- 18 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช เร่งตรวจสอบไก่ของชาบ้านที่ร่วมโครงการ 9101 ป่วยตายในพื้นที่ตำบลละอาย อำเภอฉวาง เบื้องต้นคาดติดเชื้ออหิวาต์ไก่ตายเกลื่อนจาก 300 ตัวเหลือเพียง 39 ตัว-จัดระบบเฝ้าระวังโรคเชิงรุก (Active Surveillance) ในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบจุดเกิดโรค
(18 มิ.ย.) นายสัตวแพทย์ธนวัฒน์ พันธุ์สนิท ปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราชร่วมกับด่านกักกันสัตว์นครศรีธรรมราช และชุดปฏิบัติการสอบสวนโรคลงพื้นที่ที่บ้านเลขที่ 1/2 หมู่ที่ 2 ตำบลละอาย อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านของนายดำรง เปรมประชา หลังได้รับรายงานว่าในบ้านหลังดังกล่าวมีการดำเนินการในโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เลี้ยงสัตว์ปีก (ไก่พื้นบ้าน) และไก่เกิดป่วยตายผิดปกติ โดยเบื้องต้นจากตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า สัตว์ปีกที่ป่วยดังกล่าวเป็นไก่ พันธุ์พื้นเมือง ซึ่งเจ้าของได้เริ่มเลี้ยงเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2560 จำนวน 300 ตัว และไก่ดังกล่าวได้เริ่มแสดงอาการป่วยตาย ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งถึงปัจจุบันมีไก่ที่แสดงอาการป่วยและตายแล้ว จำนวน 261 ตัว คงเหลือ 39 ตัวเท่านั้น
จากการวินิจฉัยโรคเบื้องต้น คาดว่าน่าจะมีสาเหตุของโรคจากการติดเชื้ออหิวาต์ไก่ (fowl cholera) โดยได้เก็บตัวอย่างสัตว์ปีกเพื่อนำไปตรวจวินิจฉัยยืนยันโรคอีกครั้ง ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ตอนบน ตำบลที่วัง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันการระบาดของโรคทางชุดปฏิบัติการสอบสวนโรคได้ทำลายสัตว์ปีก ที่เหลือในคอกทั้ง 39 ตัว และฝังกลบทำลายซากไก่รวมทั้งมีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคบริเวณคอกสัตว์และพื้นที่โดยรอบ นอกจากนี้ยังได้จัดระบบเฝ้าระวังโรคเชิงรุก (Active Surveillance) ในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบจุดเกิดโรค โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่อาสาปศุสัตว์ หรือ อสป. และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม.เพื่อตรวจติดตามและเฝ้าระวังโรครายครัวเรือน โดยจะมีการติดตามและรายงานการเกิดโรคทุกวัน เป็นระยะเวลา 1 เดือน
นายสัตวแพทย์ธนวัฒน์ พันธุ์สนิท ปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราชกล่าวว่า ทีมเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้บูรณาการความร่วมมือกับภาคส่วนทีเกี่ยวข้อง อย่างยิ่งนายยงยศ ศรีปากแพรก หัวหน้าด่านกักกันสัตว์นครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ เพื่อลงพื้นที่เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และคลายความวิตกกังวลแก่เกษตรกร ซึ่งจากนี้จะได้ประสานงานไปยังฝ่ายปกครอง นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังและติดตามข้อมูล รวมทั้งเร่งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้รับทราบ เพื่อป้องกันการเกิดโรคซ้ำ การรณรงค์เพื่อให้มีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรค และทำวัคซีนป้องกันโรคระบาดสัตว์ปีกในพื้นที่ และการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกและซากสัตว์ปีกในพื้นที่ต่อไป
“ทั้งนี้โรคอหิวาต์เป็ดไก่ หรือ fowl cholera เป็นโรคระบาดที่เกิดขึ้นเกือบทุกประเทศทั่วโลก ที่มีอัตราการป่วยและอัตราการตายสูง บางคนเรียกว่า "โรคห่า" เพราะว่าทำให้ไก่ตายเป็นจำนวนมากและรวดเร็ว เป็นโรคติดต่อร้ายแรงพบได้ในไก่ เป็ด ห่าน ไก่งวง สัตว์ปีกอื่นๆ รวมทั้งนกหลายชนิด ทุกๆ ระดับอายุ แต่สัตว์อายุมากมีอัตราการป่วยและตายสูงกว่าสัตว์อายุน้อย ระบาดได้ทุกฤดูกาล แต่ในช่วงฤดูร้อนจะมีการระบาดรุนแรงมากที่สุด หรือช่วงเปลี่ยนฤดูกาล โดยมีสาเหตุ มาจากเชื้อแบคทีเรีย Pasteurella multocida สามารถติดต่อได้ โดยการกินอาหาร หรือน้ำที่มีเชื้อโรคเข้าไป การหายใจติดต่อไปยังไก่ที่อยู่ใกล้ชิดกัน โดยเชื้อโรคติดต่อไปยังอุปกรณ์การเลี้ยง คน สุนัข แมว นก หนู แมลงวัน ฯ เป็นตัวนำโรค ซึ่งสัตว์ที่ป่วยจากการติดเชื้อโรคดังกล่าวจะป่วยและตายกะทันหันโดยไม่แสดงอาการให้เห็น หรืออาจพบไข้สูง มีน้ำมูก น้ำลายไหลเป็นเมือก หัวตก หน้าและหงอนสีม่วงคล้ำ หายใจลำบากและถี่ วัน เบื่ออาหาร กระหายน้ำจัด ท้องร่วง อุจจาระมีสีเหลือง ขนร่วง ตายภายใน 2 - 3 วัน ส่วนการป้องกัน สามารถทำได้โดยการทำความสะอาดภายในเล้าเป็นประจำ ทำโรงเรือนให้โปร่ง อากาศถ่ายเทดี เย็นสบาย ไม่อบอ้าว และไม่ควรเลี้ยงสัตว์ให้หนาแน่นจนเกินไป ตัวคอกสัตว์ควรมีตาข่ายหรือวัสดุป้องกันตัวนำโรค เช่น นกกระจอก หนู สุนัข แมว เป็นต้น รวมทั้งเกษตรกรควรกำจัดแมลงที่เป็นตัวนำโรค เช่น แมลงวัน แมลงสาบ แมลงหวี่ ฯ ส่วนกรณีเลี้ยงสัตว์ใกล้แหล่งน้ำ ต้องระวังซากเป็ด-ไก่ที่ตายลอยน้ำมา และงดนำน้ำมาใช้ ถ้าจำเป็นต้องใช้ควรฆ่าเชื้อด้วยการต้ม น้ำยาฆ่าเชื้อ และมีมาตรการป้องกันและควบคุมบุคคลภายนอกเข้าออกฟาร์ม หากพบมีเป็ดไก่ป่วยและตาย ควรรีบนำซากส่งตรวจทันทีประมาณ 3 - 5 ตัว ส่วนซากที่เหลือนำไปเผาทำลาย หรือฝังลึกๆ” ปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวในที่สุด.
