- 12 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
กลุ่มแรงงานลิเบีย ถูกลอยแพ โวย บุกร้องผู้ว่า ทวงสิทธิ์เงินชดเชย
เผยถูกส่งกลับก่อนกำหนด ไร้หน่วยงานดูแล ต่อสู้เกือบ 10 ปี ยังเงียบ
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 ที่ศาลากลางจังหวัดนครพนม ได้มีกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่เคยไปทำงานที่ประเทศลิเบีย กว่า 100 ราย นำโดย นายพิสิษชัย พึ่งกล่อม อายุ 51 ปี ตัวแทนกลุ่มผู้ใช้แรงงานต่างประเทศที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมด้วย นายบุญนำ บุญตั้ง อายุ 45 ปี รวมถึงแรงงานที่ได้รับความเดือดร้อน นำเอกสารหลักฐาน เดินทางมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อ นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม รวมถึงร้องทุกข์ผ่านสื่อ เพื่อเสนอไปยังรัฐบาล และกระทรวงแรงงาน กรณีปัญหาความเดือดร้อน เนื่องจากกลุ่มแรงงานในพื้นที่ จ.นครพนม กว่า 200 ราย ที่เคยไปขายแรงงานที่ประเทศลิเบีย เมื่อปี 2552 โดยมีการติดต่อไปทำงานผ่านกระทรวงแรงงาน เพื่อไปทำงานรับจ้าง ทำงานก่อสร้าง ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายไปรายละประมา๕ณ 1.2 – 1.5 แสนบาท แต่เดือดร้อน เนื่องจาก ถูกส่งกลับมาก่อนกำหนด หลังไปทำงานได้แค่ 3 -4 เดือน เกิดสงคราม จึงต้องถูกส่งกลับก่อนกำหนด ตามเกณฑ์จะต้องทำงานไม่ต่ำกว่า 1ปี ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ เนื่องจากค่าใช้จ่ายมีการกู้ยืมไป ต้องแบกภารหนี้สิ แต่ไม่ได้รับการชดเชยเยียวยาตามกฎหมาย
โดยทางตัวแทนกลุ่มผู้ใช้แรงงานระบุว่า ได้ต่อสู้เรียกร้องไปยังรัฐบาล รวมถึงกระทรวงแรงงาน มานานเกือบ 10 ปี ยังไม่มีความชัดเจน นอกจากนี้ยังได้ฟ้องร้องต่อศาลแรงงานกลาง จนกระทั่งถึงชั้นศาลฎีกา ได้มีคำพิพากษาเป็นที่สิ้นสุด เมื่อประมาณปี 2560 ให้หน่วยงานเกี่ยวข้องรวมถึงบริษัทเอกชน ทำการชดเชย แต่สุดท้ายยังไม่มีหน่วยงานมาดูแล จริงจัง ต้องต้องการออกมาแสดงพลังเรียกร้องให้ทางรัฐบาล เข้ามาดูแลแก้ไข
ด้าน นายพิสิษชัย พึ่งกล่อม อายุ 51 ปี ตัวแทนกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ดีรับผลกระทบ ระบุว่า ปัยหาความเดือดร้อน ของผู้ใช้แรงงานที่เคยไปทำงานที่ประเทศลิเบีย เดือดร้อนต่อสู้มานานหลังถูกส่งกลับก่อนกำหนด ตั้งแต่ปี 2552 แต่ไม่มีหน่วยงาน รวมถึงบริษัทเอกชนเข้ามาดูแลแก้ไขจริงจัง เคยเรียกร้องไปยังรัฐบาล ทางกระทรวงแรงงาน เคยมีมติให้มีการชดเชยดูแล แต่สุดท้ายเรื่องเงียบไม่คืบหน้า จนถึงทุกวันนี้ยังไม่ได้ เงินชดเชย หนำซ้ำยังต้องต้อสู้กับบริษัทเอกชน ที่ฟ้องร้องดำเนินคดีในข้อหาหม่นประมาท เบิกความเท็จต่อศาล เนื่องจากทางผู้ใช้แรงงานได้ฟ้องร้องต่อศาลแรงงานกลาง และได้รับความเมตตา ศาลฎีกาพิพากษาให้ชดใช้เยียวยา ตามกฎหมาย คิดเป็นเงินรายละประมาณ 1.5 แสน – 20 แสนบาท แต่ไม่มีความจัดเจน ถึงปัจจุบัน จึงต้องการออกมาแสดงพลังเรียกร้องผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด แรงงานจังหวัด ให้นำเสนอปัญหาไปยังหน่วยงานระดับสูง เร่งรัดแก้ไขความเดือดร้อน เพราะชาวบ้านเป็นหนี้สิน สุดท้ายจึงต้องออกมาเรียกร้องผ่านสื่อ ซึ่งในครั้งนี้มีตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และจากหน่วยงานเกี่ยวข้องออกมารับเรื่อง เพื่อเสนอตามขั้นตอนต่อไป
ด้าน นายไชยวุฒิ วัชเรนทร์สุนทร แรงงานจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า หลังจากทราบเรื่องในวันนี้แล้ว ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครพนม และสำนักงานแรงงานจังหวัดนครพนม ได้ให้กลุ่มผู้ขายแรงงานที่มาร้องเรียนในวันนี้ลงทะเบียนไว้ เพื่อที่จะได้นำข้อมูลไปตรวจสอบว่ามีผู้ใดที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเงินกองทุน เงินช่วยเหลือเบื้องต้น แล้วก็จะส่งเรื่องเข้าไปที่กระทรวงแรงงาน อีกรอบ เพื่อตรวจสอบให้การช่วยเหลือตามขั้นตอน หากมีผลประการใดก็จะมีหนังสือแจ้งกลับไปยังกลุ่มผู้ขายแรงงาน โดยในเบื้องต้นเมื่อรับเรื่องแล้วสามารถตรวจสอบได้เลยคาดไม่เกิน 7 วันจะสามารถส่งเรื่องไปยังกระทรวงแรงงานได้ทั้งหมด ยืนยันว่าหน่วยงานเกี่ยวข้องได้มีการตรวจสอบดูแลต่อเนื่อง แต่ที่ล่าช้า อาจมีปัญหาที่ขั้นตอน
ข่าว/ภาพ ประทีป วชิระธัญญากุล สำนักข่าวทีนิวส์ นครพนม
