- 07 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 7 มิถุนายน 61 ที่สภ.กลางใหญ่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี นายพรประสิทธิ์ กองแก้ว อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 หมู่ 9 ต.เมืองพาน อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี พา ชาวบ้านหนองกาลึม กว่า 20 คน ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ต.จักรพรรดิ วิจิตรไวทยะ รอง ผกก. สอบสวน สภ.กลางใหญ่ เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองกาลึม ม.9 ต.เมืองพาน อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี
เนื่องจากกรณีผู้ใหญ่บ้านนำรายชื่อของชาวบ้านผู้ได้รับความเสียหาย ไปทำประชาคม ซึ่งไม่ได้รับอนุญาต ไปประกอบการพิจารณาโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก หรือ ตู้น้ำมันหยอดเหรียญ ตามแนวทางประชารัฐ กองทุนละไม่เกิน 500,000 บาท โดยมี ร.ต.สุรวัข บูรณาศานติคุปต์ ชป.รส.ที่ 132 พร้อมเจ้าหน้าที่ ร่วมสังเกตการณ์ ที่ชาวบ้านมาแจ้งความ
นายพรประสิทธิ์ กองแก้ว เปิดเผยว่า โครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ตามแนวทางประชารัฐ กองทุนละไม่เกิน 500,000 บาท ของบ้านหนองกาลึม ม. 9 ต.เมืองพาน อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ได้เริ่มดำเนินการเมื่อปลายปี 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งเดิมที่ประชุมกองทุน ได้มีมติจัดทำโครงการจัดซื้อปุ๋ยเคมี เพื่อการเกษตรและอุปกรณ์เพื่อการเกษตร งบประมาณ 500,000 บาท แต่ไม่ผ่านการเห็นชอบของคณะกรรมการฯ เนื่องจากยอดจองปุ๋ยไม่พอ
ต่อมาผู้ใหญ่บ้านพร้อมคนใกล้ชิด ได้จัดทำเอกสารขึ้นมาใหม่พร้อมทำการเปลี่ยนแปลงโครงการดังกล่าว จากซื้อปุ๋ยและอุปกรณ์การเกษตร เป็นโครงการตู้น้ำมันหยอดเหรียญประชารัฐ โดยมีการแนบรายชื่อชาวบ้านที่มีการลงชื่อเห็นชอบในโครงการอื่นๆ รวมไปถึงโครงการซื้อปุ๋ยฯ แล้วเวียนหนังสือให้ชาวบ้านได้เซ็นชื่อให้ผ่านการเห็นชอบในโครงการดังกล่าว
ทั้งนี้ ผู้ใหญ่บ้าน เป็นทั้งประธานกองทุนฯ ส่วนคนใกล้ตัวและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เป็นกรรมการของกองทุนฯ ด้านการจัดซื้อจัดจ้างของโครงการตู้น้ำมันหยอดเหรียญ ก็จัดทำเพียงไม่โปร่งใส เวลาเปิด-ปิด ตู้หัวจ่ายก็ทำเพียงคนเดียว และเวลานับเงินก็นำเงินที่ได้จากการขาย นำไปนับที่บ้านของตนเอง โดยที่กรรมการฯ และชาวบ้านไม่รู้เรื่องรายรับ – รายจ่ายด้วย ขณะเดียวกันตู้น้ำมันหยอดเหรียญที่ซื้อมาจำนวน 4 ตู้ ก็ใช้ได้เพียง 3 ตู้เท่านั้น และเป็นการจัดซื้อ – จัดจ้างที่ราคาแพงด้วย
จากนั้นพวกตนจึงร้องเรียนไปยัง ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบ้านผือ จ.อุดรธานี ก่อนที่จะไปร้องสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เมื่อวันที่ 26 พ.ค.60 ที่ผ่านมา เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบโครงการดังกล่าว
