- 17 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
บทความจาก ผู้ใช้เฟสบุ๊ค ใช้ชื่อว่า แม่บ้านญี่ปุ่น in Thailand
บทกระชากใจ กระชากความรู้สึก
ผู้สื่อข่าว ได้รับการเปิดเผยจาก ผู้ใช้ เฟสบุ๊ค แม่บ้านญี่ปุ่น in Thailand เปิดประสบการณ์เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยระบุบทความว่า
ฝากแชร์ด้วยคะ
"สติ"
เพิ่งเข้าใจคำๆนี้ดีก็ต่อเมื่อต้องเจอกับอะไรที่มันหนักๆ กระทันหัน และ อาจจะเป็นเรื่องถึงชีวิต
เรื่องวันนี้จะยาวหน่อย อยากให้ทุกคนช่วยกันคิด ว่าทำไมเมืองไทย เมืองแห่งการท่องเที่ยว ถึงยังมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอยู่อีก
คุณแม่ผู้ชอบท่องเที่ยวและเดินทาง การเดินทางของคุณแม่จะมีลูกๆหนีบติดไปด้วยเสมอ แต่ครั้งนี้โชคดีมาก ที่ไม่ประมาทเอาลูกๆไปด้วย
ทริปนี้เป็นทริปเที่ยวเกาะ ดำน้ำปกติ เป็นที่ๆไม่มีอันตรายเป็นทริปที่คนไปกระบี่นิยม แต่ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์เรือล่มขึ้นได้
1. คลื่นแรงไปไหม? แต่ทำไมเรือลำอื่นแล่นได้ ไม่จม
2. กรมอุตุได้เตือนให้เรือห้ามออกจากฝั่งไหม วันที่เราไปไม่ได้มีการเตือน และทางเราได้ถามเจ้าของเรือแล้วเค้าบอกว่าวันนี้เรือออกได้ไม่มีปัญหา
3. เรือไม่ได้มาตราฐาน? ใครจะเป็นคนเช็คว่าเรือได้มาตราฐานหรือไม่ แล้วนักท่องเที่ยวจะรู้ได้ยังไง?
4. ทำไมเรืออยู่ใกล้หาด (คนพรุกพร่าน) แต่ไม่มีใครช่วยเหลือ ไม่มีตำรวจน้ำ ไม่มีคนช่วยใดๆทั้งสิ้น
5. ชีวิตที่อยู่ในเรือที่กำลังจะจม มีความสำคัญแค่ไหน?
เศร้าใจที่สุด ที่เหตุการณนี้เกิดขึ้น หน้า โรงแรมที่มีชื่อเสียง คนพรุกพร่าน ต่างชาติเยอะ แต่ไม่มีใครยื่นมือมาช่วยพวกเราแต่อย่างใด (ถ้าเกิดในที่ที่มีแค่ชาวบ้าน หรือ ระแวกที่ไม่มีคนจะไม่เจ็บใจเลย)
ก่อนเราจะขึ้นเรือ เห็นสภาพเรือแล้วคือมันเก่ามาก แต่ก็เขื่อใจคนบังคับเลือก และเจ้าของเรือในความปลอดภัย(ซึ่งคิดผิดมากกก)
เราไปยัง เกาะที่จังหวัดกระบี่ ไปยังสถานที่แรกถ่ายรูปเดินเล่นเสร็จ ก็ขึ้นเรือ เพื่อจะไปดำน้ำต่อ แต่ด้วยคลื่นค่อนข้างแรง คนเดินเรือจึงบอกว่าวันนี้พอแค่นี้ก่อนไหม กลับไหม เพราะคลื่นค่อนข้างแรงขึ้นจากตอนที่เรามา
สมาชิกทุกคนในเรือ 9ชีวิต พร้อมใจกันบอกว่ากลับ พวกเราไม่ฝืนอยู่แล้ว ทำตามคำที่คนเดินเรือบอกทุกอย่าง
หลังจากที่เราออกจากชายฝั่งของเกาะๆนึงเพื่อจะเข้าฝั่งที่ อ่าวนาง เป็นระยะทางไม่ไกลเลย เราออกจากฝั่งของเกาะนั่นมาได้ไม่ถึง10นาที เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
