- 16 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่ น.ส.ดวงจันทร์ ทวีพันธ์ หรือน้องตั๋น อายุ 33 ปี ที่ได้หายตัวออกจากบ้านไป พร้อมรถเก๋งส่วนตัว และมีชาวบ้านมาพบเป็นศพดับปริศนาคารถเก๋งคันดังกล่าวที่ข้างคลองชลประทาน บ้านน้ำท่วม อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั่น
ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.ลืออำนาจ อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ ทางด้าน พ.ต.อ.ชัชนันต์ พรบุตร ผกก.สภ.เมืองอำนาจเจริญ พ.ต.อ.วิเชียร โชคพิพัฒน์ทวี ผกก.สภ.หัวตะพาน พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีดังกล่าว ได้เรียกครอบครัวทางญาติของ น.ส.ดวงจันทร์ ทวีพันธ์ หรือน้องตั๋น อายุ 33 ปี ที่ดับปริศนาคารถเก๋งข้างคลองชลประทาน มาฟังผลการผ่าพิสูจน์ศพที่ทางเจ้าหน้าที่ส่งไปผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ และ รพ.สรรพสิทธิ์ประสงค์ รวมไปถึงผลการตรวจ DNA, ลายนิ้วมือ ภายในที่เกิดเหตุ
โดยมีนายภัทรชัย ทวีพันธ์ สามีของผู้ตาย ลูกชายของผู้ตาย พ่อแม่และพี่ชายของผู้ตาย เดินทางมาที่ สภ.ลืออำนาจเจริญ เพื่อฟังผลการผ่าพิสูจน์ศพ ผลการตรวจหา DNA, ลายนิ้วมือ ภายในรถคันที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะที่มีการชี้แจงความคืบหน้าของคดีรวมไปถึงการผ่าพิสูจน์ ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวอยู่ด้วย แต่ให้รออยู่ข้างนอกแทน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการชี้แจ้งความคืบหน้าของคดีรวมไปถึงผลการผ่าพิสูจน์กับครอบครัวของผู้ตายอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่ครอบครัวและเจ้าหน้าที่จะเดินออกมาจากห้องดังกล่าว
ซึ่งหลักจากที่ทางด้านสามีของผู้ตายออกมาจากห้องดังกล่าว ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดี โดยสามีของผู้ตายเล่าว่า วันนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นัดให้ทางตนและพ่อแม่ มาทราบถึงผลการดำเนินคดี ผลการผ่าพิสูจน์ศพที่ส่งไปให้ทางสถาบันนิติเวชวิทยา ที่โรงพยาบาลตำรวจ และ รพ.สรรพสิทธิ์ประสงค์ รวมไปถึงผลการตรวจหา DNA, ลายนิ้วมือแฝง ที่นอกจากของคนในครอบครัว ภายในรถที่เกิดเหตุ ในส่วนของรายละเอียดตนไม่สามารถที่จะเปิดเผยอะไรได้ แต่จากผลการชี้แจงและความคืบหน้าของคดีที่ตำรวจดำเนินการอยู่ในตอนนี้ทางตนเองก็ไม่ได้ติดใจอะไร พร้อมยอมรับและปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินการต่อไป
จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ทำให้ทราบว่า ผลการผ่าพิสูจน์ไม่ตรวจสอบสารพิษอื่นๆ ตกค้างนอกจากสารจากพาราเซตามอล อีกทั้งไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด รวมไปผลการตรวจหา DNA, ลายนิ้วแฝง ของบุคคลอื่นที่นอกจากคนในครอบครัวก็ไม่พบแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่มีหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่าจะมีบุคคลที่ 3 ที่ฆ่าหรือทำร้ายผู้ตาย
ขณะที่ทางด้าน พล.ต.ต.ถวาย บูรณรักษื ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ เปิดเผยถึงคดีสาววัย 33 ปี ดับปริศนาคารถเก๋งว่า ทางพนักงานสอบสวน สภ.ลืออำนาจ ได้เชิญครอบครัวผู้ตาย มารับทราบผลการสรุปคดี จากผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ของทั้ง 2 รพ. คือ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี และ รพ.ตำรวจ กทม.มีความเห็นตรงกันว่า ไม่พบหลักฐานการฆาตกรรม และหลักฐานพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุก็ไม่บ่งชี้ว่าเป็นการฆาตกรรม ซึ่งพนักงานสอบสวนก็ได้ส่งสำนวนไปให้อัยการจังหวัดอำนาจเจริญ จากนั่นอัยการก็จะส่งสำนวนให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญต่อไป
ภาพ/ข่าว จาตุรนต์ แสวงนาม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อำนาจเจริญ
