- 08 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ชาวบ้านเฮ!ปมขนมจีนราดน้ำปลาให้นักเรียนกินที่สุราษฎร์แจ๊คพอตแตกแล้ววันนี้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงสรุปผลชี้มูลความผิด ผู้อำนวยการโรงเรียนร.ร.บ้านท่าใหม่จำนวน 6 ข้อมีโทษทางวินัยร้ายแรง 5 ข้อไม่ร้ายแรง 1 และ4ข้อไม่พบสิงผิดปกติ เตรียมเสนอศึกษาธิการจังหวัดพิจารณาให้ออกหรือไล่ออก ในขณะที่ชาวบ้านพอใจผลการสอบไม่เป็นมวยล้มเหมือนครั้งที่ผ่านมา
จากกรณีมีผู้เผยแพร่คลิป โรงเรียนบ้านท่าใหม่ ม.17 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ให้เด็กนักเรียนอนุบาลกิน "ขนมจีนคลุกน้ำปลา" ในถาดหลุม และ มีเสียงถามเด็กว่า รับประทานกับน้ำปลาใช่ไหม บางรายมีลักษณะเหมือน ขนมจีนราดแกง ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล ตั้งคำถามว่า เกิดการทุจริตในโครงการอาหารกลางวันหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง ต่อมาได้มีคำสั่ง ย้ายนายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ ผอ.โรงเรียนดังกล่าว ออกจากพื้นที่ ไปช่วยราชการประจำ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต2 (สพป.สฎ เขต 2 ) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.61 ที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ทางเขตพื้นที่การศึกษาได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียนให้ตรวจสอบความผิดของ ผอ.โรงเรียนจำนวน 10 ข้อ พร้อมกันนี้ทาง ปปช.สุราษฎร์ธานีได้เข้าตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการดำเนินการใช้จ่ายเงินอาหารกลางวันพบปมทุจริตเพียบตามที่เสนอข่าวไปอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดวันนี้(เมื่อเวลา10.00น.)วันนี้พลโทโกศล ปทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ/นายสาโรจน์ บุตรเนียน ที่ปรึกษาด้านกฏหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ/นายชุมพล ศรีสังข์ ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี/นายประทีป ทองด้วง ผอ.สพป.สฎ เขต2 ลงพื้นที่ ร.ร.บ้านท่าใหม่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานีเพื่อติดตามผลการสอบสวนข้อเท็จจริงตามการร้องเรียน เมื่อคณะที่ปรึกษา รมต.มาถึงได้เข้าไปที่โรงอาหารเพื่อดูอาหารกลางวันเด็กนักเรียนโดยในวันนี้ทางแม่ครัวได้จัดอาหารประกอบด้วย ต้มข่าไก่ ผัดเป็ดปลาดุกและผลไม้เป็นเงาะโรงเรียน จากนั้นได้มารับฟังการชี้แจงผลสรุปคณะกรรมสอบสวนข้อเท็จจริงที่มี นายจักรรินทร์ อภิสมัย รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 2 (รอง ผอ.สพป.สฎ เขต 2) หัวหน้าชุดทีมสืบสวนข้อเท็จจริง ได้สรุปผลการสืบสวนที่ชาวบ้านร้องเรียน 10 เรื่อง มีสำนวนมีสำนวนการสอบสวนจำนวน 8 หน้าเอกสารพยานหลักฐานกว่า 600 หน้า โดยนายจักรรินทร์ ได้สรุปมีมูลความผิดร้ายแรงจำนวน 5 เรื่องประกอบด้วย 1.ทุจจริตโครงการอาหารกลางวัน 2.ทุจจริตก่อสร้างถนนคอนกรีตภายในโรงเรียน 3.ขายน้ำอัดลม 4.ขายปาล์มน้ำมันโรงเรียนนำเงินไปใช้ส่วนตัว 5.โครงการปักเสาไฟฟ้า และเรื่องที่ 6 การมีมูลแต่ไม่ร้ายแรงคือการปรับปรุงอาคารเรียนไม่ทำตามระเบียบ และ 4 เรื่องไม่มีมูลประกอบด้วย 1,เรื่องการซ่อมแซมบ้านพักครู 2,เรื่องปูกระเบื้องอาคารเรียน 3,เรื่องโครงการเลี้ยงไก่ และ 4,เรื่องเลี้ยงปลาดุก โดยทางคณะกรรมการจะได้สรุปเสนอต่อศึกษาธิการจังหวัดเพื่อพิจารณาให้ออกหรือไล่ออกจากราชการไว้ก่อนซึ่งจะสามารถเสนอได้ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้
พลโทโกศล ปทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังการฟังการสรุปผลการสืบสวนว่าทั้ง 5 เรื่องผิดวินัยร้ายแรง ขั้นตอนต่อทางศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานีจะต้องรีบดำเนินการเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ( กศจ.สุราษฎร์ธานี)ประชุมพิจารณามีคำสั่งต่อไป
ด้านนายชุมพล ศรีสังข์ ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ขั้นต่อไปเป็นการตั้งกรรมการสอบวินัยและคาดว่าจะเริ่มสอบวันจันทร์ที่จะถึงนี้ เป็นวันทำการที่นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ ผอ.โรงเรียนดังกล่าวจะต้องมาปฏิบัติงานวันแรกที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต 2 (สพป.สฎ เขต2) หลังจากที่ลากิจครบกำหนด คาดว่าเรื่องดังกล่าวน่าจะสอบสวนข้อเท็จจริงเสร็จและสรุปได้ว่าจะมีมาตรการลงโทษทางวินัยร้ายแรงต่อไป
ในขณะเดียวกันนายพล ศรัธโธ ผอ.ปปช.ประจำ จ.สุราษฎร์ธานียังลงพื้นที่โรงเรียนบ้านท่าใหม่เพื่อสอบปากคำครูในโรงเรียนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานก่อนเสนอ ปปช ภาค 8 ตั้งอนุกรรมไตร่สวนเอาผิดกับ ผอ.โรงเรียนและผู้ร่วมขบวนการทุจริตอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายประวิง ท่องวิถี พร้อมผู้ปกครองเด็กกว่า 20 คนที่เดินทางมาติดตามผลการสอบสวนข้อเท็จจริงได้บอกกับผู้สื่อว่าเมื่อทราบผลการตรวจต่างพอใจที่คณะกรรมการสรุปผลการสอบสวนชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงของ ผอ.โรงเรียนถึง 5 ข้อพร้อมขอให้ทางพื้นที่การศึกษาจัดส่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีคุณภาพมาประจำในพื้นที่ พร้อมระบุมีความเป็นห่วงความไม่ปลอดภัยของครูน้อยและขอให้ทางคณะกรรมการอย่าเอาผิดเนื่องจากต้องทำตามคำสั่งและถูกกดดันจาก นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ ผอ.โรงเรียนดังกล่าว
ภาพ/ข่าว ณัฐธิดา เริ่มฤกษ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
