- 12 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.61 ที่จังหวัดนครพนม ร.ต.อ.ศักดิ์ศรี ศรีพั่ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งเหตุคนร้ายงัดศาลาการเปรียบสำนักสงฆ์อรัญวิเวก (ป่าช้านาราชควาย) บ้านเนินสะอาด หมู่ 10 ต.นาราชควาย อ.เมือง จ.นครพนม รุดไปพร้อม พ.ต.ต.กชพัฒน์ วัฒนาอุดม สวป.สภ.เมืองนครพนม จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.นครพนม และชุดสืบสวน รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยนครพนม ทางทิศเหนือประมาณ 70 เมตร บริเวณศาลาการเปรียญทางเข้า พบเหล็กดัดถูกง้างออก คาดว่าคนร้ายใช้คีมหรือของมีคมงัด พบว่ามีทรัพย์สินเป็นโน๊ตบุ๊คยี่ห้อเอเซอร์ 1 เครื่อง มูลค่า 15,000 บาท ที่วางไว้บริเวณที่นั่งฉันใกล้เครื่องเสียง ทิ้งแป้นรองเม้าส์และเม้าส์ไว้ดูต่างหน้า ตรวจสอบในบาตรที่วางไว้ข้างพระประธานพบว่าเงินเหรียญกว่า 1,000 บาท ที่อยู่ในบาตรมีกุญแจล๊อคไว้ ถูกของมีคมงัดอันตรธานหายไป
หลังคนร้ายได้ทรัพย์สินดังกล่าวไปแล้ว ยังพบร่องรอยคนร้ายจะเดินอ้อมไปด้านหลังศาลาการเปรียญ ซึ่งเป็นที่จำพรรษา พบร่องรอยประตูเลื่อนด้านหน้าถูกงัด โดยคนร้ายยังได้ลักกระเป๋าโน๊ตบุ๊คสีดำยี่ห้อเอเซอร์ ที่วางไว้ข้างโต๊ะทำงานไปด้วย ส่วนทรัพย์สินอื่นๆยังอยู่ครบ ก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไป
พระปรีชา สุทธจิตโต วัย 40 ปี ประธานสำนักสงฆ์อรัญวิเวก กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเวลา 08.00 น. ญาติโยมนำนั่งรถยนต์มารับตนไปเป็นพระวิทยากร เพื่ออบรมผู้ต้องขังที่เรือนจำกลางนครพนม กระทั่งขากลับเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน พบร่องรอยบริเวณหน้าศาลาการเปรียญถูกคนร้ายงัดแงะ จึงตรวจสอบกระทั่งพบทรัพย์สินดังกล่าวหายไป จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว
“ก่อนที่อาตมาจะเดินทางออกจากสำนักสงฆ์ไปเรือนจำ พบคนร้ายต้องสงสัยเป็นชาย 1 คน ขับรถ จยย.มาจอดหน้าห้องน้ำใกล้เมรุ และได้ยินเสียงสุนัขเห่า นึกว่าชาวบ้านมาหาของป่าและเก็บเห็ด จึงไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งขากลับมาวัดพบว่าทรัพย์สินสูญหายไปแล้ว เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ครั้งแรกพบว่าเครื่องเสียงถูกขโมยไป แต่ใช้การไม่ได้คนร้ายย้อนนำกลับมาคืน ครั้งที่ 2 คนร้ายงัดกุฏิหลังศาลาการเปรียญ พระลูกวัดรูปหนึ่งสูญเงินไป 10,000 กว่าบาทและพระเครื่องจำนวนหนึ่ง” พระปรีชา ระบุ
เจ้าสำนักสงฆ์อรัญวิเวก กล่าวต่อไปว่า ส่วนครั้งที่ 3 มาลักฆ้องที่ศาลาการเปรียญ กระทั่งครั้งล่าสุดได้โน้ตบุ๊คและเงินเหรียญที่ญาติโยมมาบริจาคยอดใส่บาตร เพื่อเตรียมไว้จ่ายค่าน้ำค่าไฟหายไป คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน ที่เข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์สินหายไป 4 ครั้งแล้ว แต่ยังจับกุมคนร้ายไม่ได้ จนญาติโยมที่มาทำบุญในวัด จะนิมนต์อาตมาออกจากสำนักสงฆ์แห่งนี้แล้ว
ร.ต.อ.ศักดิ์ศรี กล่าวว่า เชื่อว่าคนร้ายอาจอยู่ใกล้ละแวกใกล้เคียง เพราะรู้ความเคลื่อนไหวของพระในวัดซึ่งมีอยู่รูปเดียว เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จึงได้ตรวจเก็บร่องรอยและนิ้วมือแฝงของคนร้ายไว้ เพื่อจะได้เป็นเบาะแสเพื่อสืบสวนติดตามหาตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป
ข่าว/ภาพ ประทีป วชิระธัญญากุล สำนักข่าวทีนิวส์ นครพนม
