- 12 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
(12 มิ.ย.) ที่ห้องปฏิบัติการชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานประชุมติดตามการขับเคลื่อนโครงการด้านบริหารจัดการน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ภาคราชการ เอกชนและผู้แทนประชาชนในพื้นที่ดำเนินงานเข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียงกัน
สำหรับการประชุมครั้งนี้ที่ประชุมได้ร่วมติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มูลค่าดำเนินการเกือบหนึ่งหมื่นล้านบาท ซึ่งในการดำเนินงานดังกล่าวมีที่ดินกระทบ รวม 1,490 แปลง ในจำนวนนี้ผู้ได้รับผลกระทบให้ความยินยอม สนับสนุนโครงการฯ จำนวน 1,422 แปลง ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการเจรจาทำความเข้าใจและให้ความร่วมมือสนับสนุนเพิ่มเติมอีก จำนวน 36 แปลง ด้านแปลงที่ไม่ยินยอมได้เสนอขอให้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืนเฉพาะแปลงต่อไป
ส่วนความก้าวหน้ากระบวนการจัดหาที่ดินนั้น ได้ดำเนินการสำรวจปักหลักเขตแล้วร้อยละ 95.74 ,ราษฎรยื่นคำร้อง/คำขอ ร้อยละ 38.38 ,ดำเนินการรังวัดที่ดิน ร้อยละ 10.35 และเข้าตรวจสอบทรัพย์สิน ร้อยละ 9.64 ,โครงการอ่างเก็บน้ำคลองสังข์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอทุ่งใหญ่ ปัจจุบันได้สำรวจและออกแบบก่อสร้างแล้วเสร็จอยู่ระหว่างของบประมาณจาก กปร.เพื่อก่อสร้างที่ทำการบ้านพัก และสิ่งประกอบอื่นๆ คาดว่าจะได้รับงบประมาณวงเงินประมาณ 35 ล้านบาท ในเดือนมิถุนายน 2561นี้ ส่วนพื้นที่ป่าตาม พ.ร.บ.2484 จำนวน 631 ไร่ กรมป่าไม้อนุญาตให้กรมชลประทานใช้พื้นที่แล้ว ซึ่งจังหวัดได้ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิจะได้รับเงินค่าขนย้าย (ที่ดิน) ชุดแรก จำนวน 61 แปลง คงเหลือ 4 แปลง พื้นที่ ส.ป.ก.4-01 จำนวน 2,266 ไร่ ปัจจุบันเกษตรกรยินยอมสละสิทธิ์ในพื้นที่แล้ว จำนวน 303 แปลง หรือร้อยละ 71 คงเหลือ 112 แปลง อันเนื่องจากยังไม่มั่นใจว่าจะได้รับเงินชดเชยจากกรมชลประทานหรือไม่
ในส่วนการตรวจสอบทรัพย์สินของราษฎรที่ถูกเขตการก่อสร้างชลประทาน แล้วเสร็จ จำนวน 415 แปลง จำนวน 508 แปลง หรือร้อยละ 82 คงเหลือ 93 แปลง โดยได้ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิจะได้รับเงินค่าขนย้าย (ที่ดิน) และค่ารื้อย้ายชุดสอง จำนวน 410 แปลง เนื้อที่กว่า 1,568 ไร่ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2561ที่ผ่านมา ในขณะที่พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 3,950 ไร่ ซึ่งอยู่ในการครอบครองของ กยท. ในขณะนี้ได้ยื่นขออนุญาตการใช้พื้นที่แล้วและอยู่ระหว่างขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เพื่อโอนพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กยท. ส่งคืนให้กรมป่าไม้ จากนั้นกรมชลประทานจะดำเนินการขอใช้พื้นที่ต่อไปและกรมชลประทานได้ตั้งงบประมาณไว้ในปี 2562 เพื่อจ่ายเงินทดแทนทรัพย์สินให้ กยท.เป็นเงิน 450 ล้านบาทตามลำดับต่อไป
นอกจากนี้ในส่วนของความคืบหน้าการขับเคลื่อนโครงการวังหีบอันเนื่องมากพระราชดำริ อำเภอทุ่งสง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างกรมชลประทานเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติดำเนินการโครงการวังหีบอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ และขออนุมัติผ่อนผันมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2532 กรณีการขอใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 A เพื่อให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กรมชลประทาน) สามารถเข้าใช้พื้นที่สำหรับการก่อสร้างโครงการวังหีบฯ ต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประชาสัมพันธ์ชี้แจงทำความเข้าใจกับราษฎรที่ได้รับผลกระทบเพื่อขอเข้าตรวจสอบพื้นที่ป่า โดยมีที่ดินได้รับผลกระทบทั้งหมด 70 ราย จำนวนนี้ได้ลงชื่อยินยอมแล้ว 50 ราย ยินยอมแต่ไม่ลงชื่อ 10 ราย และคัดค้านจำนวน 10 ราย ฬฯเบื้องต้นที่ประชุมได้เสนอให้หน่วยงานชลประทานเร่งดำเนินการเรื่องมาตรการในการเยียวยาชดเชยผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและมีความเข้าใจที่สอดคล้องตรงกัน
สำหรับโครงการแก้ปัญหาและบรรเทาอุทกภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ 3 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการแก้ปัญหาและบรรเทาอุทกภัยจังหวัดเมืองนครศรีธรรมราชหรือ โครงการฟลัดเวย์ ถือว่าเป็นเมกะโปรเจกต์มูลค่าเกือบหมื่นล้านบาท ดำเนินการในสองพื้นที่ คือ อ.เมืองนครศรีธรรมราช และ พระพรหม รองรับสายน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาหลวง 2.โครงการอ่างเก็บน้ำคลองสังข์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ทุ่งใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 6,800 ไร่เศษ งบประมาณก่อสร้าง 880 ล้านบาท หากรวมค่าชดเชยให้ราษฎรงบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท เป็นพื้นที่ป่าที่อยู่ในความดูแลของการยางแห่งประเทศไทย และพื้นที่ ส.ป.ก.4-01 ซึ่งในพื้นที่การยางแห่งประเทศไทย ไม่มีปัญหา แต่ที่มีปัญหาอยู่บ้างคือในพื้นที่ ส.ป.ก. ซึ่งต้องมีกรรมวิธีในการถอน ส.ป.ก.กลับคืนมา และ 3.โครงการอ่างเก็บน้ำวังหีบอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ทุ่งสง มีพื้นที่ประมาณ 828 ไร่เศษ มูลค่าโครงการประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งมีพี่น้องประชาชนเข้าไปอยู่ในพื้นที่จำนวนหนึ่ง ก็ต้องพยายามสร้างความเข้าใจทั้งในเชิงกว้างและชิงลึก ได้ทำมาเป็นปีแล้ว ซึ่งก็มีทั้งที่เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็ต้องทำให้เข้าใจ แล้วที่สำคัญที่สุดประชาชนบางส่วนเขาต้องเสียสละ เพื่อส่วนรวมเพื่อลูกหลานในอนาคต
โดยในโอกาสนี้นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กล่าวชื่นชมพร้อมทั้งขอบคุณผู้ได้รับผลกระทบทั้ง 3 โครงการที่ได้เสียสละเพื่อจังหวัดนครศรีธรรมราช และให้ความร่วมมือ สนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการฯ พร้อมเชิญชวนภาคส่วนร่วมชื่นชมและให้กำลังใจในความเสียสละในครั้งนี้.
ภาพ/สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช
ข่าว/ ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
