- 14 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 16.40 น. ของวันที่ 14 มิถุนายน 2561 พ.อ.จักรพงศ์ พันธุ์มงคล ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 111 พร้อมด้วย พ.อ.ชายแดน เกาะแก้ว เสนาธิการกรมทหารราบที่ 111 , พ.ท.ขวัญชัย พงษ์อร่าม ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 111 , พ.ต.ท.สุมิตร พรมตอง รอง ผกก.ป.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา , พ.ต.ต.ภูเบศร์ เขจรลัย สวป.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา , นายเอกราช กฤตยพงษ์ นายเอก อิทธิยาภรณ์ ปลัดอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา , เจ้าหน้าที่สาธารณะสุข , เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง , และเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลโสธร ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็น แอลดี เอ็นจิเนี่ยริ่ง เลขที่ 5/32 หมู่ 6 ต.โสธร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งดำเนินกิจการ เคลือบ และ ชุบโลหะ หลังมีชาวบ้านเข้าร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ทหารและศูนย์ดำรงธรรม ว่าสถานที่ดังกล่าว เปิดเป็นโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ชุมชนซึ่งมีบ้านเรือนประชาชนพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยโรงงานแห่งนี้ได้ประกอบกิจการและส่งกลิ่นเหม็นจนแซบจมูกมาเป็นเวลานานหลายปี เคยเข้าร้องเรียนกับทางราชการหลายหน่วยงานแต่ก็เงียบหาย
ด้าน พล.ต.วรยุทธ แก้ววิบูลย์พันธุ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 จึงสั่งการให้ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 111 ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการตรวจสอบ โดยในเบื้องต้นพบว่าโรงงานดังกล่าวมีนางนันทวันทน์ ซันฮีม เป็นกรรมการผู้จัดการ และมีนางอินทิรา ซอหะซัน เป็นผู้จัดการโรงงาน โดยเมื่อทำการตรวจสอบเอกสารพบว่าโรงงานดังกล่าวได้ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 โดยไม่เคยขออนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ต่อมาในปี พ.ศ.2552 ได้ขออนุญาตก่อสร้างที่พักอาศัย แต่ปรากฏว่ามีการก่อสร้างและต่อเติมอาคารประกอบกิจการเป็นโรงงานอุตสาหกรรม โดยไม่ได้ดำเนินการขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นในการก่อสร้างอาคาร และยังดำเนินกิจการเคลือบ และชุบโลหะ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำหนังให้หยุดดำเนินการ โดยอาศัยอำนาจในมาตรา 33 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 แต่ปรากฏว่าผู้ประกอบการได้ดึงหนังสือทางราชการที่นำมาแปะไว้เพื่อประกาศให้ทราบออก และยังคงดำเนินกิจการต่อ ในขณะที่อุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ดำเนินการแจ้งเตือนมาแล้ว 1 ครั้ง เพื่อให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 แต่ยังคงได้รับการเพิกเฉยจากผู้ประกอบการ ซึ่งล่าสุดทางเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัด ได้เข้ามาตรวจสอบอีกครั้งเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 ยังคงพบว่าผู้ประกอบการโรงงานยังดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นลักษณะจงใจไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 37
ดังนั้นเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2561 ทางเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดจึงมีคำสั่งให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็น แอล ดี เอ็นจิเนียริ่ง หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมด โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แต่ทางผู้ประกอบการโรงงานกลับยังคงเพิกเฉยต่อคำสั่งทั้งหมดทั้งจากส่วนของท้องถิ่น และส่วนของอุตสาหกรรม โดยยังคงเปิดดำเนินการตามปกติ ซึ่งวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองพลทหารราบที่ 11 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่สาธารณะสุข เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลโสธร ได้เดินทางมาสำรวจโดยรอบโรงงานแห่งนี้อีกครั้ง ซึ่งยังพบการประกอบกิจการอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงงานเป็นชาวกัมพูชา และ เมียงมา พร้อมกับคนไทย รวมแล้วกว่า 40 คน มีเครื่องจักรที่กำลังปฏิบัติงานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ไม่มีระบบบำบัดน้ำเสีย มีการทิ้งน้ำเสียจากสารเคมีลงให้ดินและแหล่งน้ำใกล้เคียง ท่อแก๊สเชื้อเพลิงภายในมีการพุกร่อน และชำรุดเสียหายซึ่งไม่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน มีกลิ่นเหม็นและฉุนของสารเคมีอย่างรุนแรงจนแสบจมูก นอกจากนี้ยังพบว่าพื้นที่นี้ที่มีการก่อสร้างโรงงานดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ตามผังเมืองเดิมซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียว ที่ห้ามมีการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม ทางนั้นทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจึงลงความเห็นพ้องต้องกันว่าให้หยุดดำเนินกิจการทันที และเตรียมเอกสารยื่นต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ประกอบการในทุกๆ ข้อหา
ภาพ / ข่าว ก้องเกียรติ พุทธิรังสิมาภรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ฉะเชิงเทรา
