- 08 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 8 มิถุนายน 2561 กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์สภาพอากาศ สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) ตั้งแต่เวลา เวลา 06:00 น.วันนี้ ถึงเวลา 06:00 น.วันพรุ่งนี้ มีดังนี้
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) จะมีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
โดยที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะมีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และกาฬสินธุ์อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ส่วนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จะมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. และคาดว่า อุณหภูมิสูงสุดบ่ายวันนี้ ประมาณ 33 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดเช้าพรุ่งนี้ ประมาณ 24 องศาเซลเซียส
และสำหรับสภาพอากาศใน 7 วันข้างหน้า คาดหมาย ในช่วงวันที่ 7-10 มิ.ย. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 11-13 มิ.ย. จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ทั้งนี้สำหรับลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ตอนบนของภาคเหนือ และประเทศลาว เข้าสู่พายุโซนร้อน "เอวิเนียร์" ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่ง อนึ่ง ในช่วงวันที่ 8-12 มิ.ย.61 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย และให้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา
เรียบเรียงโดย / ชูชัย ดำรงสันติสุข ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์
