- 07 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2561 นายไพรัชย์ วงศ์หน่อ หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องและปราบปรามที่ 2 (ภาคตระวันออกเฉียงเหนือ) ร่วมหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ ภูกระแต นำกำลังเจ้าหน้าที่ ติดตามจับกุมผู้ต้องหาลักลอบตัดไม้หวงห้ามในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต ฝั่งบ้านอีเลิศใต้ ต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง จ.เลย จำนวน 3 คน ประกอบด้วย ดาบตำรวจยุวะ หาญลักษณ์ อายุ 47 ปี ตำรวจสังกัดกองบังคับการตำรวจภูธรภาค 8 มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 104 หมู่ที่ 3 ต.แก้งไก่ อ.สังคม จ.หนองคาย , นางสาวรำไพ ภูมิผักแว่น อายุ 44 ปี เป็นภรรยาของดาบตำรวจยุวะ อยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ที่ 3 ต.เพ็ญ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี และท้าวซา หรือ ท้าวชมพู หมื่นสี อายุ 44 ปี อยู่บ้านสำปันนา เขตเวียงจันทน์ แขวงนครเวียงจันทน์ สปป.ลาว พร้อมของกลางประกอบด้วย ไม้ชิงชันแปรรูปจำนวน 14 เหลี่ยม มูลค่า 126,000 บาท รถปิกอัพ ยี่ห้อเชฟโรเล็ต สีดำ ทะเบียน ถฬ 5679 กรุงเทพมหานคร แผ่นป้ายทะเบียนสำรอง บย 8070 เพชรบูรณ์ รถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค ทะเบียน กต 957 นนทบุรี
นายไพรัชย์ วงศ์หน่อ หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องและปราบปรามที่ 2 (ภาคตระวันออกเฉียงเหนือ) กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหาตัดไม้หวงห้ามครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2561 ได้รับรายงานจากสายลับว่า มีกลุ่มคนเข้าไปทำการชักลากไม้ชิงชันแปรรูปลงมาจากภูเขาในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต อ.ภูกระดึง แล้วนำมาซุกซ่อนอำพรางไว้ที่บริเวณชายป่าท้องที่บ้านลาด หมู่ที่ 4 ต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง จึงได้รายงานเบื้องต้นให้ผู้อำนวยการส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปรามทราบ
หลังจากนั้นได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดักซุ่ม ติดตามความเคลื่อนไหว โดยแบ่งเจ้าหน้าที่ออกเป็น 2 ชุด พบร่องรอยการชักลากไม้ออกจากป่าเข้าไปสู่หมู่บ้านตรงตามที่ได้รับรายงาน แต่ไม่พบผู้กระทำผิด จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 6 มิถุนายน 2561 พบรถยนต์และรถจักรยานยนต์แล่นเข้าออก 2-3 คัน และได้พบรถยนต์ปิกอัพติดหลังคาแครี่บอย วิ่งหายเข้าไปในชายป่าบริเวณจุดที่กองไม้ และมีรถยนต์เก๋งวิ่งวนอยู่ด้านนอก ซึ่งคาดว่าจะเป็นรถของนายทุนที่มารับซื้อไม้ จึงส่งสัญญาณให้ชุดจับกุมเข้าจู่โจม แต่ปรากฏว่ารถเก๋งคันดังกล่าวจอดขวางทางเข้าไปยังกองไม้ไว้ ขณะที่คณะเจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบและขอให้หลบออกจากปากทางดังกล่าว รถเก๋งได้ขยับหลบเอง และทันทีที่รถเก๋งขยับก็มีรถยนต์ปิกอัพติดหลังคาแครี่บอยวิ่งสวนออกมา และรถเก๋งคันดังกล่าวก็ออกตัวตามไปอย่างรวดเร็ว คณะเจ้าหน้าที่จึงขับรถออกติดตามท่ามกลางฝุ่นตลบ แต่ถูกขวางโดยรถเก๋งซึ่งวิ่งช้าลงแต่คร่อมกลางถนนไว้ รถของคณะเจ้าหน้าที่พยายามเบียดแซงขึ้นไป จนกระทั่งรถเก๋งยอมให้แซง แต่ปรากฏว่ารถปิกอัพต้องสงสัยได้หลบหายไปจากเส้นทาง คณะเจ้าหน้าที่จึงกลับรถวิ่งย้อนกลับมาตรวจค้นยังเส้นทางเดิม โดยได้ประสานหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ให้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่มาปิดเส้นทางออกไว้ทั้ง 2 จุด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตรวจพบรถเก๋งคันดังกล่าว จอดซุกอยู่ในซอยข้างๆไร่อ้อย จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบผู้ต้องทั้งสามคนอยู่ในรถ จึงได้ควบคุมตัวไว้สอบสวน
