ผบ.สั่งลุย!!!ทหาร มทบ.41 จับมือสภาทนายลุยช่วยชาวบ้านจุฬาภรณ์เหยื่อนายทุนเงินกู้โหด-เตรียมเสนอถอนใบอนุญาต 2 ทนายความผัวเมีย (ชมคลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

ทหาร มทบ.41 จับมือสภาททนายเมืองคอนลุยช่วยชาวบ้านเหยื่อนายทุนเงินกู้โหด-พบ “สัญญาปลอม”เป็นช่อง ทางสู้คดีทั้งแพ่งและอาญา-ชาวบ้านเตรียมฟ้องกลับความผิดอาญาสัญญาปลอมฟ้องเกินจริงหลลายสิบเท่า สอบมารยาททนายเตรียมเสนอถอนใบอนุญาตสองทนายความผัวเมีย-ผอ.มทบ.41 เรียกพบสองฝ่าย 25 มิ.ย.นี้-ลั่นสนองนโยบายรัฐชาลและ คสช.เงินกู้นอกระบบต้องหมดภายใน 6 เดือน

                จากกรณีที่นายจรายพงศ์ ศักดิ์ศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ต.สามตำบล อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ได้นำชาวบ้านจาก อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช จำนวนกว่า 30 คน เดินทางเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือจากศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช  เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากจากผู้มีอิทธิพลหรือนายทุนเงินกู้นอกระบบ ซึ่งเปิดสำนักงานทนายความ เพื่อให้ประชาชนเชื่อถือ โดยมีทนายความซึ่งเป็นอดีตนายตำรวจและทนายในสังกัดอีกหลายรายร่วมดำเนินการ ฟ้องร้องชาวบ้านเรียกค่าเสียหายทางแพ่งเกินจริง เช่น ชาวบ้านยืมเงินกันแค่ 1,000-2,000 บาท แต่กลุ่มนายทุนกลับรับมอบอำนาจและนำสัญญาเงินกู้ของชาวบ้านมายื่นฟ้องต่อศาลสูงถึงรายละ 1- 3 แสนบาทและหลายรายถูกฟ้องดำเนินคดีอาญาอีกด้วย มีชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่ฐานะยากจนตกเป็นเหยื่อได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส และเข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม อ.จุฬาภรณ์ ก่อนจะรวบตัวกันเข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชน แต่ต่อมานายทุนได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายจรายพงศ์ ศักดิ์ศรี และชาวบ้านรวมอีก 17 คน ที่ร่วมลงชื่อในเอกสารร้องเรียน พร้อมทั้งผู้สื่อข่าว 3 คนประกอบด้วยนายไพฑูรย์ อินทศิลา ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช และ น.ส.กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ เลขานุการศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. และนายยุทธนะ เตมะสิริ กรรมการสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ในข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ บิดเบือนหรือเป็นเท็จโดยการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น  รวมผู้ต้องหาล็อตแรก 20 คน พนักสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องส่งสำนวนให้อัยการสั่งฟ้องต่อศาล เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งศาลเมตตาให้ประกันตัวคนละ 20,000 บาท ส่วนอีกสำนวนผู้ต้องหา 1 คนคือนายยุทธนะ เตมะศิริ พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องและนัดส่งสำนวนและผู้ต้องหาให้อัยการในวันที่ 11 มิ.ย.2561 ตามที่เสนอข่าวไปตามลำดับแล้วนั้น

ผบ.สั่งลุย!!!ทหาร มทบ.41 จับมือสภาทนายลุยช่วยชาวบ้านจุฬาภรณ์เหยื่อนายทุนเงินกู้โหด-เตรียมเสนอถอนใบอนุญาต 2 ทนายความผัวเมีย (ชมคลิป)

ผบ.สั่งลุย!!!ทหาร มทบ.41 จับมือสภาทนายลุยช่วยชาวบ้านจุฬาภรณ์เหยื่อนายทุนเงินกู้โหด-เตรียมเสนอถอนใบอนุญาต 2 ทนายความผัวเมีย (ชมคลิป)

ผบ.สั่งลุย!!!ทหาร มทบ.41 จับมือสภาทนายลุยช่วยชาวบ้านจุฬาภรณ์เหยื่อนายทุนเงินกู้โหด-เตรียมเสนอถอนใบอนุญาต 2 ทนายความผัวเมีย (ชมคลิป)

ผบ.สั่งลุย!!!ทหาร มทบ.41 จับมือสภาทนายลุยช่วยชาวบ้านจุฬาภรณ์เหยื่อนายทุนเงินกู้โหด-เตรียมเสนอถอนใบอนุญาต 2 ทนายความผัวเมีย (ชมคลิป)

