- 13 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่13 มิถุนายน 61 เวลา13.30 น. ร.ต.อ.อนัน เหมือนเพชร รองสารวัตร สอบสวนเวร สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี ได้ทำการสอบปากคำเพิ่มเติม น.ส.พิทยา ศรีชัยยศ อายุ51ปี บ้านเลขที่ 212 หมู่ 2 ต.หนองหาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี พนักงานขายร้านทองธีรภัณฑ์ สาขา 4 ต.หนองหาน อ.หนองหาน ที่ถูกคนร้ายเป็นหญิง สวมกางเกงวอร์ม สวมเสื้อแจ๊คเก็ต ผ้าร่มสีดำ-ชมพู สวมหน้ากากอนามัยปิดบังหน้า เข้ามาทำทีเลือกซื้อทอง ก่อนที่จะนำอาวุธปืนแบบลูกโม่ ที่อยู่ในกระเป๋ สะพายผ้าสีดำตัวอักษรอังกฤษรูปตัวR สีขาว ก่อเหตุชิงทรัพย์ได้สร้อยข้อมือทองไป 3 เส้น รวมน้ำหนัก 5 บาท
ตำรวจได้ทำการสอบในเรื่องรายละเอียดมากที่สุด อาวุธปืนแบบลูกโม่ สีเงิน และ มีขนาดลำกล้องยาวเท่าไร โดยด้านจับปืนเป็นสีดำ ของคนร้ายที่เป็นหญิงใช้ก่อเหตุ ทองที่คนร้ายได้ มี จำนวน 3 เส้น สร้อยข้อมือถือ น้ำหนัก 2 บาท จำนวน2 เส้น และ สร้อยข้อมือถือ น้ำหนัก 1 บาท รวมน้ำหนักทั้งหมด 5 บาท ว่าเป็นลายทองอะไร โดยจะได้มีการประสานไปยังร้านทองต่างๆ โดยรูปพรรณของหญิงคนร้าย อายุ ระหว่าง25--35ปี สูงประมาณ150-160 เซนติเมตร รูปร่างออกท้วม ผิวแดงดำ ใส่รองเท้าแตะ แบบคีบ ใส่ถุงมือสีขาวข้างขวา สำเนียงในการพูดเป็นคนอีสาน
จากนั้นตำรวจได้ลงไปตรวจสอบภายในซอยนาคประสาทอุทิศ ห่างจากร้านทองไปเพียง30 เมตร ที่คนร้ายเอารถยนต์โตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์เงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ได้ไปจอดติดเครื่อง รออยู่ข้างถังขยะ เพื่อต้องการหาพยานแวดล้อม โดยมีชาวบ้านที่อยู่ในซอย เห็นรถของคนร้ายมาจอผิดสังเกต เนื่องจากไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งก็มีคนร้ายอีกคนนั่งรออยู่ในรถ
นายสุพิชัย ไชยนาพันธุ์ อายุ52 ปี ชาวบ้านที่อาศัย ภายในซอยนาคประสาทอุทิศ เปิดเผยว่า ตนเห็นรถยนต์โตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์เงิน มาจอดใกล้กับถังขยะ ผิดสังเกต เนื่องจากไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนทั้งหน้าหลัง โดยติดเครื่องยนต์เอาไว้ ตนจึงได้มองเข้าไปในรถเห็นผู้หญิงผมยาว นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ แล้วก้มหน้าหลบสายตาตน เพื่อพยายามจะไม่ให้ตนเห็นใบหน้าอย่างชัดเจน ส่วนคนขับนั้นไม่อยู่
โดยตนกับแฟนได้ขี่รถจยย. ออกไปทำธุระ พอกลับมา ก็ยังเห็นรถคันดังกล่าวจอดอยู่นานประมาณ ครึ่งชั่วโมง พอมาทราบข่าวว่า ร้านทองถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนมาจี้ชิงทรัพย์ ทำให้นึกขึ้นได้ว่า รถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหน้าและหลัง มาจอดในซอย เป็นรถของคนร้ายอย่างแน่นอน
พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า ในตอนนี้ตำรวจทำการสอบปากคำพยาน ในเหตุการณ์ และแวดล้อม ได้ข้อมูลเกี่ยวกับคนร้ายมาพอสมควร โดยรถของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุ ยี่ห้อ รุ่นและสี ซึ่งได้ตรวจสอบเบื้องต้น มีจำนวนประมาณ 500 คัน ที่ครอบครองในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร เพราะมีจำนวนมาก ส่วนพฤติกรรมของคนร้ายเข้ามาก่อเหตุ อาจจะไม่ใช่มืออาชีพ เพราะใช้เวลานาน แนวทางการสืบสวน โดยจะตรวจสอบแฟ้มอาชญากรรมบุคคลที่เป็นผู้หญิงพ้นโทษออกมา มีใครบ้างใกล้เคียงกับหญิงคนร้ายที่กล้องวงจรปิด ในร้านทอง สามารถบันทึกไว้เป็นพร้อมกับตรวจสอบร้านเสริมสวยที่รับจ้างทำการสักคิ้วถาวร เพราะหญิงคนร้าย ที่มาก่อเหตุนั้นลักษณะเหมือนทำการสักคิ้วมา ส่วนประชาชนที่แจ้งเบาะแส เข้ามานั้น ประมาณ 10 กว่าราย ทางตำรวจได้ตรวจสอบดูแล้ว ก็ยังไม่ใกล้เคียงของรูปพรรณตัวคนร้ายดังกล่าว
นายกฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี ภูมิภาค สำนักข่าว ทีนิวส์