เครื่องยนตร์ที่ติดกับเรือ หัก คือเครื่องหลุดออกจากลำเรือ กระดานไม้เรือหลุดออก เครื่องยังคาอยู่อีกด้านของเรือเหมือนคนเดินเรือจะใช้เชือกมัดมันไว้กับอะไรสักอย่างเพื่อให้มันไม่ตกทะเล หลังจากนั้นไม่สามารถทำอะไรต่อได้ เรือดับ เพื่อนที่นั่งใกล้ที่สุดเห็นว่า มีน้ำเริ่มเข้าจากส่วนที่พัง คนขับบอกให้เราย้ายมานั่งฝั่งเดียวกัน เราทุกคนย้ายมานั่งฝั่งเดียวกัน และใส่เสื้อชูชีพ(โชคยังดีที่มีเสื้อชูชีพพอสำหรับทุกคน)เริ่มมีความกังวล และคนเดินเรือให้เราโทรติดต่อกับทางสำนักงานเผื่อให้เอาเรือออกมารับ เรืออยู่กลางทะเลเวลาคลื่นพัดมาพวกเราต้องพยายามทรงตัวเพื่อไม่ให้เรือพลิกคว่ำ (ประนึ่งเล่นบานาน่าโบ๊ท ที่ต้องเอียงซ้ายขวาทรงตัวเรือไว้ไม่ให้คว่ำ)
โชคยังดีเราสามารถใช้โทรศัพท์ได้ ทางคนเดินเรือคุยกับทางสำนักงาน โทรไปครั้งแรก คนเดินเรือก็บอกให้รีบเอาเรือมารับ แต่ทางสำนักงาน ได้ถามว่าเรือเป็นอะไรเป็นมากไหม ขอรายละเอียด ทางคนเดินเรือก็ได้เล่าอาการของเรือ พวกเราเริ่มอุ่นใจเพราะสามารถติดต่อกับทางสำนักงานได้แล้ว และคิดว่าในอีกไม่นาน จะมีเรือมารับพวกเรา ที่กำลังลอยอยู่กลางทะเล
เรารอจนเวลาผ่านไปเกือบครึ่ง ชม ไม่มีวี่แววที่เรือจะมารับ คนเดินเรือเริ่มให้เราไปอยู่ที่ส่วนหัวเรือ เพราะน้ำเริ่มเข้าท้ายเรือมากขึ้น เราพยายามติดต่อไปที่สำนักงานอีก ทางคนเดินเรือได้คุยกับทางสำนักงานคุยกันอีก3-4รอบ (คือคุยไม่รู้เรื่องสักที โทรไปมาอีก3-4รอบ)ถามอยู่นั่นว่าเรือเป็นยังไง (เอาจิงๆจะถามเพื่ออะไรในเมื่อคนเดินเรือได้บอกไปหลายครั้งแล้วว่า เรือไปไม่ได้แล้ว เรากำลังจะจม)
เมื่อเราเห็นท่าทางไม่ดี มีเรือลำนึงแล่นมาไม่ไกลจากพวกเรามาก เรือของเรามีคนอยู่ที่บริเวณหัวเรือด้านหน้า2คน พยายามใช้เสื้อโบกเรือให้เรือที่ผ่านมาเห็นว่าเรากำลังตกในสถานการย่ำแย่ เพื่อขอความช่วยเหลือ ในเรือไม่มีอุปกรณ์อะไรที่จะใช้ขอความช่วยเหลือในเหตุกรณีฉุกเฉิน เราเลยต้องใช้เสื้อโบกเพื่อทำสัญญาณ เป็นความโชคดีของเราที่เรือลำนั้นเห็นและหันหัวเรือกลับมาช่วยพวกเรา(เอาจิงๆอยากจะขอบคุณเรือลำนั้นมากๆๆๆเพราะถ้าไม่ได้เค้า ก็ยังไม่อยากคิดสภาพของพวกเราทั้ง9ชีวิต)
เรือลำที่มาช่วยเป็นเรือคล้ายเราแต่มีสภาพดีกว่ามาก เรือที่มาช่วยใช้เชือกผูกกับหัวเรือเราไว้เพื่อที่จะลากเราไปยังชายฝั่งที่ใกล้ที่สุดซึ่งอยู่ไม่ไกลมาก (เรายังโชคดีที่เรือแล่นมาได้ไม่ไกลแล้วเสียซะก่อน) เรือลำที่ช่วยพยายามลากเรือของเราเข้าฝั่ง แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้น ในขณะที่กำลังลาก เชือกได้สีกับไม้หน้าเรือ ไม้1ท่อนหักกระเด็น แอดอยู่หัวเรือตรงด้านนอกไม่มีหลังคา อยู่ใกล้กับที่ไม้กระเด็นมากๆกับเพื่อนอีกคน คิดในใจถ้าไม้มันกระเด็นมาทางพวกเรามีโอกาสเสียชีวิตได้เลย
เริ่มใจคอไม่ค่อยดี คิดถึงหนังเรื่องนี้ขึ้นมาทันที FINAL DESTINATION ไม่รู้ใครเคยดูรึป่าวมันวูบขึ้นมาเลย คิดในใจเราต้องลอดๆ
หลังจากที่ไม้หัก เรือลำที่ขับมาช่วยเรา ดันเอาเครื่องใบพัดเรือไปโดนกับเชือกที่ลากเรือของพวกเรา แรงดีดของเชือกไปโดนคนขับเรือลำนั้า ทำให้คนขับเรือที่มาช่วยตกน้ำ เชือกดีดมาตรงข้างหน้าพวกเราแต่ดีที่ไม่โดนใคร คนขับเรือที่มาช่วยตกลงไปในน้ำที่มีคลื่นแรง และด้วยแรงดีดของเชือดและเครื่องยนต์ ตอนที่เค้ากระเด็นตกน้ำคงทำให้เค้ามึน ว่ายน้ำแทบไม่ได้ เค้าเหมือนกำลังจะจมน้ำ เราทั้งลำเริ่มตะโกนให้คนที่นั่งในเรือลำนั้นช่วยโยนเสื้อชูชีพลงไปให้คนขับเรือที่มาช่วย แต่ดูเหมือนคนในเรือลำนั้นไม่รู้เรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและนั่งกันอยู่เฉยๆ(เรือลำที่มา
ช่วย มีคนนั่งอยู่3คน)
พวกเราเลยพยายามโยนเสื้อชูชีพจากเรือของเราไปให้คนขับเรือที่มาช่วย เค้าสามารถกจับเสื้อชูชีพไว้ได้ กางเกงเค้าหลุดเหลือแต่กางเกงใน เค้าขึ้นเรือไปได้ แล้วก็ออกเรือไปเลย ตอนนั้น เรือของพวกเรา เริ่มใกล้ฝั่ง พวกเราเริ่มมองเห็นฝั่ง แต่มันยังไกลมาก ไม่แน่ใจว่าสักกี่ร้อยเมตร แต่ด้วยเรือเริ่มยิ่งใกล้ฝั่งคลื่นก็ยิ่งซัดแรง เรือโครงเครงมากขึ้น
เราอยู่ในภาวะวิกฤติมาก เรื่องกำลังจะจม สิ่งที่เรากำลังคิดตอนนั้นและปรึกษากันว่า เราควรจะว่ายน้ำเข้าไปฝั่งดีไหม เริ่มมีความคิดไม่ตรงกันนิดหน่อยในกลุ่ม บางคนบอกว่าอย่าเพิ่งไปให้รอเรือมาช่วย บางคนบอกว่าให้ไปเลย ในสมาชิกของเรา1คน มีคนเมาเรือมากๆ จนคอพับไปเลย ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ส่วนคนอื่นๆอยู่ในสภาวะปกติ ทุกคนโคตรจะตกใจ แต่เก็บอาการกันสุดๆๆ (เราทั้งหมดเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ ม1 บางคน ตั้งแต่อนุบาล พวกเราเลยค่อนข้าง คุยกันรู้เรื่อง และรู้ว่าถ้ามีใครสติแตก ทุกอย่างจะยิ่งเลวร้ายมากขึ้น)
ด้วยความอุ่นใจที่เราเห็นฝั่ง และคิดว่าถ้าเรือจะจมจิงๆเราคงว่ายน้ำไปถึงได้ เราจึงตัดสินใจกันมาว่ารอเรือที่มาช่วยอีกสักพัก (ขอบคุณ โรงเรียนที่เราเรียนมาด้วยกัน โรงเรียนที่มีสระว่ายน้ำ และโดนบังคับให้เรียนอาทิตละครั้ง ทำให้เราทุกคนว่ายน้ำเป็น)
