- 09 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
คืบหน้าขนมจีนคลุกน้ำปลาเป็นอาหารกลางวันเด็กที่โรงเรียนบ้านท่าใหม่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี พ่นพิษหลังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีออกหนังสือแถลงข่าวโต้ชาวบ้านพร้อมระบุชื่อนามสกุลที่อยู่ของผู้ร้องเรียนพฤติกรรมของ นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ อดีตผอ.โรงเรียนบ้านท่าใหม่ล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดนั่งแถลงข่าวขอโทษผู้เสียหายด้วยใบหน้าเคร่งเคียดพร้อมสั่งการให้ปกครองและตำรวจดูแลความปลอดภัยผีร้องเรียนเต็มพิกัดและตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้นต่อไป
จากกรณีมีผู้เผยแพร่คลิป โรงเรียนบ้านท่าใหม่ ม.17 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ให้เด็กนักเรียนอนุบาลกิน "ขนมจีนคลุกน้ำปลา" ในถาดหลุม พร้อมเรียกร้องให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง ต่อมาได้มีคำสั่ง ย้ายนายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ ผอ.โรงเรียนดังกล่าว ออกจากพื้นที่ ไปช่วยราชการประจำ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต2 (สพป.สฎ เขต 2 ) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.61 ที่ผ่านมา และทางเขตพื้นที่การศึกษาร่วม ป.ป.ช.ประจำ จ.สุราษฎร์ธานีได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียนให้ตรวจสอบความผิดของ ผอ.โรงเรียนจำนวน 10 ข้อ พบประเด็นความผิดวินัยร้ายแรงจำนวน 5 ข้อ 1.เรื่องโครงการอาหารกลางวันไม่ได้คุณภาพ “ขนมจีนกับน้ำปลา”2.เรื่องถนนภายในโรงเรียนที่ไม่ได้มาตรฐาน 3.ขายน้ำอัดลมให้เด็ก4.ขายปาล์มน้ำมันโรงเรียนนำเงินไปใช้ส่วนตัว5.เสาไฟฟ้า8ต้นปักจริง6ต้นมีโทษให้ออกหรือไล่ออกจากราชการตามที่เสนอข่าวไปอย่างต่อเนื่องต่อมานางสาวจิตนา พริ้มพลาย สมาชิก อบต.หมู่ที่ 17 บ้านท่าใหญ่พร้อมนายประวิง ท่องวิถี ผู้ปกครองเด็กได้ออกมาเปิดเผยว่าเมื่อประมาณปี 2559 ทางผู้นำชุมชน คณะกรรมการโรงเรียนพร้อมด้วยผู้ปกครองได้ทำเรื่องร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสต่อสำนักงานพื้นที่เขตการศึกษาและศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในเรื่องโครงการอาหารกลางวันที่ไม่มีคุณภาพติดต่อกันมาตั้งแต่ ผอ.เข้ามารับตำแหน่งที่โรงเรียนโดยเป็นผู้ดำเนินการจัดซื้ออาหารมาเองโดยใช้เงินประมาณ 2,500 บาทต่อวันทั้งที่งบประมาณค่าอาหารเด็กตกประมาณ 5,540 บาท และกรณี ผู้อำนวยการโรงเรียนแสวงผลประโยชน์ใส่ตัวโดยทำเป็นพ่อค้านำเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมมาขายให้กับเด็กนักเรียนทั้งที่ทางกลุ่มผู้ปกครองและคณะกรรมการโรงได้คัดค้านไม่ให้นำมาจำหน่ายแก่เด็กในโรงเรียน และล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมาทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มีหนังสือตอบกลับมาว่าผลการสอบสวนผู้อำนวยการโรงเรียนดำเนินการถูกต้อง จึงขอเรียกร้องขอให้ทางผู้บังคับบัญชาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่ากรณีดังดังกล่าวมีการช่วยเหลือผู้อำนวยการให้พ้นผิดหรือไม่หากพบว่ามีการช่วยเหลือขอให้ดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อเป็นตัวอย่างแก่สังคมต่อไป นอกจากนั้นกลุ่มผู้นำชุมชนตั้งข้อสังเกตุว่าหนังสือตอบกับมาฉบับดังกล่าวมีการลบข้อความบางข้อความออกไป
ต่อมาเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดได้มีหนังสือแถลงข่าวชี้แจงกรณีชาวบ้านที่ออกมาเรียกร้องให้ทางผู้บังคับบัญชาของเขตการศึกษาและผู้บังคับบัญชาของศูนย์ดำรงธรรมตรวจสอบกรณี ศูนย์ดำรงธรรมได้มีหนังสือตอบปัญหาการร้องเรียนว่าไม่มีมูลและมีบางเรื่องแต่ได้ว่ากล่าวตักเตือน ผอ.คนดังกล่าว แต่ชาวบ้านไม่พอใจเข้าใจว่าศูนย์ดำรงธรรมรับรองพฤติกรรมของ ผอ.นั้นถูกต้องเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา แต่การออกหนังสือการแถลงข่าวของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนั้นกับเปิดเผยชื่อจริงนามสกุลจริงของผู้ร้องเรียนออกมาด้วย ซึ่งเป็นการขัดต่อมติ ครม.และเป็นสิ่งที่อาจขัดต่อกฎหมายที่ทางศูนย์ดำรงธรรมกระทำการดังกล่าวไม่เหมาะสมทั้งที่เป็นหน่วยงานภาครัฐที่จะต้องปกปิดชื่อผู้ร้องเรียนเป็นความลับ จึงเป็นเหตุให้มีประชาชนออกมาแสดงความคิดเห็นในทางลบในโลกโซเซียลกันเป็นจำนวนมาก
ต่อมาเมื่อเวลา 15.30 น.ที่ห้องประชุมชั้น 4 ศาลากลาง นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ออกมาแถล่งข่าวถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้นพร้อมกล่าวขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอโทษกรณีดังกล่าว โดยที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเองไม่ได้มีเจตนาที่จะเผยแพร่เอกสารดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารภายในทางหวัดได้ดำเนินการมาด้วยเป็นอย่างดี ทั้งนี้ทั้งนั้นจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้กำชับผู้ที่เกี่ยวข้องได้มีมาตรการต่างๆพึงระมัดระวังในการเปิดเผยข้อมูลผู้ร้องเรียน ไม่ให้เล็ดรอดออกไปอีก อันที่จะส่งกระทบต่อผู้ร้องเรียน อย่างไรก็ตามทางจังหวัดได้กำชับสั่งการให้นายอำเภอท่าชนะและฝ่ายความมั่นคงเข้าไปดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มกำลังและความสามารถ ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงขออภัยมา ณ.โอกาสนี้ ซึ่งตนเชื่อว่ากรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และได้สั่งการเข้มงวดกวดขั้นไม่ให้มีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นอีก สำหรับเหตุที่เกิดขึ้นตนได้สั่งตั้งคณะกรรมตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการต่อไป และเตรียมรื้อเรื่องร้องเรียนที่ยังตกค้างอยู่ในสำนักงานให้เร็วขึ้น ผู้ว่าราชการจังหวัดยังได้ตอบคำถามของสื่อที่ถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของศูนย์ดำรงธรรมหรือไม ทางผู้ว่าราชการได้ยืนยันว่าย้ำว่าไม่ส่งกระทบเพราะเป็นเหตุเรื่องเอกสารหลุดรอดไป
ภาพ/ข่าว ณัฐธิดา เริ่มฤกษ์ ผู้สื่อข่าวผู้มิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
