- 10 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
(10 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวานนี้ (9 มิ.ย.) ที่โรงแรมราวดี ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ร่วมจัดเวทีสาธารณะภาคประชาชน เรื่อง “คลองไทย..คนใต้ว่าอย่างไร?” เพื่อร่วมกันระดมความความคิดเห็นว่า คนภาคใต้มีความคิดเห็นเรื่องคลองไทยอย่างไร โดยมีกลุ่มพลังมวลชนจาก 14 จังหวัดภาคใต้ เข้าร่วมเป็นจำนวนนับพันคนซึ่งนับเป็นเวทีที่เกี่ยวกับการุดคลองไทยที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดขึ้นในประเทศไทย
ซึ่งในการจัดกิจกรรมในวันนี้ (9 มิ.ย.)แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกภาคเช้าเป็นการบรรยายให้ความรู้จากนักวิชาการเกี่ยวกับการขุดคลองไทยแนว 9 A ส่วนช่วงบ่ายเป็นการเปิดเวทีสาธารณะภาคประชาชน โดยนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช มอบหมายให้นายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นตัวแทนกล่าวต้อนรับ และมี พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป นายกสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา เป็นประธานเปิดงาน โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยรอคอยมาเกือบ 300 ปี เกี่ยวกับการจุดคลองไทย ซึ่งมีการศึกษา วิจัยจุดที่จะขุด 3 จุด ประกอบด้วยแนวเดิมคือคลองกระ แนวกลางหรือคลองไทยแนว 9 A และแนวตอนล่างใกล้ประเทศมาเลเซีย และสรุปว่าแนว 9 A เป็นจุดที่เหมาะสมที่สุดและได้รับการยอมรับจากทุกองค์กรทั้งในและต่างประเทศมากที่สุด การจัดเวทีในวันนี้เป็นการศึกษาเชิงลึกถึงข้อดีข้อเสียของการขุดคลองไทย 9 A
“โดยอยากให้มองว่าหากโรงการเกิดขึ้นมาขอให้มองในแง่ดีเอาไว้ก่อน น่าจะได้ประโยชน์กับประชาชนทั้งประเทศ เป็นศูนย์กลางคมนาคมทางบก เรือ อากาศ จำเป็นต้องศึกษาให้ลึกซึ้งและจริงจัง ต้องไม่ลืมว่าคลองไทยมิใช่เป็นเรื่องของนครศรีธรรมราช ภาคใต้ ประเทศ เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของทั้งชาติ หรือทั้งโลกก็ว่าได้ เราต้องมาช่วยกันแสดงพลังให้รัฐบาลได้เห็นความสำคัญของบการขุดคลองไทยว่ามีความสำคัญอย่างไร และจะสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยและหลายประเทศในภูมิภาคนี้อย่างไร”
นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า กว่า 300 ปีที่เกิดแนวคิดการจุดคลองไทย ส่วนตัวแล้วได้ยินเรื่องคลองไทยหรือ “คอคอดกระ”มานานประมาณ 30 ปี และได้ให้ความสนใจมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งมาถึงรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีภาคประชาชนที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ออกมาตั้งองค์กร และเรียกร้องให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาเชิงลึกอย่างจริงจัง จึงได้จัดเสวนาวิชาการเวทีสาธารณะ เพื่อให้มีการพูดคุยกันในทุกภาคส่วนทั้งนี้ เพื่อที่จะนำข้อมูลเสนอให้รัฐบาลและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต่อไป และจะต้องไม่มองที่ปัญหาหรืออุปสรรคต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับโครงการนี้ แต่จะต้องมองที่เป้าหมายใหญ่ในภาพรวมว่าประเทศไทยจะได้อะไรมากมายจากโครงการนี้ และสิ่งที่สำคัญก็คือการเปิดเวทีสาธารณะในครั้งนี้ เป็นเวทีของประชาชน เป็นความต้องการของประชาชนโดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด เป็นเรื่องของส่วนรวมที่ยิ่งใหญ่ทั้งประเทศ
