- 07 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นทท.แห่ชมแสงสีเสียง อัฐมีบูชา "ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้าจำลอง" จัดต่อเนื่องมาถึง 61 ปี อัศจรรย์พิธีก่อนงานฝนตกหนัก หลังเริ่มพิธีฝนหยุดตกจนเสร็จงาน ททท.อบจ.ร่วมจัดงบสนับสนุนอนุรักษ์งานประเพณีเกี่ยวเนื่องพระพุทธศาสนาให้เทศบาลตำบลทุ่งยั้ง ให้คงอยู่กับลูกหลาน
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 61 ที่บริเวณวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง หมู่ 3 ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ นายเสฐียรพงศ์ มากศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในพิธีเปิดการแสดงแสงสีเสียง งานวันคล้ายถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือ ถวายพระเพลิงพระบรมศพจำลอง หลังจากที่พระองค์ทรงเสด็จดับขันธปรินิพพานได้ 7 วัน หรือวัน “อัฐมีบูชา” ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือน 7 และถือเป็นวันสำคัญในพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง
งานประเพณีอัฐมีบูชา ถือได้ว่าเป็นงานประเพณีท้องถิ่นที่สำคัญของชาวตำบลทุ่งยั้งและจังหวัดอุตรดิตถ์ มีการจัดงานสืบเนื่องกันมานานถึง 61 ปี ถือได้ว่าเป็นหนึ่งเดียวในโลกที่ยังคงรักษาประเพณีของพุทธศาสนาเอาไว้ได้ยาวนาน เพื่อเป็นการน้อมจิตรำลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอดจนพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพระพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป และเป็นความเชื่อของชาวพุทธว่าหากได้มีโอกาสร่วมในพิธีถวายเพลิงพระบรมศพจำลองของพระพุทธเจ้า จะได้รับอานิสงส์ของผลบุญเป็นอย่างมาก
ภายในงานมีการจัดแสงแสงสีเสียงขึ้นที่บริเวณสนามหญ้าด้านทิศตะวันออกของวิหารพระบรมธาตุทุ่งยั้ง โดยสมมุติบริ เวณพื้นที่ดังกล่าว ให้เป็นเมืองกุสินารา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ที่วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง มีการสร้างพระบรมศพจำลองของพระพุทธเจ้า ด้วยไม้ทำพระเศียรและพระกร พระวรกายใช้ไม้ไผ่สานทำเป็นเค้าโครง ปิดด้วยกระดาษ ทาสี ครองจีวร ครบตามอัฐบริขาร ประทับในพระอิริยาบถไสยาสน์(นอน) ถูกประดิษฐานไว้ในโลงแก้วจำลอง เหมือนพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน ตั้งไว้บนศาลาการเปรียญ ตรงกับวันวิสาขบูชา หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีนี้มีเดือน 8 สองหน ตรงกับวันขึ้น 15 เดือน 7 วันที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน เมื่อพระชนมายุ 80 พรรษา
เมื่อถึงวันแรม 8 ค่ำ เดือน 7 วันถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระพุทธเจ้า มีพระเจ้ามัลละเป็นองค์ประธาน ท่ามกลางความโศกเศร้าของพุทธศาสนิกชน ภิกษุสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนที่ทราบข่าวการปรินิพพาน ต่างก็เดินทางมาถวายความเคารพพระบรมศพ รวมถึงเหล่าพระอินทร์ พระพรหม เทพยดา นางฟ้าจากสวรรค์ ตลอดจนสามัญชนมีโอกาสถวายความเคารพพระบรมศพเช่นเดียวกัน
จุดสำคัญของการแสดงแสงสีเสียงในครั้งนี้คือ เหตุอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในระหว่างพิธีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า 2 ประการ ประการแรก เมื่อพระเจ้ามัลละได้พระราชทานเพลิงให้ทิศาปาโมกข์ไปจุดถวายพระเพลิงทั้ง 4 ทิศปรากฏว่า จุดเท่าไหร่ไฟก็ไม่ติด พระอนุรุทเถระ ประธานฝ่ายบรรพชิตกล่าวว่า ถ้าพระมหากัสสปะยังมาไม่ถึงและยังไม่ได้มากราบบังคมเบื้องพระยุคลบาท พระเพลิงจะไม่ติด
ส่วนเหตุอัศจรรย์ที่สองคือ ภายหลังที่พระมหากัสสปะนำพาพระภิกษุเข้าเฝ้าถวายความเคารพพระบรมศพแล้วก้มลงกราบที่เบื้องพระยุคลบาท พระเตโชธาตุของพระองค์ก็แตกขึ้นเองพร้อมเผาผลาญพระบรมศพจนหมดสิ้น โดยมิได้มีใครจุดถวาย พระเพลิง ไฮไลน์ของงานตรงจุดนี้ จะปรากฏเรื่องของแสงสีเสียงที่ตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนจำนวนมากที่เข้าร่วมในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพจำลองของพระพุทธเจ้าในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าช่วงหัวค่ำจะมีฝนตกหนักก่อนพิธีเปิดการแสดงแสงสีเสียง แต่ก็มิได้ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวจางหายลงไป กลับเฝ้ารอชมการแสดงโดยไม่หลบหนีไปไหน กระทั่งพิธีการแสดงเริ่มขึ้น เม็ดฝนที่ตกลงมาก็หยุดทันทีจนการแสดงแสงสีเสียงเสร็จสิ้น สร้างความอัศจรรย์ให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ ก่อนการแสดงแสงสีเสียงประกอบถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระพุทธเจ้า มีการแสดง แสง สี เสียง ย้อนอดีตเมืองทุ่งยั้งในสมัยโบราณกาล เกี่ยวกับวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวบ้านในชุมชนยุคสมัยก่อนของคนทุ่งยั้ง รวมถึงงานประเพณีสลากภัต การนำข้าวปลาอาหารไปถวายพระที่วัด การละเล่นและการแสดงชกมวยไทย แสดงออกถึงความรักความสามัคคีของคนภายในชุมชน ครอบครัวและหมู่บ้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดงานประเพณีอัฏฐมีบูชา หรืองานวันคล้ายถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของสมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้า (ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้าจำลอง) เทศบาลตำบลทุ่งยั้ง ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากนายชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)อุตรดิตถ์ เป็นเงินจำนวน 200,000 บาท และได้รับงบประมาณสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) อีกเป็นจำนวน 100,000 บาท เพื่อเป็นการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะงานประเพณีอัฏฐมีบูชาที่สืบทอดกันมานานกว่า 60 ปี ตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย เพื่ออนุรักษ์งานเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนาให้คงอยู่กับลูกหลานตลอดไป
ภาพ/ข่าว สมภพ สินพิพัฒนฤดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ภาคเหนือ จังหวัดอุตรดิตถ์
