- 21 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 21 มิถุนายน 2561 ชาวบ้านหมู่ 9 บ้านบึงเจริญ ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ได้ร่วมตัวนำแผ่นป้ายไวนิล ไปติดทางเข้าออกริมถนนสายเข้าเขตอนุรักษ์ห้วยขาแข้ง ใกล้ที่บริเวณจุดตรวจจุดสกัดทางแยกทุ่งแฝก ในพื้นที่ทุ่งแฝก หมู่ 9 บ้านบึงเจริญ ซึ้งเป็นพื้นป่ากั้นชนติดแนวเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งโดยข้อความในแผ่นป้ายเขียนว่า ได้โปรดคืนพื้นที่ทำกินให้เราเถอะ"ชาวบ้านจะอดตายอยู่แล้ว"
ก่อนหน้านั้นเมื่อ วันที่ 9 พฤษภาคม 2561นายแมนรัตน์ รัตนสุคน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ อ.ส.จังหวัด และ อ.ส.อำเภอลานสัก พร้อมเจ้าหน้าที่ป่า อ.น.8 ได้นำเสาคอนกรีตไปว่างปิดทางเข้าออกนาไร่ของชาวบ้านที่เข้าไปทำนา ทำไร่ ในพื้นทุ่งแฝก จำนวน 5 จุด สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านหลังจากที่ชาวบ้านต่างทราบข่าว ได้มีชาวบ้านหมู่ 9 และ 10 มาร่วมตัวกัน ที่บริเวณจุดตรวจจุดสกัดทางแยกทุ่งแฝก บนถนนเข้าเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและขอพบกับ นายแมนรัตน์ รัตนสุคธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เพื่อขอพูดคุย แต่พอนายแมนรัตน์ รัตนสุคธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พอทราบข่าวว่าชาวบ้านมาร่วมตัวกันเป็นจำนวนมากจึงขึ้นรถตู้ออกไป จึงสร้างความไม่พอใจกับชาวบ้านเป็นอยากมาก เพราะไม่มีคำอธิบายอะไรจากผู้ว่าราชการเลย
ย้อนไป 8 พฤษภาคม 61 โดยนายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า ระดับจังหวัด ครั้งที่ 1/2561 ณ ห้องประชุมสะแกกรัง ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี พร้อมแจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า ระดับจังหวัด ตามคำสั่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าแห่งชาติ และคำสั่งจังหวัดอุทัยธานี ให้ชาวบ้านที่เข้าไปทำมาหากินในพื้นทุ่งแฝกจำนวน 18 ราย ให้ออกจากพื้นที่ โดยจะให้ชาวบ้านไปอยู่ตามที่ทางจังหวัดอุทัยธานีจัดสรรที่ทำกินให้พื้นที่สวนป่าห้วยระบำในเขตปฏิรูปที่ดิน จำนวนคนละ 5 ไร่
ด้านนายบัวผัน หาญเชิงชัย อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 194 / หมู่ 9 บ้านบึงเจริญ ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานีเปิดเผยว่า พื้นที่ทุ่งแฝกจำนวน 256 ไร่ พื้นที่ส่วนมากนั้นเป็นพื้นที่ทำนาซึ่งทางเจ้าหน้าที่ป่าไม่ได้เข้ามาปรับพื้นที่ทำนาในโครงการนาแลกป่า ลุ่มน้ำสะแกกรัง ที่ 2 ซึ่งเป็นพื้นที่นามากกว่าพื้นที่ดอน ทางจังหวัดอุทัยธานีเข้าต้องการพื้นทุ่งแฝกไปทำอะไรตนเองก็ไม่ทราบ หลังจากนั้นได้มีคำสั่งผู้ว่าราชการมาเมื่อวันที่ 30 ไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปทำประโยชน์ในพื้นที่ จำนวน 256ไร่ ซึ่งชาวบ้านก็ไม่เข้าไป ชาวบ้านก็รอคำสั่งของศาลปกครองชี้ขาด โดยได้ไปร้องเรียนกับปกครองนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 27 มี.ค.61 หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 12 มิ.ย 61ชาวบ้านได้ยังศาลปกครองที่นครสวรรค์อีกครั้ง เพื่อเรียกร้องให้ศาลปกครองคุ้มสิทธิ์โดยขอเข้าไปทำมาหาเก็บผลผลิตภายในไร่ และนาออกมาก่อนเนื่องจากเป็นฤดูทำมาหากิน เพื่อรอศาลปกครองตัดสินไม่ว่าจะออกแบบไหนชาวบ้านก็ยอมรับการตัดสิน ปัจจุบันนี้เนื่องจากชาวบ้านเข้าไปทำมาหากินในพื้นที่ทุ่งแฝกเก็บผลผลิตไม่ได้เพราะจะโดนเจ้าหน้าที่จับ ทางชาวบ้านเป็นหนีเป็นสิน กับ ธกส ไว้มากมายโดยผู้ว่าราชการจะให้ชาวบ้านย้ายออกจากพื้นที่อย่างเดียว แต่ไม่เคยส่งเจ้าหน้าที่มาสอบถามชาวบ้านในพื้นว่าเป็นหนีเป็นสินกับการทำนา ทำไร่ คนละหลายแสนบาท สร้างความกดดันให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก ซึ่งบ้างรายนั้นถึงกับเครียด ไปขอพบนายกรัฐมนตรี ที่มานครสวรรค์ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ห้ามไม่ให้เข้าพบจึงไม่ได้เล่าเรื่องให้นายกตู่ฟัง ชาวบ้านบ้างรายเครียดเพราะหนังสือทวงถามหนี้สินจากธนาคารหรือที่กู้ยืมซื้อปุ๋ยและยาเริ่มมาทวง บางรายถึงกับจะกระโดดให้รถชนตาย
ก่อนหน้านั้นก็ได้มีหน่วยงานเข้ามาประชุมชี้แจ้งกับชาวบ้านว่าจะพื้นที่ ที่ทุ่งแฝกคืน และชาวบ้านก็ได้คัดคานมาตลอด และไม่เห็นด้วยกับการขอคืน เพราะชาวบ้านได้ทำกินมานาน กว่า 30 ปี และมีการร่วมมือกับหน่วยงานราชการป่าไม้ กับโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการเช่นนาแลกป่า ลุ่มน้ำสะแกกรัง ที่ 2 การสร้างฝายในเขตป่าสงวนแห่งชาติมาตลอดโดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อน.11 (ทุ่งโพ) มาเป็นผู้ดูแล และได้นำรถไถนามาปรับสถานที่ให้ชาวบ้านทำนาในพื้นทุ่งแฝก มาหลายปีแล้ว
มาถึงวันนี้ ชาวบ้านทุ่งแฝก ขอให้ผ่อนปรนเข้าไปเก็บพืชไร่เพื่อนำไปขายนำเงินไปใช้หนี้สิน เพราะว่าจะอดกันจริงๆขอวิงวอนผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ช่วยเปิดทางเข้าพื้นที่ทุ่งแฝกเพื่อปากเพื่อท้องของชาวทุ่งแฝก
ภาพ/ข่าว นันทศักดิ์ วัฒนพานิช ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อุทัยธานี