หลังจากนั้นในช่วงบ่ายเป็นการเปิดเวทีสาธารณะเสวนา “เรื่อง “คลองไทย คนใต้คิดว่าอย่างไร? ดำเนินการเสวนาโดยนายสุทธิชัย หยุ่น และนายสุภาพ คลี่ขจาย พร้อมวิทยากร ประกอบด้วยนายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย พล.ต.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายนิยม คำแหง ผู้ทรงคุณวิ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้ทรงคุณวุฒิ และ ศ.ดร.ฐาปนา บุญหล้า ประธานมูลนิธิพัฒนาโลจิสติกส์แห่งเอเชีย ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยในแนวคิดการขุดคลลองไทย แนว 9 A
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสีสันต์ในการเสวนาที่ได้รับความสนใจเรียกเสียงปรบมือดังก้องห้องประชุม เมื่อผู้ดำเนินการเสวนาเปิดโอกาสให้นายจิมมี่ ชวาลา มหาเศรษฐีใจบุญเมืองนครศรีธรรมราช ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการขุดคลองไทยว่าความจริงโครงการนี้ควรจะเริ่มดำเนินการเมื่อประมาณ 40 ปีที่ผ่านมา แต่แปลกใจทำไมรัฐบาลที่ผ่านมา ๆ มาจึงเงียบกริบเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ก็เงียบไปในสายลม ทำให้ประเทศไทยเสียผลประโยชน์มากมาย เพราะเขาอัดเงินลงมาในส่วนบนของคนในประเทศอย่างมหาศาล เงินดังกล่าวไปอยู่ในมือใคร ซึ่ง 40 ปีที่ผ่านมาเราเสียหายไปมากกว่า 12 ล้านล้านบาท สามารถนำงบประมาณดังกล่าวมาพัฒนาสร้างถนนลาดยาง 4 เลน 6 เลนได้ทุกสายในเมืองไทยได้อย่างสบาย
“การจุดคอคอดกระหรือคลองไทยจะทำให้ประเทศไทยได้รับผลประโยชน์อย่างมากมายมหาศาล และเราไม่ได้ทำร้าย ทำลายสิงคโปร์ แต่เราไม่ควรให้เขาโยนแค่สตอเบอรี่เพียงครึ่งลูกที่อยู่บนหัวเค้กลงมาให้เรา ซึ่งก็ไม่ได้ให้กับเราชาวไทยทั้งหมดแต่ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องเบื้องบนเท่านั้น ประเทศไทยควรจะได้อะไรจากจุดนี้มากเพียงพอ เราควรจะได้เค้กมามากกว่าหรืออย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเค้กทั้งลูก และในการขุดคลองไทยไม่จะเป็นในแนวใด ต้องประเทศไทยไม่จำเป็นควักเงินมหาศาลทุนเอง หรือมองแค่จีนเพียงประเทศเดียว หลายประเทศได้รับบทเรียนจากการให้จีนลงทุนผูกขาดมาแล้ว เราไม่ควรมองว่าเราจะได้จากการที่เขาให้กู้เท่าไร่ แต่ควรจะมองกลับไปว่าเราจะต้องจ่ายเขาได้อย่างไร จึงควรให้ประเทศมหาอำนาจหลายทั้งในเอเชียและยุโรปร่วมลงทุนดำเนินการขุดคลลองไทย ซึ่งเชื่อว่ามหาอำนาจต่าง ๆ เขาพร้อมดำเนินการเพราะเขาได้ประโยชน์มหาศาลจากโครงการนี้ เช่น หากประเททศที่ร่วมลงทุนเรือผ่านต้องจ่าย 10 ล้านบาท เราอาจจะเก็บเขาแค่ 5 ล้านก็พอในฐานะที่เขาร่วมลงทุนให้เรา โดยกลยุทธ์นี้จะทำให้เราขุดคอคอกกรหรือคลองไทยได้โดยไม่ต้องเสียเงินสักบาทเดียว และใหม่ต้องกู้เงินใครด้วย” นายจิมมี่ กล่าวอย่างดุดัน จริงจังท่ามกลางเสียงปรบมือกึงก้อง.(ติดตามรายละเอียดได้ตามคลิป).
ข่าว/ ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
ขอบคุณข้อมูล/ภาพ/คลิป..เฟซบุ๊ค "ไพฑูรย์ อินทศิลา "