ผบ.สั่งลุย!!!ทหาร มทบ.41 จับมือสภาทนายลุยช่วยชาวบ้านจุฬาภรณ์เหยื่อนายทุนเงินกู้โหด-เตรียมเสนอถอนใบอนุญาต 2 ทนายความผัวเมีย (ชมคลิป)

(11 มิ.ย.)ที่ ร.ต.อ.อรุณ กำลังเกื้อ รอง สวส.สภ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ได้นำสำนวนพร้อมนายยุทธนะ เตมะศิริ ผู้ต้องหาในคดีเดียวกันที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพิ่มเติมส่งเจ้าพนักงานอัยการศาลจังหวัดทุ่งสง เพื่อพิจารณาฟ้องศาลตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้นายยุทธนะ เป็นผู้รับเรื่องร้องทุกข์จากนายจรายพงศ์ ศักดิ์ศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.สามตำบล อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ที่นำชาวบ้านทั้งหมดเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช และแชร์ข่าวจากเพซบุ๊คของนายไพฑูรย์ อินทศิลา ประธานศูนย์ข่าว ฯ

                ขณะเดียวกันที่ร้านขายข้าวแกงและก๋วยเตี๋ยว “ป้านิ่ง” บริเวณบ้านปลายนา ริมถนนเอเชีย 41 ต.สามตำบล อ.จุฬาภรณ์  พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.มทบ.41 ได้มอบหมายให้ พ.อ.วชิรพงษ์ บุญรัตน์ หัวหน้า.กกร.มทบ.4 และคณะนายทหาร มทบ.41 และ พ.ท.สุทา สีแดงกำ นายทหารประจำ กกร.มทบ.4 พร้อมกำลังทหาร มทบ.41 รวม 6 นาย เดินทางไปพบกับนายจรายพงศ์ ผู้ใหญ่และชาวบ้านถูกแจ้งความดำเนินคดีทั้งหมด รวมทั้งนายไพฑูรย์ อินทศิลา ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. พร้อมสื่อมวลชนที่ถูกแจ้งความอีก 2 คน เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและรวบรวมเอกสารหลักฐานเป็นรายบุคล

                ในวันเดียวกันนายสุภัทร คชเชน ประธานสภาทนายความจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้นำทีมทนายความจากสภาทนายความจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยทนายอาสา (ทนายขอแรง)ที่ศาลจังหวัดทุ่งสงจัดตั้งให้ช่วยว่าความสู้คดีให้กับชาวบ้านและสื่อมวลชนที่ตกเป็นจำเลยทั้งหมด  เดินทางไปพบนายจรายพงศ์ และชาวบ้านที่ตกเป็นจำเลยเพื่อสอบสวนปากคำและรวบรวมเอกสาร พยานหลักฐานในการสู้คดีในชั้นศาล  ซึ่งทั้งฝ่ายทหารและทนายความได้แยกกันสอบสวนปากชาวบ้านที่ตกเป็นจำเลยทุกคนอย่างละเอียด ท่ามกลางความดีใจของชาวบ้านที่มีฝ่ายทหารและสภาทนายความยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

ผบ.สั่งลุย!!!ทหาร มทบ.41 จับมือสภาทนายลุยช่วยชาวบ้านจุฬาภรณ์เหยื่อนายทุนเงินกู้โหด-เตรียมเสนอถอนใบอนุญาต 2 ทนายความผัวเมีย (ชมคลิป)

ผบ.สั่งลุย!!!ทหาร มทบ.41 จับมือสภาทนายลุยช่วยชาวบ้านจุฬาภรณ์เหยื่อนายทุนเงินกู้โหด-เตรียมเสนอถอนใบอนุญาต 2 ทนายความผัวเมีย (ชมคลิป)

ผบ.สั่งลุย!!!ทหาร มทบ.41 จับมือสภาทนายลุยช่วยชาวบ้านจุฬาภรณ์เหยื่อนายทุนเงินกู้โหด-เตรียมเสนอถอนใบอนุญาต 2 ทนายความผัวเมีย (ชมคลิป)

ผบ.สั่งลุย!!!ทหาร มทบ.41 จับมือสภาทนายลุยช่วยชาวบ้านจุฬาภรณ์เหยื่อนายทุนเงินกู้โหด-เตรียมเสนอถอนใบอนุญาต 2 ทนายความผัวเมีย (ชมคลิป)

