- 17 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
กรณีมีโขลงช้างป่า กว่า70ตัว กระจายออกหากินในพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน และ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ต่อเนื่องนานหลายเดือนสร้างความเสียหายแก่เกษตรกรชาวสวนผลไม้ เพราะนอกจะกินใบ ผล แล้วยังหักโค่นต้นล้มทิ้งอีก นอกจากนี้ยังใช้เท้าเหยียบเตะท่อน้ำในสวนแตก ชาวสวนต้องลงทุนซื้อท่อมาต่อเปลี่ยนใหม่ บางรายต้องจำใจตัดโค่นพืชสวนที่เป็นอาหารช้างเช่นกล้วยทิ้ง ไม่ให้ช้างเข้ามาหากินในสวนเพื่อรักษาลำไยไว้สร้างความเดือดร้อน แม้ทางราชการ ผู้นำหมู่บ้าน-ชุมชนจะจัดตั้งอาสาสมัครเฝ้าระวังคอยสกัดแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีปัญหาเนื่องจากช้างออกป่าไม่เป็นเวลา
เมื่อวันที่ 17มิ.ย.เรือตรีวิระ คุณา ผบ.ร้อย ทพ.นย.ที่544(ดงจิก)ซึ่งรับผิดชอบป่ารอยต่อ5จังหวัดภาคตะวันออก เผยว่าจาก เมื่อวันที่ 12มิ.ย.61ที่ผ่านมาชุดปฏิบัติการกองร้อย ร่วมกับ จนท.ฐานป่าไม้บ้านวังกระแพร รับแจ้งจากชาวบ้าน หมู่2ต.ทับไทร ว่ามีช้างป่าหลายตัวออกมาหากินใกล้ชุมชน เกรงจะไม่ปลอดภัย จึงนำกำลังไปตรวจสอบใกล้สนามกอล์ฟชาเทรียม(สอยดาวไฮแลนด์)พบโขลงช้างจำนวน7ตัว กำลังเดินหากินมุ่งหน้าเข้าชุมชน ประกอบกับพื้นที่เป็นป่าโล่ง และเคยศึกษามาว่าช้างจะกลัวเสียงผึ้ง ซึ่งลักษณะเสียงของโดรนก็คล้ายเสียงผึ้งจึงทดลองใช้โดรนบินในระดับต่ำเพื่อให้ช้างได้ยินเสียง บินไล่ต้อนจากด้านหลังช้างและโดรนส่งสัญญาณภาพลงมาจอมอนิเตอร์ ปรากฏว่าช้างเมื่อได้ยินเสียงโดรนจะพากันหูผึ่งเดินหนีตามกันไปในทิศทางที่เราต้องการ แต่จะได้ผลดีในช่วงเวลากลางวันและพื้นที่ ที่ช้างหากินค่อนข้างโล่ง
นับว่าได้ผลดีในเรื่องความปลอดภัยต่อชุดปฏิบัติการผลักดันช้างซึ่งไม่ต้องเข้าไปใกล้ช้าง แต่ข้อจำกัดหากเป็นป่าทึบกล้องจะไม่สามารถส่องเห็นช้าง ทำให้การบังคับโดรนเพื่อต้อนช้างค่อนข้างลำบาก และหากกลางคืนจำเป็นต้องใช้กล้องไนท์วิชั่นหรือกล้องถ่ายกลางคืนช่วยจึงสามารถทำได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีเนื่องจากราคาค่อนข้างสูง และขอเตือนผู้สัญจรที่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข317 หรือถนนสายจันทบุรี-สระแก้ว ช่วงระหว่าง อ.โป่งน้ำร้อน ถึง อ.สอยดาว ตั้งแต่เวลาพลบค่ำถึงเช้าวันใหม่ให้ขับรถระวังช้างป่าข้ามถนนด้วย เพื่อความปลอดภัยทั้งคนและช้าง .........................