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เล่ามากินเวลาโดนประมาน ชม ครึ่ง เรายังคงอยู่บนเรือ และเรือยังไม่ออกมาช่วยเรา แต่นั่นยังไม่เจ็บใจเท่ากับ มีใครคนนึง อันนี้ไม่ทราบว่าเค้าเป็นคนของโรงแรมไหน เค้าเป็นคนไทย ยืนอยู่บนกระดานโต้คลื่นแล้วพายมาที่เรือของพวกเรา เค้าถามว่าเกิดอะไรขึ้น เราก็เลยบอกว่าเรือเรากำลังจะจม แต่เราได้เรียกเรือมาช่วยแล้ว แต่เรือยังไม่มีวี่แววจะมา เค้ามีวิธีไหนช่วยได้บ้างไหม?? เรียกใครมาช่วยได้บ้างไหม เค้าเงียบ เราเลยถามไปว่า ถ้าเราว่ายน้ำจากตรงนี้ไปจะได้ไหม อันตรายมากไหม (เราเห็นเค้า ยืนพายกระดานโต้คลื่นมา เราก็เลยยิ่งคิดว่า เราจะสามารถว่ายเข้าฝั่งได้) แต่สิ่งที่คนๆนั้นตอบคือ ว่ายไม่ได้ ข้างล่างมีหินเยอะมาก เราเริ่มใจเสีย และเค้าก็หันหลังกลับไปพร้อมคำพูดที่ว่า มาช่วงหน้ามรสุม ก็ต้องเจอแบบนี้ (เออ คุณคะ นี่มันวันที่ 8มิถุนา และ เกาะคุณก็ไม่ได้ปิด และก็ไม่ได้มีประกาศแจ้งว่าห้ามเดินเรือ เพราะก็มีเรือแบบเดียวกัน หลายลำมากๆๆๆ ให้บริการนักท่องเที่ยวบริเวณนั้น) ทำไมเค้าถึงพูดแบบนี้ เค้าคิดอะไร แล้วทำไมถึงไม่ช่วยพวกเรา ทั้งที่เค้าคือคนในพื้นที่ เค้าไม่ถามสักคำว่าพวกเราว่ายน้ำเป็นกันไหม
เจ็บใจที่สุดคือมีคนเห็นพวกเรา แต่ไม่มีคนมาช่วย หรือไม่มีใครประสานงานเพื่อช่วยเหลือเราให้เราได้ขึ้นฝั่งไปก่อนเลย ชีวิตพวกเราทั้ง9ชีวิต มันมีค่าแค่ไหน????? ทำไมไม่มีใครบนฝั่งช่วยเรา!!หรือทำอะไร
หลังจากนั้นไม่นาน หลังคาที่ติดอยู่กับตัวเครื่องด้านหลังหักล่มลงไปในน้ำ พวกเราเห็นท่าไม่ดีแล้ว เราต้องสละเรือโดนเร็วเพราะถ้าเราปล่อยให้เรือล้มก่อน เราอาจจะถูกแรงของเรือดูดทำให้เราจมน้ำได้ ปรึกษาและคิดกันไปต่างๆนาๆ อันนี้ไม่รู้จิงหรือป่าว แต่พวกเราคิดกันว่าควรจะสละเรือแล้ว
เราบอกให้คนเดินเรือของเรา ลองลงไปว่ายดูก่อนว่าสามารถว่ายไปฝั่งได้ไหม คนบังคับเรือบอกว่าน่าจะไปได้ถ้าเราว่ายน้ำเป็น พวกเราตกลงกันว่าจะว่ายน้ำเข้าฝั่ง โดนให้ คนเดินเรือช่วยเพื่อนคนที่เมาเรือและไม่สามารถช่วยตัวเองได้ไปก่อน และคนที่เหลือก็ทะยอยกระโดด กันไปทีละคน เพื่อกันไม่ให้เรือล่ม เพราะถ้าเราลงไปพร้อมกันเรือล่มแน่นอน
ทุกคน ช่วยกัน พยายามว่ายน้ำเข้าฝั่งได้สำเร็จ
พอเราขึ้นฝั่งได้ มีพนักงานโรงแรม ส่วนตรงร้านอาหารหน้าชายหาด เรียกพวกเรา แล้วบอกว่า ไปไปกินน้ำและนั่งพักที่ร้านเค้าก่อนได้ พร้อมบอกให้เราไปล้างตัวที่ล้างตัวของสระว่ายน้ำบริเวณนั้น โอ้ย ขอบคุณในความมีน้ำใจของพี่ๆพนักงาน (มีคนเอาเงินติดตัวไปตอนว่ายน้ำเข้าฝั่ง และเราเอามือถือติดไปด้วย) เอาถุงในเรือที่มี มัดปากถถุง4-5ชั้น โชคดีน้ำไม่เข้า
