- 20 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา15.20น. ของวันที่ 20 มิถุนายน 2561 ศูนย์วิทยุสภ.โคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร รับแจ้งว่า พบศพชายลอยขึ้นมาจากคลองหน้าอบต.พันท้ายนรสิงห์ ซึ่งแต่เดิมนั้นเป็นท่าเทียบเรือประมง โครงการพัฒนาประมงทะเลชายฝั่งพื้นบ้าน กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หมู่4 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ร.ต.อ.พีรฉัตร ปุ้มตะมะ ร้อยเวร สภ.โคกขาม พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาครเดินทางไปตรวจสอบ ศพดังกล่าวคือนายชานนท์ ช้างสีนวล อายุ18ปี ไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้นสีดำ ใบหน้ามีบาดแผลจากการถูกขีดข่วนผิวหนังซีดเซียวหลุดลอก จากการจมอยู่ในน้ำหลายชั่วโมง นายชานนท์ ประสบเหตุจมน้ำขณะที่นายวิชาญ ช้างศรีนวล อายุ59ปี ผู้เป็นพ่อ พยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่แล้วแต่กระแสน้ำเชี่ยวทำให้ทั้งคู่ต้องพลัดพรากจากกัน เหตุเกิดเวลา14.00น. ของวันที่ 19 มิถุนายน 2561 ขณะที่นางพยงค์ เสริมศาสตร์ อายุ59ปี ผู้เป็นแม่ที่อยู่ในอาการซึมเศร้า ร้องไห้ตลอดเวลาเมื่อพูดถึงเหตุการณ์
ดังกล่าว บอกว่าตนเองมีลูกสาว6คน นายชานนท์ฯเป็นลูกชายคนเล็ก เหตุการณ์ครั้งนี้ยังคงวนเวียนติดตา ลูกชายจมหายต่อหน้าแต่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้เลย เสียใจจนบอกไม่ถูกมันจุกในอก ถ้าแลกชีวิตได้แม่ขอตายแทน แม่ผ่านอะไรมามากแล้วแต่ลูกอายุยังน้อย ตนเป็นคนต่างจังหวัด ย้ายมาอยู่สมุทรสาครปลูกบ้านใกล้กับคลองดังกล่าว เลี้ยงชีพทำมาหากินใช้ชีวิตอยู่กับลำคลอง ลูกๆคุ้นเคยกับน้ำ ว่ายน้ำเก่ง ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาที่สามีออกไปวิดน้ำออกจากเรือ ตนก็ให้ลูกชายว่ายน้ำข้ามฝั่งไปช่วยพ่อ แต่ไม่คิดว่าลูกชายจะจมน้ำ จังหวะที่ลูกชายว่ายทวนกระแสน้ำเชี่ยวเกิดอาการหมดแรงร้องตะโกนเรียก "พ่อช่วยผมด้วย" พ่อรีบว่ายน้ำไปประคองตัว แต่กระแสน้ำเชี่ยวมาก พ่อพยามอย่างสุดชีวิตแต่ต้านไม่ไหว บอกลูกชายว่า "พ่อไม่ไหวแล้วลูก" เสี้ยวนาทีแห่งความเป็นความตายนั้น ชี้ให้เห็นถึงความรักความเสียสละที่ลูกชายมีต่อพ่อ ตัดสินใจปล่อยมือเพื่อไม่รั้งพ่อไว้ ปล่อยตัวเองจมให้พ่อรอดมาได้ หลังจากที่ลูกชายจมน้ำไปตั้งแต่ช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่ระดมกำลังหาจนถึงค่ำกว่า5ชั่วโมงก็ไม่พบจึงยุติ นางพยุงค์ฯบอกว่าตลอดทั้งคืนทั้งตัวเองและสามีนอนน้ำตาไหลโทษตัวเองที่ช่วยลูกไม่ได้ จนรุ่งเช้าทั้งครอบครัวและเพื่อนบ้านออกเรือ ช่วยกันค้นหากว่าครึ่งวันก็ยังไม่พบ หวังปาฏิหาริย์ให้ลูกยังมีชีวิตอยู่ แต่จำต้องหาที่พึ่งทางจิตใจ ให้ลูกเขยติดต่อไปยังคนทรงที่เคารพนับถือทางต่างจังหวัด ทั้งคนทรงอีกสองแห่ง
ก็บอกตรงกันว่า ลูกชายหมดอายุขัยแล้ว ไม่ประสบอุบัติเหตุทางรถก็ต้องมาจากไปทางน้ำ ตอนนี้หมดลมหายใจไปแล้ว จะพบร่างภายใน2-3ชั่วโมงซึ่งศพติดอยู่บริเวณตอม่อใต้สะพาน ทั้งญาติและชาวบ้านช่วยกันค้นหาแต่ก็ไม่พบ จึงจุดธูปบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เปิดทางช่วยให้พบร่างของลูกชาย เชื่อมั่นในการทายทัก ได้แต่เฝ้ามอง กระทั่งเวลา15.20น.ของวันนี้ขณะที่ญาติๆเพื่อนๆนั่งรอกันอยู่บนศาลาริมคลอง นางสาวสิริพร ทิมสวัสดิ์ อายุ20ปี เป็นพี่สาวของภรรยานายชานนท์ฯ บอกว่าเห็นร่างของน้องเขยโผล่ขึ้นมาต่อหน้าต่อตา เพราะตนตั้งใจจ้องมองอยู่ ซึ่งร่างได้เข้าไปติดอยู่ในซอกตอม่อใต้สะพานห่างจากจุดที่จมไปประมาณ500เมตร ชาวบ้านจึงนำเรือไปลากศพขึ้นมา ผู้เป็นแม่ร้องไห้จนเป็นลมล้มพับโอบกอดศพลูกชายพร่ำพรรณาว่า "ชานนท์ลูกแม่ หนูไม่รักแม่ใช่ไหม หนูทิ้งแม่ไปทำไม ไม่มีอีกแล้ว ไม่มีลูกชายให้แม่กอดอีกแล้ว" ผู้เป็นพ่อ พี่สาว ภรรยาและญาติๆ ร้องไห้กันระงมกับการสูญเสียอย่างกระทันหัน ตามความเชื่อของชาวบ้านบอกว่าบริเวณดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำแล้วเข้าไปติดอยู่ใต้ตอม่อมาแล้วหลายชีวิต คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องของตัวตายตัวแทน ทางครอบครัวไม่ติดใจสาเหตุในการเสียชีวิต ขอรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา จากเหตุสลดหลายครั้งที่ผ่านมา แม้จะมีป้ายประกาศเตือนแต่ด้วยความคุ้นเคยของคนพื้นที่ หาสัตว์น้ำกันเป็นประจำถึงจะว่ายน้ำเก่งแต่ก็พลาดได้ จึงอยากให้ระมัดระวังกันมากขึ้น
นายชูชาติ / ภาพ นางสาวชุติมา / ข่าว ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดสมุทรสาคร
