- 07 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน เกสท์เฮ้าส์ เชียงใหม่กว่า 100 ชีวิตเดือดร้อนหนักจาก พ.ร.บ.โรงแรม ยื่นหนังสือร้องนายกประยุทธ์ฯผ่านผู้ว่าเชียงใหม่
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 7 มิถุนายน 2561 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายวีรวิทย์ แสงจักร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเมืองเชียงใหม่ ประกอบด้วย ผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็ก เกสท์เฮ้าส์ ร้านนวดแผนโบราณ ร้านข้าวแกง ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ฯลฯ จำนวน 100 คน เดินทางมายื่นหนังสือรายชื่อผู้ประกอบการจำนวน 400 ราย ถึง พล.เอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี โดยผ่านนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ รัฐบาลแก้ไขปัญหาให้กับพวกตน จึงได้มีข้อเรียกร้องเร่งด่วนให้รัฐบาลรับไปพิจารณาดังนี้ 1. ขอให้เจ้าหน้าที่ หยุดการจับกุมผู้ประกอบการไปก่อน 2.ให้ผ่อนผัน
นายวีรวิทย์ แสงจักร์ เปิดเผยว่า จากการขยายตัวของการท่องเที่ยวปัจจุบัน ตามที่รัฐบาลมีนโนบายว่า จะส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายในประเทศ เพื่อให้ชาวต่างชาติ ร่วมถึงคนไทยต้องท่องเที่ยวในไทยเอง ทำให้ผู้ประกอบคนไทยต้องหันมาตื่นตัวและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สถานที่พัก ร้านอาหาร ร้านนวดแผนโบราณ ให้ทันสมัยพร้อมที่จะรอรับท่องเที่ยวบริการที่มีคุณภาพเป็นหน้าตาให้กับประเทศไทย และให้เกิดการท่องเที่ยวหลากหลายเพิ่มขึ้นตามที่นโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยนั้น
ขณะเดียวกันที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อและติดอันดับต้น ๆ ของโลกไปแล้ว ประชาชนผู้ประกอบของจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการตื่นตัวไม่แพ้กับผู้ประกอบการเช่นเดียวกับเมืองท่องเที่ยวจังหวัดอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ที่ผ่านผู้ประกอบการเหล่าประสบปัญหาอย่างก็คือถูกต้องเจ้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจเข้าจับกุม ด้วยที่เจ้าหน้าที่ผู้จับกุมอาศัยอำนาจ พ.ร.บ.ผู้ประกอบการโรงแรมฯ พ.ศ.2547 และ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 พ.ร.บ.ผังเมือง และกฎกระทรวงที่ออกโดยอาศัยอำนาจ พ.ร.บ.ดังกล่าว มาโดยตลอดบางคนถูกดำเนินคดีต้องเสียเวลาทำมาหากิน ทั้ง ๆ เงินที่ลงทุนต้องไปกู้กับแบงค์ต้องเสียดอกเบี้ยเป็นรายเดือด ผู้ประกอบการที่พักรายย่อยหรือ เกสท์เฮ้าส์ และโฮเตล ในจังหวัดเชียงใหม่ ไม่สามารถประกอบกิจกรรมได้ ทั้งที่อยู่ในช่วงผ่อนผันให้มีการปรับปรุงแก้ไขตามกฎกระทรวง จึงขอให้รัฐบาล รับไปพิจารณาเพื่อให้ช่วยเหลือพวกเราที่ประสบปัญหาในขณะนี้
ด้านนายอำนาจ ดวงสิงห์ หนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาดังกล่าว เปิดเผยว่า จากปัญหาดังกล่าวที่ผู้ประกอบการประสบมานั้น ตนมองว่าขึ้นอยู่กับท้องถิ่นหรือเทศบาลฯ ตามกฎหมายได้เปิดโอกาสการจดทะเบียนภายใน 2 ปีเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา โดยผู้ประกอบการเชียงใหม่ จำนวน 1700 ราย ขณะที่กฎหมายกำหนดให้เทศบาลฯโดยฝ่ายสถาปนิกเป็นผู้เขียนแบบให้ แต่เทศบาลมีสถาปนิกเพียงคนเดียวและเมื่อเขียนได้ 1 รายใช้เวลากว่า 4 เดือน 1 ปี เขียนได้เพียง 4 ราย จึงเป็นปัญหาที่หมักมกมานาน เมื่อเจ้าของกิจกรรมให้สถาปนิกเอกชนทางเทศบาลฯก็ไม่ยอมเซ็นให้อีก ส่วน ใบอนุญาตต่อเติมอาคาร หรือ อ.6 เมื่อได้มาแล้วให้ทางผังเมืองจังหวัดเซ็นก็ไม่ยอมเซ็นให้จึงเป็นปัญหาระบบราชการไปด้วย จึงอยากปัญหาเหล่านี้ถึงนายกรัฐมนตรีโดยเร็วและให้ส่งผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญลงมาแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้รวดเร็วที่สุดเพราะผู้ประกอบเจอปัญหาเช่นมานานมากแล้ว เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวและผู้ประกอบการก็ได้สนองนโยบายของรัฐบาลด้านการท่องเที่ยวโดยตรงเช่นเดียวกันด้วย
นิวัตร ธาตุอินจันทร์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดเชียงใหม่