พี่พนักงานบอกเราว่าดูเรือพวกเราอยู่นาน (คิดในใจ แล้วทำไมไม่มีคนไปช่วย แต่ไม่กล้าถาม) เราก็ถามไปว่ามีเหตุการณ์เรือล่มแบบนี้บ่อยไหม เค้าบอกว่าไม่มีนะ พวกพี่พนักงานที่ รร บนเกาะก็ต้องนั่งเรือไปกลับเวลาไปทำงานทุกวัน ไม่เคยเป็น แถมวันที่เรือล่ม พี่พนักงานบอกว่าคลื่นหน้านี้แบบนี้ปกติ ถ้าคลื่นแรงนี่ คลื่นจะสูงกว่านี้หลายเท่า แต่เรือล่มก็ไม่เคยเจอ
โอ้ย นี่พวกเราซวยกันมากเลยใช่ไหม
พวกเรานั่งพักและกินข้าว เราเจอเหตุการณ์นี้เวลาโดยประมาณ เที่ยงครึ่ง เรือมาถึงเรา และเราได้ขึ้นเรือเวลาประมาณ4โมงเย็น. ซึ่งตอนที่เรือที่ช่วยมาถึง เรือของเรามีสภาพดังรูป ถ้าเรารอจนเรือมา เราคงไปนอนเป็นอาหารปลาเรียบร้อย ถ้าพวกเราใครสักคนนึงว่ายน้ำไม่เป็นหรือเกิดช๊อคจนสลบไปจะทำยังไง ชีวิตพวกเรา มันมีความสำคัญแค่ไหน แล้วเราสามารถเรียกร้องอะไรกับใครได้บ้าง วันนี้ เรายังโชคดีที่เรารอดมาได้ เพราะเราเป็นเพื่อนกัน เราสามัคคีกัน เราทุกคนมีสติ แต่ถ้าไม่ละ ถ้าเราไม่ได้โชคดีละ เราจะเป็นยังไง
แล้วถ้าเป็นคนต่างชาติที่พูดไทยไม่ได้แล้วเค้าจะเป็นยังไง นี่คือเมืองแห่งการท่องเที่ยว เมืองที่มีสนามบินที่ได้ชื่อว่า สนามบินนานาชาติ แต่ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอยู่ที่ไหน ถ้าจะหาว่าทำไมเราไม่นั่งสปีดโบ๊ท ไปนั่งเรือแบบนั่น ล่มมาแล้วจะโทดใคร ไปน่ามรสุมทำไม คือ พวกเราก็มีครอบครัวรักชีวิตและก็ไม่ได้จนขนาดจะต้องเอาอะไรที่ถูกที่สุด แต่ด้วยเจ้าของเรือบอกพวกเราว่า เรือออกได้ ถ้าเอาสปีดโบ๊ท มันหมื่นขึ้น ให้เราใช้เรือแบบนี้ก็พอ เราก็เลยเชื่อ เพราะคิดว่าการตัดสินใจของเจ้าของเรือถูกต้อง
ไม่รู้จะพูดจะร้องเอาอะไร แต่อยากฝากไว้ให้เป็นอุทาหรณ์ ฝากไว้ให้ สถานที่ที่เรียกว่าแหล่งท่องเที่ยวได้คิด คิดถึงวินาทีฉุกเฉิน คิดถึงสิ่งที่ไม่คาดฝันว่าจะเกิด คิดถึงการช่วยเหลือ คิดถึงทุกๆชีวิตว่ามันสำคัญ เรือน้ำตำรวจเบอร์อะไร มีไหม เราไม่ทราบ และถ้ามีทำไมคนแถวนั้นที่เห็นไม่โทรให้พวกเรา เราพยายามคิดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นประสบการณ์ แต่ถ้านั้นใช่ไม่แค่ประสบการณ์แต่ถ้ามันคร้าชีวิตพวกเราละ ใครจะรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น
พอพวกเรากลับไปที่ท่าขึ้นเรืออ่าวนางได้ สิ่งที่เจ้าของเรือพูดเพื่อรับผิดชอบคือ รองเท้าที่หายเดี๋ยวจะซื้อให้ใหม่ เอาแบบไหนเลือกเลย มันใช่ไหม????
ฝากช่วยแชร์กันด้วยนะคะ เพราะพวกเราไม่อยากให้ใครเจอแบบพวกเราอีก
#ทริประทึก
#เรือจม
#ใครจะช่วย
#ต้องช่วยตัวเอง
#ความปลอดภัยอยู่ที่ไหน
#หน้ามรสุม
#ทำไมให้เรือออกจากฝั่งได้
#เอารองเท้าแบบไหนเลือก
ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กระบี่
