- 23 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณี นางยุคล สุขมาก อายุ 47 ปี และ นายสุนทร สุขมาก อายุ 46 ปี ชาวบ้านห้วยเหรียง ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นพ่อและแม่ของ นายดนุเดช หรือน้องช้าง สุขมาก อายุ 17 ปี (ขณะนั้น) ที่ถูกกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงจนเสียชีวิต จนเป็นนักโทษเด็ดขาด และได้รับโทษประหารชีวิต มีการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ให้เร่งรัดจับตัวผู้ร่วมก่อเหตุที่หลงเหลืออยู่ อีก 1 คน มาดำเนินคดีนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 23 มิ.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.เมืองตรัง เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีดังกล่าว ที่ถูกตั้งขึ้นมาเป็นชุดเฉพาะกิจ ร่วม 10 นาย ได้ทำการสืบสวนสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องกันอย่างเร่งด่วน เพื่อหาข้อมูลและหลักฐานตามจับกุมคนร้ายที่ร่วมกันฆ่าและยังหลงเหลืออยู่มาดำเนินคดี ส่วนเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้มีคำสั่งให้ลงพื้นที่หาข้อมูลและประจักษ์พยานหลักฐานเพื่อเติมตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง อีกทั้งมีการติดตามตัวผู้ต้องสงสัย เพื่อล่าตัวคนร้ายมารับโทษตามกฎหมายอย่างเร็วที่สุด
พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง ในฐานะหัวหน้าชุดทำงานคลี่คลายคดี เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางชุดคลี่คลายคดี ได้เรียกตัวผู้เสียหายมาสอบสวนเพิ่มเติม ก็สามารถได้ข้อมูลมาส่วนหนึ่ง จากข้อมูลเดิมที่ได้มาจากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เมื่อ 6 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งมีประโยชน์เป็นอย่างมากในการทำงาน ตอนนี้เรามีพยานอยู่แค่คนเดียว คือแฟนสาวของผู้ตายที่อยู่ในช่วงเกิดเหตุ ก็ยังคงยึดพยานในส่วนนี้เป็นหลักไว้ โดยข้อมูลในส่วนนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยลงลึกไปได้ขอให้ตำรวจได้ทำงานก่อน
พ.ต.ท.ประเสริฐฯ เผยต่อไปว่า ส่วนประเด็นที่มีบุคคลมาโพสต์ผ่านเฟสบุ๊ค ว่าอยู่ในที่เกิดเหตุเวลานั้นและยืนยันว่าคนร้ายที่โดนศาลสั่งเป็นนักโทษเด็ดขาดและโดนประหารชีวิตนั้นเป็นแพะรับบาป ไม่ได้เป็นคนร้ายตัวจริงนั้น ขณะนี้ได้รับรายงานมาแล้ว มีการสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนทำการตรวจสอบ ถ้าหากตรวจสอบเป็นจริงตามที่กล่าวมาและเป็นประโยชน์ต่อการจับกุมคนร้ายที่ยังหลบหนีอยู่มาได้ ก็จะเรียกมาสอบสวนเพื่อนำเข้าในสำนวนคดีได้ แต่ในขณะนี้ยังไม่พบตัวผู้ที่โพสต์เฟสบุ๊คแต่อย่างได สำหรับแนวโน้มที่จะสาวถึงตัวคนร้ายที่เหลือก็ยังมีความหวังอยู่
พ.ต.ท.ประเสริฐฯ เผยอีกว่า เราได้ใช้ประจักษ์พยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ 1 คนเป็นหลัก ที่จะเดินไปยังหลายๆจุด เพื่อหาตัวผู้ต้องสงสัย และนำมาพิสูจน์กับพยานหลักอีกครั้งหนึ่ง โดยอยู่ระหว่างการประสานพยานในที่เกิดเหตุเพื่อนำมาสอบสวนซึ่งตอนนี้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ และอีกประเด็นที่มีการสมัครเฟสบุ๊คเพื่อปลอมแปลงเป็นของ พล.ต.ต.สมพงษ์ ทองใบ ผบก.ภ.จว.ตรัง และมีการโพสต์ว่าการจับแพะมาประหารนั้นเป็นเรื่องจริง ตอนนี้มีข้อมูลมาบางส่วนแล้ว ได้มีการสั่งการให้ตรวจสอบและสั่งให้ล่าตัวเพื่อนำมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน ถ้าหากเป็นการนำข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจจะมีความผิดเข้าข่าย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดหมิ่นประมาทร่วมด้วย แต่ส่วนใหญ่ได้ลบบัญชีผู้ใช้งานและลบโพสต์ในเฟสบุ๊คบางส่วนออกไปบ้างแล้ว ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.
ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดตรัง
