- 12 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้(12 มิ.ย.61)ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า นางแจ่มจิตร จุดาบุตร อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72 บ้านโคก ม.13 ต.ทัพทัน อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ,นายแอ๊ต จารัตน์ อายุ 36 ปี ส.อบต.ทับทัน พร้อมด้วยนางกลมวัน รินดา อายุ 41 ปี และชาวบ้านกว่า 20 คน ได้หอบเอกสาร เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.ปรีชาชนะ ไหมทอง พนักงานสอบสวน สภ.สังขะ จ.สุรินทร์ว่าได้นำหนังสือร้องเรียนต่อนายอำเภอสังขะ ตรวจสอบคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งในนั้นมี หนึ่งในคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน ได้โพสต์ รูปปืน ลักษณะข่มขู่ชาวบ้านในเฟสบุ๊ค ชาวบ้านโคกยาง เปิดเจอต่างผวากลัว
ทั้งนี้ เมื่อวานนี้ (11 มิ.ย.61)ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้ติดลงพื้นที่ตาม พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่จากโครงการประชารัฐจังหวัดสุรินทร์ หลังชาวบ้านร้องเรียนต่อ สำนักงานนายกรัฐมนตรี ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอสังขะ ว่า คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านโคกยาง ปฏิบัติหน้าที่ส่อทุจริต ประธานกองทุนไม่เคยสรุปผลการดำเนินการ เกี่ยวกับเงินบัญชี 1,2 เงินดอกเบี้บ และเงินอื่นๆ ซึ่งเป็นทรัพย์สินของกองทุนหมู่บ้าน สัญญาเงินกู้ มีการ ขีด ฆ่า แก้ไข จำนวนตัวเลข โดยไม่ชี้แจงบอกสมาชิกทราบ และคณะกรรมการมีการปลอมแปลง ลายมือ ชื่อ ปลอมแปลงวาระการประชุม เพื่อนำส่งอำเภอ เพื่อขอรับเงินสนับสนุน โครงการที่เป็นเงินของรัฐบาล โดยที่ชาวบ้านไม่ทราบและมีการซักถามหลายครั้งก็ยังเหมือนเดิม
ประธานได้นำงบที่รัฐบาลผลักดันมาสู่หมู่บ้านสร้างในสิ่งที่ตนเองมีดังนี้ โครงการเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ งบ 200,0000 บาท โครงการร้านค้าประชารัฐ งบ 500,000 บาท และโครงการต่อยอดร้านค้าประชารัฐ งบ 200,0000 บาท โดยชาวบ้านได้ขอให้ประธานกองทุนหมู่บ้านโคกยาง ออกมาชี้แจงเรื่องเอกสารต่างๆ รวมทั้งออกมารับผิดชอบ กรณี ปลอมแปลง เอกสาร ลายมือชื่อ บันทึกการประชุมโครงการต่อยอดร้านประชารัฐ โดยที่มีการคัดค้าน และสมาชิกก็ไม่ครบองค์ประชุม ทั้งนี้ เพื่อยังยั้ง พฤติกรรมของกรรมการหมู่บ้านไม่ให้มีอำนาจ เอาความรู้มาแสวงหาประโยชน์ เพื่อตนเอง โดยประธานไม่กลัวกฎหมายบ้านเมืองเลย
ซึ่งจากการประชุมของ หลายหน่วยงาน ที่เกี่ยว ยังไม่ดำเนินคดี ทั้งๆที่เป็น ความผิดซึ่งหน้าและอีกอย่าง นาย ถาวร ชัยนิยม ประธานโครงการกองทุนหมู่บ้าน ผู้กระทำความผิดก็รับสารภาพว่า ทำจริง มีการปลอมแปลงเอกสารจริง และชาวบ้านยังให้การเพิ่มเติมว่า ในกรณีที่ได้เงินมาจากการทำ เรื่องกู้ยืมของโครงการต่างๆ นาย ถาวร ชัยนิยม จะต้องบอกว่า ถ้าจะกู้ก็ต้องแบ่งให้ตนด้วย ซึ่งชาวบ้านหลายคนจำเป็นต้องยอม เพราะตนมีความจำเป็นต้องใช้เงิน พวกตนเป็นคนกู้ แต่มีคนขอแบ่งไปใช้แบบนี้จะให้ชาวบ้านทนอยู่กับผู้นำแบบนี้ได้อย่างไร และเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องจะช่วยเหลือ จึงขอวอนผู้ที่มีอำนาจได้มาช่วยคลี่คลายปัญหานี้ด้วย เพราะปัญหานี้เกิดความเสียหายต่อรัฐ และประชาชน
ผู้สื่อข่าวได้พยายามขอสัมภาษณ์ นาย ถาวร ชัยนิยม ประธานโครงการกองทุนหมู่บ้านโคกยาง หลายครั้งกลับถูกตอกกลับมาว่า เป็นเจ้าหน้าที่หรือไม่??
นางกลมวัน รินดา อายุ 41 ปี ผู้ช่วยบ้านโคกยาง กล่าวว่า ตนและชาวบ้านกว่า 20 คนได้เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอสังขะ ตนไม่มีชื่อที่ถูกปลอมแปลง แต่เป็นคนไปค้นหาหลักฐานมายื่นยันได้ ว่า เขาปลอมแปลงลายเซ็น ซึ่งผู้ใหญ่บ้านโคกยางรับทราบแต่ไม่ได้ดำเนินเรื่อง ตนและชาวบ้านกว่า 20 คน ร้องเรียน และเข้าแจ้งความดำเนินคดี
นายแอ๊ด จารัตน์ อายุ 36 ปี ส.อบต.ทับทัน กล่าวว่า เอกสารไม่ครบแต่กลับให้ผ่านโครงการประชารัฐ ตนและชาวบ้านก็พากันงง เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องตรงนี้ ได้โทรศัพท์มาแจ้งประธานกองทุนหมู่บ้าน มีชาวบ้านไปขอคัดสำเนาเอกสาร ซึ่งโดยปกติเจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิที่เอาข้อมูลของทางราชการ มาเปิดเผยให้กับสาธารณะชน ชาวบ้านจึงรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเขาแล้ว ตนได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังอำเภอสังขะ ให้มีการสอบสวนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ว่า เอกสารแบบนี้ปล่อยมาได้อย่างไร ส่วนเจ้าหน้าที่ที่โทรมาแจ้งประธานกองทุนหมู่บ้าน อยากถามว่า คุณกินเงินเดือนจากภาษีประชาชน หรือกินเงินเดือนจากกองทุนหมู่บ้านกันแน่ นี้คือสิ่งที่ชาวบ้านอยากรู้ ตนร้องเรียนครั้งแรกไปที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอสังขะ ซึ่งทาง ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอสังขะ ได้ทำหนังสือแจ้งมายังตนว่า ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบแล้ว ว่าถ้ามีความคืบหน้าอย่างไรก็จะรายงานให้ตนทราบทันที แต่เรื่องก็เงียบไป ครั้งที่สอง ตนทำหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานนายกรัฐมนตรี ก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด พอครั้งนี้ชาวบ้านเขาเดือนร้อนจริง เดือนร้อนหนัก มีการปลอมแปลงลายเซ็น ชาวบ้านทนไม่ไหวเลยพากันไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอสังขะ เพื่อให้อำเภอมาประชุมร่วมกัน และเหตุการณ์ก็เป็นจริงตามที่ชาวบ้านสงสัย คณะกรรมการกองทุนได้ละเมิดสิทธิของชาวบ้าน ปลอมแปลงลายเซ็น ที่ตนออกมาพูดในวันนี้ ก็เพื่อจะให้สื่อมวลชนได้เป็นกระบอกเสียงไปถึงผู้ทำหน้าที่ตรงนี้ ได้ลงมาสอบสวนจริงๆ ว่ามันจริงไหม อย่างที่ชาวบ้านร้องเรียน เงิน 200,000 บาท เอกสารไม่ครบ ทางอำเภอสังขะ ให้ผ่านมาได้อย่างไร และอยากให้ผู้ที่ทำหน้าที่ตรงนี้ได้ออกมาชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ทำไมถึงปล่อยปละ ละเลยกันขนาดนี้ อันนี้แค่งบ 200,000 บาท แล้วงบอื่นๆก็มีการปลอมแปลง สาเหตุที่ชาวบ้านสงสัย เพราะประธานกองทุนหมู่บ้านไม่เคยชี้แจงปิดงบดุลให้สมาชิกทราบ อ้างแต่มีการรายงานงบดุลไปยังเครือข่าย ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด และ สทบ.ภาค 7 ซึ่งเวลาสมาชิกถาม ทางคณะกรรมการจะไม่พอใจ ซึ่งเป็นหน้าที่ของประธานและกรรมการ จะต้องชี้แจง ดอกเบี้ยก็ไม่เคยเอามาชี้แจงให้ชาวบ้านทราบเลย
โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.60 ที่ผ่านมา ได้มีคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน ได้นำเอกสารอันเป็นเท็จไปเบิกเงิน โครงการประชารัฐ งบ 200,000 บาท ในนามหมู่บ้านโคกยาง ซึ่งชาวบ้านไม่มีใครได้รับรู้เลย ในเรื่องดังกล่าว พอมีการตรวจสอบเอกสารดังกล่าวแล้ว พบว่า เป็นจริงอย่างที่ชาวบ้านสงสัย ก็เลยพากันร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ จนได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.61 ที่ผ่านมา แต่เรื่องนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการอยู่ ชาวบ้านสงสัย เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านระดับอำเภอให้ผ่านมาได้อย่างไร บางคนมีรายชื่อที่ซ้ำกัน เอกสารหายไป 1 แผ่นก็มี ซึ่งตนไปขอคัดมาจากเครือข่ายอำเภอสังขะ บางคนมีชื่อ แต่คนละบ้านเลขที่ บางคนเสียชีวิตไปแล้ว อย่างกรณี นายจตุรงค์ ชัยนิยม และนางแสง เครือแสง ตายไปนานแล้ว ก็ยังเอาชื่อมา ซึ่งตนเคยร้องเรียนไป 2 ครั้ง ครั้งแรกไปที่สำนักงานพัฒนาชุมชน /ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอสังขะ ซึ่งทาง ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอสังขะ ทำหนังสือไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ แต่ได้รับหนังสือตอบกลับว่า มีการสอบสวนแล้ว แต่ไม่มีความอะไรคืบหน้า เรื่องก็หายเงียบไป ล่าสุดร้องเรียนไปยังสำนักงานนายกรัฐมนตรีเรื่องก็เงียบเหมือนเป่าสาก
ภาพ/ข่าว ประวัติ วันวิญ และทีมข่าวสุรินทร์นิวส์ อำเภอสังขะ
เรียบเรียง ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
