- 08 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่พระครูโพธิสารประสาธน์ หรือ “พระอาจารย์ชม” อายุ 81 ปี 5 เดือน เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เสด็จ หมู่ 8 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เกจิชื่อดังของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ละสังขารมรณภาพเมื่อเวลา 02.25 น.วันที่ 29 พ.ค. 2561 ซึ่งชาวพุทธเชื่อว่าเชื่อว่าท่านเป็นพระมีบุญญาธิการที่มามรณภาพคืนวันวิสาขบูชาพอดี โดยวันวันดังกล่าวตรงกับวันที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ทั้งนี้ในเวลา 13.00 น.วันที่ 29 พ.ค. 2561 ที่ผ่านมาบรรดาศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนต่างแห่มาร่วมพิธีรดน้ำศพอย่างเนืองแน่นนับหมื่นคน และบรรจุสังขารในโลงแก้วตั้งสวดพระอภิธรรมจนถึงคืนวันที่ 6 มิ.ย. 2561 เป็นคืนสุดท้ายก่อนปิดศพเพื่อรอกำหนดพระราชทานเพลิงศพ แต่ในระห่างนี้จะทำการสวดพระอภิธรรมศพทุกคืนวันอังคาร ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
(8 มิ.ย. ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากการบำเพ็ญกุศลศพพระครูโพธิสารประสาธน์ หรือพ่อท่านชม เสร็จสิ้นในคืนวันที่ 6 มิ.ย.2561 และมีหนังคณะอาจารย์ณรงค์ ตะลงบัณฑิต ศิลปินแห่งชาติประจำปี 2537 มาทำการแสดงปิดท้ายท่ามกลางศิษยานุศิษย์และแขกจำนวนมากที่มาร่วมสวดพระอภิธรรมศพคืนสุดท้ายและรอชมหนังตะลุง อย่างไรก็ตามได้มีการวิพากวิจารณ์ถึงกรณีที่ดอกพวงโกเมน หน้ากุฏิพ่อท่านชมที่ออกช่อดอกเป็นพวงสะพรั่งสวยงามจำนวน 5-6 ช่อในวันที่พ่อท่านชมละสังขาร แต่หลังจากการบำเพ็ญกุศลศพในคืนสุดท้ายปรากว่าดอกพวงโกเมนทั้งหมดได้ร่วงหล่นจากช่อดอกลงมาด้านล่างทั้งหมด คล้ายจะบ่งบอกถึงปริศนาธรรมบางอย่างเกี่ยวกับการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ของทุกสรรพสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้ทุกสรรพสิ่งเกิดมา ตั้งอยู่และดับไปในที่สุดนั้นเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงวันที่ 7 มิ.ย.2561 เกือบตลอดทั้งวันพระศรีธรรมประสาธน์ เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยพรภิกษุ –สามเณร คณะกรรมการและศิษย์ยานุศิษย์ได้ช่วยกันจัดเคลียร์พื้นที่ภายในวัดทั้งหมดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยเจ้าคณะจังหวัดยังได้ตรวจสอบอาคาร สถานที่ สิ่งปลูกสร้างภายในวัดที่ยังค้างสร้างไม่แล้วเสร็จ ประกอบด้วยซุ้มประตูที่ช่างรับเหมาก่อสร้างละทิ้งงานไปหลังจาก่อสร้างได้ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ และศาลาการเปรียญซึ่งสร้างเสร็จประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์เฉพาะรากฐานและโครงสร้างอาคารซึ่งดำเนินการก่อสร้างมาแล้วถึงกว่า 2 ปี ใช้งบประมาณไปแล้วเกือบ 3.5 ล้านบาท โดยทั้งซุ้มประตูและศาลาการเปรียญคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณการก่อสร้างอีกไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งทางพระศรีธรรมประสาธน์จะร่วมกับคณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์ของพ่อท่านชมหาวิธีการระดมทุนมาก่อสร้างต่อยอดให้แล้วเสร็จตามเป้าหมายของพ่อท่านชมต่อไป