ต่อมาได้มีรายงานการประชุมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบ้านผือ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.61 ที่ผ่านมา โดยมีการประชุมตรวจสอบ ณ ศาลาการเปรียญวัดหนองกาลึม โดยมีนายรัฐธรรมนูญ พลชารี ปลัดอำเภอ งานศูนย์ดำรงธรรม อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เป็นประธาน โดยพิจารณาตามผู้ร้องเรียน ร้องเรียนว่าเอกสารโครงการและขั้นตอนการเสนอโครงการฯ ถูกต้องตามระเบียบกฎหมายหรือไม่
ด้านผู้ใหญ่บ้าน ได้ให้ข้อเท็จจริงในที่ประชุมดังนี้ “มีการจัดประชุม เสนอคัดเลือกโครงการประชารัฐบ้านหนองกาลึม งบประมาณ พ.ศ. 2559 เดิมเสนอโครงการปุ๋ย งบประมาณ 500,000 บาท แต่ไม่ผ่าน เนื่องจากยอดสมาชิกจองปุ๋ยไม่พอ ไม่สามารถดำเนินงานโครงการได้ จึงได้จัดประชุม เปลี่ยนแปลงโครงการ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2559 โดยการประชาสัมพันธ์ทางหอกระจายข่าว แต่ผู้เข้าประชุมไม่ครบทุกครัวเรือน คณะกรรมการฯ จึงจัดประชุมต่อไป และได้เวียนให้ครัวเรือนที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมลงนามเพิ่มเติม โดยแจ้งว่า เป็นการลงนามเสนอโครงการประชารัฐ งบประมาณ พ.ศ. 2559 โครงการตู้น้ำมันหยอดเหรียญสาเหตุที่ต้องมีการเวียนให้ลงนามเพิ่ม เนื่องจากใกล้สิ้นปีงบประมาณ และได้รับแจ้งว่าต้องรีบดำเนินการ หากล่าช้างบประมาณจะถูกเรียกคืน
ทั้งนี้เพื่อให้เอกสารเสนอโครงการครบถ้วนสมบูรณ์ตามระเบียบ จึงได้มีการเวียนลงนามเพิ่มเติม คณะกรรมการไม่ได้มีเจตนาทุจริตแต่อย่างใด” ซึ่งปลัดอำเภอได้กล่าวในที่ประชุมว่า การเวียนให้ลงนามดังกล่าว ถือว่าไม่ถูกต้องสมบูรณ์ตามระเบียบฯ ส่วนใครเห็นว่าเป็นผู้เสียหายต่อการดำเนินการของคณะกรรมการฯ ก็สามารถดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษได้ โดยให้คำนึงถึงประโยชน์ชาติ ประโยชน์หมู่บ้าน และความรัก ความสามัคคีที่ดีต่อกัน
ดั้งนั้นพวกตนเห็นว่า ได้รับความเสียหายจากการเวียนหนังสือดังกล่าว พร้อมทั้งมีการแอบอ้างรายชื่อเพื่อให้การดำเนินโครงการตู้น้ำมันหยอดเหรียญของหมู่บ้าน ได้รับการอนุมัติงบประมาณครั้งนี้ ทั้งที่พวกตนไม่เห็นชอบในตอนแรก และเห็นว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้เป็นโครงการที่ประชาชนได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริง จึงได้เดินทางมายัง สภ.กลางใหญ่ เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ใหญ่บ้านฐานแอบอ้าง ปลอมแปลงเอกสารลายมือชื่อของพวกตน
ส่วนนายเฉลิม แก้วทอง อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 ม.9 อดีตผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองกาลึม กล่าวว่า การที่เดินทางมาแจ้งความในครั้งนี้ เพื่อเป็นหลักฐานว่าการกระทำของผู้ใหญ่บ้าน กรณีเวียนรายชื่อชาวบ้านเพื่อให้ได้งบประมาณในการดำเนินโครงการตู้เติมน้ำมันหยอดเหรียญจนได้รับการอนุมัติ ที่จริงแล้วพวกตนไม่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด เป็นเพียงการแอบอ้างรายชื่อเท่านั้น จึงมาแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานกับชุมชนอื่นในการดำเนินการใดๆก็ตามต้องมีความโปร่งใส โดยเฉพาะกับงบประมาณแผ่นดินดังกล่าว
นายกฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี ภูมิภาค สำนักข่าว ทีนิวส์