จนกระทั่งวันที่ 7 มิถุนายน 2561 เวลา 03.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ออกค้นหารถยนต์ปิกอัพต้องสงสัยจอดอยู่ในบริเวณที่ว่างข้างไร่อ้อย ท้องที่บ้านอีเลิศใต้ หมู่ที่ 3 ต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง จ.เลย ขณะตรวจพบไม่ปรากฏผู้ใดอยู่ในรถหรือในบริเวณดังกล่าวแต่อย่างใด แต่พบรอยเท้าคนวิ่งลัดลงที่นาที่เป็นดินเลน จนรองเท้าแตะหลุดจมอยู่ในโคลน และรอยเท้าดังกล่าวได้หายเข้าไปในไร่อ้อย เจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งได้ออกติดตามแต่ไม่พบ
จึงตรวจสอบรถยนต์ต้องสงสัย พบว่าประตูรถไม่ได้ล็อค แต่ไม่พบกุญแจรถ เมื่อเปิดดูท้ายกระบะ พบไม้ชิงชันแปรรูปอยู่เต็มกระบะ ซึ่งเจาะทะลุเก๋งเข้าไปจนถึงหลังเบาะแถวหน้า เป็นการดัดแปลงสำหรับบรรทุกไม้โดยเฉพาะ ตรวจนับได้ไม้ชิงชันแปรรูปจำนวน 14 เหลี่ยม ปริมาตร 1.26 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นราคาในไทยประมาณ 126,000 บาท ตรวจสอบรถยนต์เป็นรถปิกอัพ ยี่ห้อเชฟโรเล็ต สีดำ ทะเบียน ถฬ 5679 กรุงเทพมหานคร ติดหลังคาแครี่บอย ภายในเก๋งเจาะทะลุถึงหลังเบาะแถวหน้า นอกจากนี้ยังพบแผ่นป้ายทะเบียนสำรองอยู่รถ เป็นแผ่นป้ายทะเบียน บย 8070 เพชรบูรณ์
ดาบตำรวจยุวะ หาญลักษณ์ หนึ่งในผู้ต้องหาให้การว่า ด้รับการว่าจ้างจาก ท้าวซา ไม่ทราบนามสกุล ชายชสว สปป.ลาว ที่มาด้วยกัน เป็นเงินจำนวน 5,000 บาท เพื่อให้ติดต่อหารถกระบะบรรทุกให้ 1 คัน โดยตนได้ให้เบอร์โทรศัพท์ของนายแสง ไม่ทราบนามสกุล แต่รู้จักกัน ซึ่งเป็นเจ้าของรถกระบะปิกอัพ คันที่บรรทุกไม้ ให้ท้าวซา โทรติดต่อตกลงกับนายแสงเอง และตนยังทำหน้าที่ขับรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีฟ้า ทะเบียน กต 957 นนทบุรี ซึ่งเป็นของตนเอง พาท้าวซา นำทางให้กับรถกระบะบรรทุกที่ท้าวซาได้ว่าจ้างให้หาให้ เพื่อไปยัง อ.สังคม จ.หนองคาย โดยตนได้ชวนภรรยา คือ นางสาวรำไพ ภูมิผักแว่น ติดรถมาด้วย โดยไม่รู้ว่าจะมาทำธุระอะไร
ด้านท้าวซา หรือ ท้าวชมพู หมื่นสี ผู้ต้องหาชาว สปป.ลาว ให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากท้าวเปิ้น ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง เป็นชาว สปป.ลาว เป็นเงินจำนวน 5,000 บาท ให้มาขนย้ายไม้ดังกล่าวไปส่งยังจังหวัดหนองคาย โดยท้าวเปิ้นจะประสานงานและนำรถเก๋งสีขาว มาด้วยควบคุมการทำงานด้วยตนเอง ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่ออกติดตามจับกุมท้าวเปิ้นได้ขับรถหลบหนีไปก่อนแล้ว
คณะเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาให้ทั้งสามคนทราบ และทำการจับกุม พร้อมทั้งตรวจยึดไม้ชิงชันแปรรูปทั้งหมด และรถยนต์ทั้งสองคัน นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรภูกระดึง เพื่อสืบสวนสอบสวนหาผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดมาดำเนินคดีต่อไป โดยมอบให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต เป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับคดีและของกลางทั้งหมด.
ภัทราวุธ บุญประเสริฐ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.เลย
