- 11 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้(11 มิ.ย. 61)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนาในพื้นที่ “ทุ่งกุลาร้องไห้” ซึ่งเป็นที่ราบขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ประมาณ 2 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 13 อำเภอ 5 จังหวัด ได้แก่ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม; อำเภอชุมพลบุรีและอำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์; อำเภอปทุมรัตต์ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอสุวรรณภูมิ อำเภอโพนทราย และอำเภอหนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด; อำเภอศิลาลาด อำเภอราษีไศล และอำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ; อำเภอค้อวังและอำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร ได้ปรับเปลี่ยนจากพื้นที่ทำนาปลูกข้าว หันมาทำสวนปลูกต้นอินทผลัมสร้างรายได้อย่างงาม
โดยเฉพาะนายสมภพ ลุนาบุตร อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 บ้านน้อยพัฒนา ม.9 ต.ดงคั่งใหญ่ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นลูกหลานชาวนา ตำบลนาหนองไผ่ อำชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ มาเป็นเขยที่นี้ ทำนาข้าวแบบปลอดสารพิษ ชวนชาวบ้านมารวมกันจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวหอมมะลิเพชรทุ่งกุลาร้องไห้ขึ้นมา และยังได้ใช้พื้นที่ทำนาจำนวน3 ไร่เศษที่ทำนาข้าวหอมมะลิไม่ได้แล้ว ลองหันมาปลูกต้นอินทผลัม พันธุ์ เคแอล 1 (วัน) มานานกว่า 6 ปี ในช่วงนี้ได้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ เริ่มตัดผลผลิตขายลูกค้าที่จองไว้ ในในราคากิโลกรัมละ 500-600 บาท โดยใช้ถุงปุ๋ยมาห่อหุ้มผลผลิตเพื่อกันน้ำค้าง และใช้ตาข่ายมาคลุมเพื่อป้องกันแมลง นอกจากนั้น ยังได้เพาะต้นกล้าอินทผลัมไว้ขาย ซึ่งขายได้ในราคาต้นละ 400 บาท
นายสมภพ ลุนาบุตร อายุ 41 ปี กล่าวว่า อินทผลัม สวนร่วมใจ บ้านน้อยพัฒนา ม.9 ต.ดงคั่งใหญ่ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด เดิมพื้นที่ตรงนี้ เป็นพื้นที่ทำนา แต่ทำไม่ได้ มีเกลือ ดินมีความเค็ม จึงปรับเปลี่ยนมาลองปลูกอินทผลัม สายพันธุ์ เคแอล 1 (วัน) ตนไปหาซื้อพันธุ์มาจากทางจังหวัดสกลนคร ลงมาปลูกเมื่อปี พ.ศ.2555 ได้ผลผลิตครั้งแรก ในปี พ.ศ.2557 และปีนี้ พ.ศ.2561 ได้ผลผลิตเป็นปีที่ 5 แล้ว จากการปลูกมาประมาณ 6 ปีเศษ ในพื้นที่เขตทุ่งกุลร้องไห้ เหมาะสำหรับการปลูกพืชทะเลทราย ดินแดนที่เหมาะสมในการปลูกอินทผลัม คือ พื้นที่ทุ่งกุลร้องไห้ ผลทดสอบจากผู้ที่มาศึกษาดูงานที่สวน ต่างให้คำตอบว่า ผลผลิตดี และมีรสชาติดี ราคาจำหน่ายหน้าสวน ก.ล.ละ 500-600 บาท พื้นที่ปลูก 3 ไร่เศษปลูกได้ 109 ต้น แต่ขณะนี้พบว่า มีด้วงแมลงศัตรูพืชอินทผลัมตัวร้าย ทำลายไป 6 ต้นแล้ว โดยเฉพาะต้นตัวแม่พันธุ์ ซึ่งตนกำลังหาวิธีการรักษา กำจัด ไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีหรือยากำจัดศัตรูพืชเลย โดยใช้วิธีวิธีภูมิปัญญาชาวบ้าน
ภาพ / ข่าว ภัทรพงศ์ บูรณะศิริศิลป์ ผู้สื่อข่าวสุรินทร์นิวส์
เรียบเรียง ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