นอกจากนี้พระศรีธรรมประสาธน์ ยังเป็นประธานในการตรวจนับเงินทำบุญที่ได้รับจากงานบำเพ็ญกุศลศพพ่อท่านชมระหว่างวันที่ 29 พ.ค.3 มิ.ย. รวม 9 วัน 9 คืน ซึ่งมีพุทธศาสนิกชนทั้งในและต่างจังหวัดเดินทางมาร่วมสวดพระอภิธรรมศพและร่วมอนุโมทนาทำบุญโดยการหยอดในตู้รับอนุโมทนา 2 ตู้ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 582330 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมทิ้งสิ้น 578,870 บาท ยังเหลือเงิน 3,460 บาท ทั้งนี้พบว่ารายการใช้จ่ายก้อนใหญ่เป็นค่าโลงแก้วไม้สักทอง 95,000 บาท (ราคาจริง 135,000 บาท ,ค่าเต้นท์ โต๊ะเก้าอี้ 150,000 บาท,ค่าดอกไม้ประกับหน้าหีบศพ 48,000 บาท ค่าบันทึกภาพวีดีโอ ภาพนิ่งและโปรเจทเตอร์ 22,000 บาท เป็นต้น ในส่วนของค่าวัสดุ อุปกรณ์การประกอบอาหารจัดเลี้ยง 100,000 บาทเศษถือว่าน้อยกว่าที่คาดคิดไว้ ทั้งนี้เนื่องจากบรรดาศิษยานุศิษย์ออกค่าใช้จ่ายกันเองประกอบอาหาร ขนม น้ำดื่ม จัดเลี้ยงฟรีในงานมาก46 ราย โดยไม่เกี่ยวข้องกับรายจ่ายที่ทางวัดจะต้องจ่าย และยังมีการบริจาคน้ำดื่ม พืชผักที่ใช้ในการประกอบอาหาร และอื่น ๆ อีกจำนวนมาก หากต้องใช้เงินมาใช้จ่ายในส่วนนี้จะทำให้ยอดรายจ่ายสูงกว่าเงินทำบุญนับแสนบาท โดยสรุปงานบำเพ็ญกุศลศพพ่อท่านชมรายรับมากกว่ารายจ่ายเล็กน้อย คือยังเหลือเงินอยู่ 3,460 บาท
ในขณะที่นายไพฑูรย์ อินทศิลา หนึ่งในคณะกรรมการจัดงานบำเพ็ญกุศลศพ กล่าวว่า แม้การจัดงานจะผ่านไปด้วยความเรียบร้อยและบ่งบอกถึงการร่วมไม้ร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจของศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนที่หลั่งไหลมาเองอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยในส่วนของตนที่รับผิดชอบเรื่องความสงบเรียบร้อย สถานที่จอดรถและการจัดระเบียบการจดรถ และร่วมกับ อส.ตร.เทวบุรี และนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เงินมาจำนวน 8,000 บาท รับจ่ายมหรสพหนังตะลุง (เทป) 2 คืนเป็นเงิน 6,000 บาท เงินที่เหลือทั้งหมดใส่ตู้ร่วมทำบุญ จึงไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องอื่น ๆ มากนัก
“แต่เมื่อมาตรวจสอบรายละเอียดค่าใช้จ่ายหลายรายการน่าจะประหยัดได้มากกว่านี้ อาทิ การจัดดอกไม้หน้าหีบศพ 55,000 บาทเศษ แม้จะมีผู้แสดงความประสงค์ขอจัดให้ฟรีทั้งหมด แต่เนื่องจากคณะกรรมการบางท่านได้ติดต่อและตกลงกับร้านดอกไม้ไว้ก่อนแล้ว อย่างไรก็ตามร้านดอกไม้ได้ปรับลดลงเหลือต้องจ่าย 48,000 บาท ส่วนค่าเต้นท์ โต๊ะ เก้าอี้ เตาแก๊ส ก็เช่นกันมีการตกลงว่าจ้างมาตั้งแต่คืนที่ 2 ซึ่งต้องจ่ายสูงถึง 150,000 บาท ค่าบันทึกภาพวีดีโอ ภาพนิ่งและโปรเจทเตอร์ จำนวน 22,000 บาท เป็นต้นอาจจะเป็นเพราะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ซึ่งหากมีการบริหารจัดงานที่ดีค่าใช้จ่ายในรายการต่าง ๆ เหล่านี้น่าจะลดลงได้รวมหลายหมื่นบาท อย่างไรก็ตามถือว่าการดำเนินงานเสร็จสิ้นสมบูรณ์ได้กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ โชคดีที่รายได้จากการทำบุญยังมากกว่ารายจ่ายเล็กน้อย โดยสรุปยังเหลือเงินทำบุญ 3,460 บาท และในการจัดงานทำบุญครบ 100 วัน และงานพระราชทานเพลิงศพพระครูโพธิสารประสาธน์ จะต้องประชุมวางแผนการดำเนินการให้รัดกุมมากกว่านี้ เพื่อให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่เท่าที่จะทำได้ เพื่อนำเงินที่เหลือไปใช้ในการก่อสร้างซุ้มประตูและอาคารศาลาการเปรียญที่ยังคั่งค้างให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ตามความต้องการของพ่อท่านชมต่อไป.
ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
