามาเก่ง พวกตนจึงอยากขอความเป็นธรรมให้แก่ครอบครัวของตนมาดังกล่าว
ภาพ/ข่าว สิงห์ทอง นามมาลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชลบุรี
รายงานจาก ศูนย์ข่าวภาคตะวันออก สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี
