- 15 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ (15 มิ.ย.) นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สนธิกำลังร่วม เจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.14 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง และหน่วยงายที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นโรงงาน อนันต์รีไซเคิ้ล เลขที่ 86/23 หมู่ 4 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังมีชาวบ้านร้องเรียนว่ามีการลักลอบเปิดดำเนินกิจ การโดยไม่ได้รับอนุญาต
ภายในโรงงานเป็นโกดังชั้นเดียว จำนวน 3 โกดัง เนื้อที่ประมาณ 4.3 ไร่ พบเพียงพนักงานหญิงทำหน้าที่สเมียน หลังตรวจสอบพบกองขยะพลาสติกที่เป็นเศษขยะซากพลาสติกที่มีการลห่อหลอม ส่วนประกอบขยะอีเลคทรอนิกส์ ซากตะกั่ว ทองแดง และซากพรมรถยนต์ ถูกนำใส่ถุงบิ๊กแบ๊คขนาดใหญ่วางซ้อนกัน และภายในโกดังพบว่านอกจากกองขยะพลาสติกและอื่น ๆจำนวนมากแล้ว ยังพบเครื่องจักรที่ทำการบดอัดเม็ดพลาสติก ซึ่งมีการชะล้างและปล่อยน้ำเสียจากการเดิน เครื่องและปล่อยน้ำออกสู่ลำรางสาธารณะ จึงได้มอบหมายให้มีการอายัดไว้ก่อนตรวจสอบอีกครั้ง ทั้งนี้ขณะตรวจสอบพบกลุ่มแรงงานต่างด้าวทั้งชาย-หญิง จำนวนหนึ่ง ซึ่งมีสัญชาติกัมพูชา มีบัตรประจำตัวแต่ขออนุญาตทำงาน ไม่ตรงกับที่ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว จึงควบคุมตัวไว้ พร้อมกันนี้ยังตรวจสอบพบวิทยุสื่อสารจำนวน ก่อนคุมตัวเสมียนของโรงงาน ไปสอบสวน
นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการติดตามข่าวสารที่มีการลักลอบนำเศษขยะอิเลคทรอนิกส์ ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายต้องห้ามตามกฎหมายมีการลักลอบเข้ามาในพื้นที่อำเภอบางละมุง เพื่อมาคัดแยกทำลายอละย่อยสลาย ในลักษณะต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย อีกทั้งรัฐบาลได้มีนโยบายในการกวาดล้างกระบวนการดังกล่าวให้หมดแ ซึ่งจากการติดตามข่าวสารทราบว่าในพื้นที่อำเภอบางละมุงมีหลายจุดมีการกระจายตัวของการนำเศษขยะอิเลคทรอนิกส์ ไปทำลาย
สำหรับการเข้าตรวจค้นโรงงานซึ่งถือเป็นสถานที่ที่มีการย่อยเศษพลาสติก ส่วนประกอบขยะอีเลคทรอนิกส์ ซากตะกั่ว ทองแดง และซากพรมรถยนต์ จากตรวจสอบยังพบว่า มีการจัดตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่เอกสารมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ มีการลักลอบปล่อยน้ำเสียจากการชะล้างกากวัสดุที่เป็นขยะอันตราย มีการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตามพรบ.สาธารณะสุข นอกจากนี้ยังพบมีการใช้วิทยุสื่อสารที่ไม่ได้รับอนุญาต และแรงงานต่างด้าวที่มีใบอนุญาตไม่ต้องกับการทำงาน ซึ่งจกากรตรวจค้นในเบื้องต้นยังไม่พบเจ้าของกิจการแต่อย่างใด พบเพียงลูกจ้างที่มาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เท่านั้น ซึ่งเบื้องต้นจึงตั้งข้อกล่าวหาไว้ 4 ประการ ได้แก่ 1.ร่วมกันประกอบกิจการโรงง่านโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ร่วมกันประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยไม่ได้แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น 3.ร่วมกันประกอบธุรกิจค้าของเก่าโดยไม่ได้รับอนุญาต และ4.ร่วมกันครอบครองมีไว้ใช้งาน ซึ่งวิทยุสื่อสารที่ใช้ความถี่ของราชการ โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมให้พนักงานท้องถิ่นออกคำสั่งระงับการใช้สถานที่ และจะมีการรายงานข้อมูลไปยังสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ก่อนจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทีเกี่ยวข้องตรวจสอบเอกสารหลักฐานว่าเข้าข่ายโรงงานคัดแยกขยะอิเลคทรอนิกส์หรืออย่างไร ทั้งนี้จะมีการลงพื้นที่ตรวจสอบที่มีลักาณะเดี่ยวกันในพื้นที่อำเภอบางละมุง เพื่อกวาดล้างไม่ประกอบกิจการที่เป็นอันตรยาต่อประชาชนและกวาดล้างการลักลอบเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์ไว้ให้หมดไปจากพื้นที่อำเภอบางละมุง
ภาพ/ข่าว สุทัศน์ บุญช่วยเหลือ ทีมข่าวเฉพาะกิจสำนักข่าวทีนิวส์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี
