- 09 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้(9 มิ.ย.61)ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานควารมคืบหน้า หลังจาก ได้รับการร้องเรียน ทางอินบล็อก “เพจ สุรินทร์วันนี้”ซึ่งผู้สื่อข่าวเป็นแอดมินอยู่ จากผู้ใช้ฟสบุ๊ค ชื่อว่า Tuipuiiz Sistery ทราบชื่อต่อมาภายหลังคือ นางสาววรารัตน์ สานสีมา อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102/1 ถนนทุ่งโพธิ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้มีการส่งภาพนิ่ง และข้อความระบุว่า
“เตือนภัยค่ะ เรื่องเกิดขึ้นเช้าวันที่8 ประมาณ 7 โมงเช้า มีคนโทรมาหาแม่(เจ๊บางส้มตำ) บอกว่าจะเหมาส้มตำไปเลี้ยงเพลพระที่วัดกลางจำนวน150 รูป เนื่องจากมีสามเณรมาเรียน ตอนแรกแม่ปฏิเสธเพราะไม่ได้แจ้งล่วงหน้าและไม่เคยรับงานนอกเลย คือโทรมาตอนเช้าให้ไปเพลตอน 11 โมง แต่คนในสายก็ตื้อ ขอร้องแม่บอกว่าไปให้ผมเถอะ เณรไม่มีอะไรฉันท์ ด้วยความที่สงสารและอยากทำบุญแม่จึงตกลงราคากันอยู่ที่ 8000 บาท ทั้งส้มตำ 20 กิโล ขนมจีนน้ำยา 2 หม้อใหญ่ พอถึงเวลา 10โมง เราไปถึงที่วัดเขาก็มายืนรอและโบกรถให้จอดเหมือนคนปกติ เราก็ยกของลงจัดเตรียมเรียบร้อย ระหว่างที่เริ่มตำ มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นที่เครื่องเขา เขาคุยกันเรื่องจะไปซื้อทุเรียนมาเพล จะหาซองมาใส่เงินถวาย คุยกันเตรียมการจะมาเพลกับคนในสาย แล้วจะออกไปรับลูกรับเมียมาที่นี่ ระหว่างที่คุย เขาหันมาถามแม่ว่ามีแบงค์20 แลกมั้ยจะเอาใส่ซอง แม่บอกว่าไม่มี มีแต่แบงค์100 เขาเลยบอกว่างั้นขอแลกหน่อย มีถึง5000 มั้ย แม่บอก” มี “ เขาจึงบอกว่าเอามาก่อน เดี๋ยวผมให้ ตอนนั้นไม่ได้เอะใจอะไร เพราะเขาก็ยืนอยู่ตรงนั้น และมาในฐานะเจ้าภาพ อีกอย่างเราก็เริ่มทำอาหารแล้วเลยคิดว่าเดี๋ยวเค้าคงให้เงินทีเดียว หลังจากนั้นประมาณ5 นาที เขาเริ่มคุยโทรศัพท์แล้วเดินไป เดินมา ทำเหมือนจะออกไปรับลูกเมียและรอจังหวะเราเผลอจึงเดินออกไป
หลังจากนั้นเวลาประมาณ 11.30 น. เขาก็ยังไม่มา เราจึงโทรไปที่เบอร์ที่โทรหาแม่เมื่อเช้า สรุปว่าไม่มีคนรับ เราก็เริ่มใจไม่ดี อาจารย์ที่อยู่ในนั้นก็ได้เดินมาถามว่าเจ้าภาพไปไหนและขอเบอร์ติดต่อเพราะถึงเวลาถวายเพลแล้ว สิ่งที่พีคคือ เบอร์โทรที่ใช้โทรหาแม่เมื่อเช้า คือเบอร์ของอาจารย์คนนี้เอง เขาอ้างว่าโทรศัพท์เขาแบตหมด จึงขอยืมโทรศัพท์อาจารย์โทรสั่งส้มตำ ตอนนั้นทั้งเรา ทั้งอาจารย์ ทั้งพระ และทุกๆคนในนั้นเริ่มใจไม่ดี และเราได้เล่าว่าเขาเอาเงินแม่เราไปด้วย5000 หลังจากนั้นทุกคนจึงรู้ว่าถูกหลอกแน่ๆ
ฟังจากอาจารย์ผู้หญิงคนนึงที่เป็นคนถ่ายรูปไว้ได้บอกว่า เขามาที่วัดกลางตอนสายๆวันที่ 7 แจ้งว่าขอถวายเพลพระในวันที่8 ทางวัดก็ไม่มีปัญหา จากที่คุยกันเขาค่อนข้างรู้เรื่องของทางวัดกลางและวัดต่างๆในจ.สุรินทร์ดีมาก รู้ทุกซอกมุม และอ้างว่าอยู่หมู่บ้านเทพธานี บอกว่าชื่อ สมชาย อายุประมาณ 60 ปีได้ รูปร่างท้วมและสูง ลักษณะเด่นคือมีฟันหน้าซี่เดียว สรุปคือเราเสียหายจากค่าอาหาร 8000+เงินที่เขาเอาไปอีก 5000 รวมเป็นเงิน 13,000 บาท จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้รู้ว่า อย่าไว้ใจใครและอย่าใจดีเกินไป โลกทุกวันนี้มันเลวร้ายเกินกว่าที่เราจะรู้ได้ จะทำบุญที่ไหน เมื่อไหร่ เท่าไหร่ก็ทำได้ แต่ต้องไม่ใช่ในรูปแบบนี้ ทำแล้วจิตใจไม่สงบอย่าเรียกว่าทำบุญ”
ล่าสุดวันนี (9 มิ.ย.61)เวลา 17.00 น.ผู้สื่อข่าวรุดลงพื้นที่ตรวจสอบ ที่ร้าน “เจ๊บางส้มตำระเบิดแซ่บเว่อร์ข้างกรมป่าไม้” อยู่ข้างกำแพงสำนักงานป่าไม้จังหวัดสุรินทร์ ทำให้ได้พบกับผู้เสียหายรายอื่นๆโดยบังเอิญ และได้เข้าสอบถาม วินาทีการโทรศัพท์สั่งข้าวของ และหลอกเอาเงินกับ นางบาง สานศรีมา อายุ 52 ปี 102/1 ถนนทุ่งโพธิ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์
หนึ่งในผู้เสียหาย ที่เคยถูก ไอ้หลอ 18 มงกฎหลอก เล่าว่า ตนแทบจำไม่ได้มัน 10 กว่าปีแล้วที่วัดกลาง เขามาที่หน้าร้านมาติดต่อข้าวกล่องอ้างว่า จะนำไปเลี้ยงเณร วัดกลาง มีประมาณ 400 กว่าองค์ มีพระด้วย เขาถามว่า ต้องการก๋วยเต๋ยวทั้งหมด ป้าคิดเท่าไหร่ เขาให้ 7,000 บาท พร้อมเรียกรถสองแถวมาให้ พร้อมช่วยยก พอไปถึงวัดก็มาพูดจาตีสนิท สักพักก็บอกว่า ของไปรับลูกรับเมีย ที่หน้าวัดหนองบัวก่อนเพราะรถเสีย เขาก็หลอกคนขายลอตตารี่ไปด้วยให้มารอตั้งแต่ 8โมงเช้า จนคนขายลอตตารี่คิดว่า ไอ้หลอเป็นสามีป้า ใจดีแท้เอาของมาทำโรงทานเลี้ยงพระเณรที่วัด มาซื้อล็อตตารี่ 90 ใบถวายพระเณรอีก ซึ่งคนขายล็อตตารี่ให้มารอจนถึงเที่ยงก็ไม่เห็นมา ตนด็เลยเอะใจว่า โดนต้มแล้วมั้ง คนขายล็อตตารี่ก็โอนเอาเงินไป 2,000 บาท อ้างรถเสียเดี๋ยวจะไปกดเงินให้ บอกคนขายล็อตตารี่ว่าขอยืมเงินก่อนจะเอาไปเติมน้ำมันรถยนต์ น้ำมันหมดอยู่ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ แต่กลับบอกตนว่ารถเสียอยู่หน้าวัดหนองบัว หลังรู้ว่าถูกหลอกก็หมดแรง ไม่ได้แจ้งตำรวจ ถือว่าฟาดเคราะห์ แต่คนขายล็อตตารี่หน้าสงสารกว่า หมดเงิน 2,000 บาทกับล็อตตารี่อีก 90 ใบ
ด้าน นางบาง สานศรีมา อายุ 52 ปี แม่ค้าส้มตำชื่อดัง กล่าวว่า ตนว่าจะไม่ไป ไม่ค่อยสบายด้วย แต่ก็ทนลูกตื้อไม่ไหว อ้างถ้าไม่มา พระเณรจะไม่มีอะรฉันเพล ตนก็เลยถือโอกาสอยากไปทำบุญด้วย พอไปถึงวัดเขาก็มาโบกรถให้ หาที่จอดและช่วยยกของให้อย่างดี ตนจึงถามหาลุกเมียเขาก็บอกว่า ไปซื้อทุเรียนกับมังคุดอยู่ เดียวตามมาพร้อมกับข้าว ก็เลยจัดของ เพราะใกล้เวลาเพล เขาก็มาถามว่ามีตังค์ไหม จะของแลกเอาใส่ซองถวายวัด เขาก็บอกเอา 5,000 บาท ก็ไม่ได้เอะใจอะไร ก็ให้ลุกสาวช่วยนับเอาใส่มือให้แกไป ใครจะไปคิดว่าเขาจะมาหลอกแบบนี้ คิดว่าจะมาทำบุญท่าทางก็ดี ไม่คิดว่าจะใจบาปแบบนี้ อายุประมาณ 60 กว่า แต่งตัวดี อ้างมารทำบุญที่วัดนี้บ่อยๆ เดือนหน้าก็จะมาอีกครั้ง พอถึงเวลาจะจ่ายเงิน มองซ้าย มองขวา ทำไมไม่เห็นมาสักที พอถึงเวลาเพล ครูก็มาถาม พระเณรรออาหารแล้ว ตนถึงได้รู้ว่าถูกหลอก ก็เลยบอกพระเณรไปว่า ไม่ได้เสียดายหรอกเด้อ ข้าวของ แต่เสียอารมณ์ ที่เสียเงิน โมโหมากที่มาหลอกเรา พระเณรก็ตกใจว่าทำไม มาหลอกกันในวัดแบบนี้ กลางวันเสกๆ ก็ถือว่าฟาดเคราะห์ไป
ทั้งนี้ผู้เสียหายได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสุรินทร์ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการแกะรอยจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียงวัดกลาง จึงขอฝากแจ้งเตือนภัย และหากใครเห็นชายในรูป ที่อ้างว่าอยู่หมู่บ้านเทพธานี ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ บอกว่าชื่อ สมชาย อายุประมาณ 60 ปีได้ รูปร่างท้วมและสูง ลักษณะเด่นคือมีฟันหน้าซี่เดียว ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ ช่วยจับกุมตัวดำเนินคดีด้วย
ภาพ/ข่าว ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนีกข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