พ.อ.วชิรพงษ์ บุญรัตน์ กล่าวว่า ทราบว่าเรื่องนี้ได้มีการรวมตัวไปร้องเรียนทางสำนักนายกรัฐมนตรีไว้หลายเดือนแล้ว  และทางชาวบานเข้าใจว่าทางสำนักนายกรัฐมนตรีจะส่งเรื่องมาให้ มทบ.41 ดำเนินการช่วยเหลือในเรื่องนี้ทำให้การช่วยเหลือล่าช้าไประยะหนึ่ง แต่หลังจากที่ พล.ต.อาคม พงศ์พรหม บผ.มทบ. 41 ทราบเรื่องก็สั่งการให้ตนนำคณะทหารลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว  ซึ่งฝ่ายหารจะทำการเก็บข้อมูลเบื้องต้นของชาวบ้านที่ถูกนายทุนห้องดำเนินคดีทุกคน  จากการสอบสวนในรายละเอียดพบข้อเท็จจริงในหลายกรณี เช่น การยื่นฟ้องทางแพ่งเรียกค่าเสียหายเกินจริง ชาวบ้านยืมเงินกันแค่ไม่กี่พันบาทแต่โดนฟ้องเรียกค่าเสียหายตั้งแต่ 1-3 แสนบาท การปลอมแปลงลายเซ็นในเอกสารกู้เงิน การต่อเติมข้อความและจำนวนเงินในสัญญา การเรียกเงินอ้างช่วยเหลือวิ่งเต้นคดีต่าง ๆ  ในส่วนของเจ้าหนี้มีหลายคนแต่ผู้ฟ้องซื้อสัญญามาแล้วให้เจ้าหนี้ตัวจริงเซ็นมอบอำนาจให้ผู้ฟ้องดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหายเกินจริงหลายเท่าทุกราย  และทราบข้อมูลว่ามีชาวบ้านที่ตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกันอีกหลายสิบราย

                “ทางทหารคงจะเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยในคดีแพ่ง  เพราะแม้เรื่องจะอยู่ในชั้นศาล แต่เป็นคดีที่สามารถเจรจาตกลงยอมความกันได้ ซึ่งทาง ผบ.มทบ.41 ได้นัดผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านแลสื่อมวลชนที่ตกเป็นจำเลยทุกคนไปพบที่ห้องประชุม มทบ. 41 ในวันที่ 25 มิ.ย. 2561 นี้ และจะทำหนังสือเชิญเป็นลายลักษณ์อักษรเชิญอดีตนายตำรวจซึ่งปัจจุบันเป็นทนายความและภรรยา ผู้รับมอบอำนาจมาฟ้องร้อง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตัวจริงทุกรายที่มอบอำนาจให้อดีตตำรวจและภรรยายื่นฟ้องชาวบ้านไปพบเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย โดยยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถไกล่เกลี่ยตกลงกันได้หรือไม่อย่างไร  แต่เรื่องเงินกุ้นอกระบบทางรัฐบาลและ คสช.มีนโยบายชัดเจนให้ทุกจังหวัดดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เสร็จสิ้นภายใน 6  เดือน ซึ่งในเรื่องนี้นอกจากทาง มทบ. 41 จะรายงานโดยตรงให้รัฐบาลและ คสช.ทราบแล้ว ทางศูนย์ดำรงธรรมทั้งระดับอำเภอ และจังหวัดจะต้องรายงานให้รัฐบาลและ คสช.ทราบโดยตรงเช่นกัน”  พ.อ.วชิรพงษ์ บุญรัตน์ กล่าว

                ทางด้านนายสุภัทร คชเชน กล่าวว่า การช่วยเหลือในทางคดีแยกออกเป็นในส่วนของคดีแพ่ง และคดีอาญา ในส่วนของคดีแพ่งนั้นตนได้ตรวจสอบทุกคดีพบช่องทางในการต่อสู้คดีให้ชนะได้ไม่ยาก โดยเฉพาะกรณีสัญญาปลอมซึ่งจะมีกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ไม่ยากนัก ส่วนคดีอาญาพบว่าชาวบ้านที่ถูกแจ้งความส่วนใหญ่เป็นผู้ร่วมลงชื่อร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมอำเภอจุฬาภรณ์ และมีการนำเอกสารรายงานเหตุการณ์ของ อ.จุฬาภรณ์ รายงานให้จังหวัดนครศรีธรรมราชทราบ เอกสารฉบับเดียวกันก็ถูกนำไปร้องเนียนศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วย และในการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนไม่ได้ระบุชื่อบุคคลและหน่วยงานใด ๆ  ความจริงพนักงานสอบสวนไม่น่าจะรับแจ้งความได้เสียด้วยซ้ำ  การต่อสู้คดีทั้งทางแพ่งและอาญาไม่น่าจะมีปัญหา ซึ่งในกรณีการพิสูจน์สัญญาปลอมนั้น หากในที่สุดศาลตัดสินให้ชาวบ้านชนะคดี ต่อไปก็จะว่ากันในเรื่องคามผิดคดีอาญาฐานปลอมแปลงเอกสารสัญญา ชาวบ้านจะกลับมาเป็นโจทก์แจ้งความหรือยื่นฟ้องดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป โดยทางสภาทนายความจังหวัดนครศรีธรรมราช จะร่วมกับทนายอาสา หรือทนายขอแรงที่ศาลจังหวัดทุ่งสงจัดหาให้จัดตั้งทีมทนายขึ้นมาช่วยเหลือดูแลคดีนี้อย่างใกล้ชิด

                ประธานสภาทนายคามจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า อีกเรื่องที่สำคัญคือการร้องมารยาททนายความ ซึ่งเรื่องนี้ทางสภาทนายความแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะมีทนายความบางคนสร้างความเสื่อมเสียให้กับองค์กร ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของทนายทั้งประเทศ ทางสภาทนายจะไม่เลี้ยงไว้อย่างแน่นอน  จากการตรวจสอบพบว่าอดีตนายตำรวจสอบผ่านได้ตั๋วเป็นทหารว่าความได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย  แต่ทางสภาทนายพบว่าเขาไม่เคยว่าความด้วยตนเองแต่จะจ้างทนายคนอื่น ๆ ว่าความแทนตัวเอง และมีพฤติกรรมหาผลประโยชน์บนคามเดือดร้อนของประชาชน สามารถเสนอให้ทางสภาทนายคามแห่งประเทศไทยพิจารณาถอดถอนจากการเป็นทนายความได้ ส่วนฝ่ายภรรยาของอดีตนายตำรวจทราบว่าสอบผ่านรอการพิจารณารับใบอนุญาตหรือรับตั๋วทนาย แต่ทางสภาทนายตรวจสอบพบคุณสมบัติขัดต่อระเบียบเนื่องจากภรรยาอดีตนายตำรวจท่านนี้ถูกฟ้องและศาลล้มละลายกลางสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย เมื่อประกอบกับพฤติกรรมการเรียกรับเงินจากชาวบ้านวิ่งเต้นคดี  การวิ่งเต้นฟ้องร้องชาวบ้านโดยทำตัวเป็นคู่ความเสียเองผิดมารยาททนายความอย่างชัดเจน ซึ่งการสอบสวนแค่คามปรากฏทางสภาทนายความดำเนินการถอดถอนและยับยั้งใบอนุญาตหรือตั๋วทนายได้  โดยมีความเป็นไปได้สูงมากที่สองสามีภรรยาจะถูกสภาทนายความแห่งประเทศไทยลงโทษตามระเบียบตั้งแต่โทษภาคทัณฑ์ ลบชื่อและพักใบอนุญาติ โดยในปัจจุบันทนายความที่มีพฤติกรรมในลักษณะนี้โดนเยอะนายสุภัทร คชเชน กล่าวยืนยัน.

ผบ.สั่งลุย!!!ทหาร มทบ.41 จับมือสภาทนายลุยช่วยชาวบ้านจุฬาภรณ์เหยื่อนายทุนเงินกู้โหด-เตรียมเสนอถอนใบอนุญาต 2 ทนายความผัวเมีย (ชมคลิป)

ผบ.สั่งลุย!!!ทหาร มทบ.41 จับมือสภาทนายลุยช่วยชาวบ้านจุฬาภรณ์เหยื่อนายทุนเงินกู้โหด-เตรียมเสนอถอนใบอนุญาต 2 ทนายความผัวเมีย (ชมคลิป)

ผบ.สั่งลุย!!!ทหาร มทบ.41 จับมือสภาทนายลุยช่วยชาวบ้านจุฬาภรณ์เหยื่อนายทุนเงินกู้โหด-เตรียมเสนอถอนใบอนุญาต 2 ทนายความผัวเมีย (ชมคลิป)

ผบ.สั่งลุย!!!ทหาร มทบ.41 จับมือสภาทนายลุยช่วยชาวบ้านจุฬาภรณ์เหยื่อนายทุนเงินกู้โหด-เตรียมเสนอถอนใบอนุญาต 2 ทนายความผัวเมีย (ชมคลิป)

ภาพ/ข่าว/ ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช