- 17 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
(17 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงหัวค่ำคืนที่ผ่านมา (16 มิ.ย.) พ.ต.ต. อนุสรณ์ สมุทรกิตติศักดิ์ สว.ส.รน.5 กก.6 กองบังคับการตำรวจน้ำ (ตำรวจน้ำปากพนัง) ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจำนวน 40 ชีวิตที่อยู่ในเรือท่องเที่ยวกลางทะเลอ่าวไทย เนื่องจากเรือท่องเที่ยวเกิดมีน้ำรั่วเข้าเต็มลำเรือเสี่ยงที่เรือท่องเที่ยวจะอับปางได้ จึงพร้อมด้วยกำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยประชาร่วมใจ เขต อ.ปากพนัง นำเรือตรวจการณ์เดินทางไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
โดยเรือประมงขนาดกลางซึ่งดัดแปลงเป็นเรือท่องเที่ยวลอยลำอยู่กลางทะเลอ่าวไทย อ่าวปากพนังปลายแหลมตะลุมพุก ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ห่างจากฝั่งประมาณ 2 กม. ภายในเรือมีนักท่องเที่ยวทั้งผู้ชายหญิงและเด็กรวม 40 คนต่างสวมเสื้อชูชีพเพราะจากเรือเพียบอย่างหนักเนื่องจากน้ำรั่วเข้าไปในลำเรือจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ประจำเรือพยายามจะสูบน้ำออกอย่างเร่งด่วน ทางตำรวจจ้ำและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจจึงนำเครื่องสูบน้ำลงไปติดตั้งเพิ่มเติมทำการสูบน้ำออกจากลำเรือ พร้อมเคลื่อนย้ายนักท่องเที่ยวทั้งหมดขึ้นเรือท่องเที่ยวอีกลำหนึ่ง รวมทั้งเรือประมง เรือหางยาวและเรือตำรวจน้ำนำกลับเข้าฝั่งถึงฝั่งในเวลาประมาณ 19.30 น. อย่างปลอดภัย
นายนนทิวรรธน์ นนทภักดิ์ เจ้าของกิจการ ““ล่องเรือปากพนัง ส.ภักดี @ ท่าน้ำนนท์” เปิดเผยว่าก่อนเกิดเหตุเรือนำเที่ยวได้นำนักท่อเที่ยวรวม 40 ชีวิตล่องเรือท่องเที่ยวชมธรรมชาติตลอดแนวชายฝั่งแหลมตะลุมพุก จนทางกัปตันเรือรู้สึกว่าเรือเพียบผิดปกติ จึงลงไปตรวจสอบท้องเรือพบว่าท่อที่ระบายน้ำเลี้ยงเครื่องยนต์เกิดชำรุดและขาดเนื่องจากแกมรัดเป็นสนิมทำให้น้ำรั่วเข้าลำเรือเป็นจำนวนมาก จนเรือเพียงและติดเนินเลนแล่นต่อไปไม่ได้ จึงแจ้งขอความช่วยเหลือจากตำรวจน้ำและหน่วยกู้ภัยประชาร่วมใจนำเรือตรวจการณ์ไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด เนื่องจากบริเวณดังกล่าวระดับน้ำไม่ลึกและมีเรือประมงขนาดเล็กและเรือหางยาวของชาวบ้านออกจับปลาอยู่เป็นจำนวนมาก หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินสามารถประสานขอความช่วยเหลือได้ทันที ประกอบกับมีท่องเที่ยวอีกลำหนึ่งล่องมาคู่กัน โดยทั้งเรือท่องเที่ยวและเรือประมงของชาวบ้านได้เข้ามาช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนแล้ว แต่เพื่อความไม่ประมาทและความปลอดภัยสูงสุดของนักท่องเที่ยวทางกัปตันได้แจ้งประสานตำรวจน้ำและเจ้าหกน้าที่กู้ภัยประชาร่วมใจออกไปช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก ตนได้กำชับให้กัปตันและพนักงานประจำเรือท่องเที่ยวตรวจสอบเครื่องยนต์ พร้อมวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ อุปการณ์ชูชีพในเรือรวมทั้งให้พร้อมแลได้มาตรฐานกว่าเดิม นายนนทิวรรธน์ กล่าวในที่สุด.
ภาพ/คลิป/หน่วยกู้ภียมูลนิธิประชาร่วมใจ เขต อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช
ข่าว/ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช
