- 25 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 11 ชุมชนโนนสำราญ ต.หญ้าปล้อง อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นางทองคำ ไชยชาญ อายุ 75 ปี ได้เชิญประชุมแกนนำกลุ่มชาวบ้าน ซึ่งเป็นตัวแทนจาก 8 หมู่บ้านประกอบด้วย บ้านโนนแย้ บ้านโนนหล่อ บ้านโนนแดง บ้านเพียนาม ม.9 บ้านเพียนาม ม.3 บ้านโนนสำนัก ชุมชนโนนสำราญ ชุมชนกุดหวาย ในเขต 2 ตำบลคือ ต.หญ้าปล้องกับ ต.หนองไผ่ อ.เมืองศรีสะเกษ อยู่ในเขตสาธารณะประโยชน์โนนป่ายาง มีชาวบ้านอาศัยอยู่ประมาณ 20,000 คน ซึ่งได้มีการเรียกร้องขอที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยมานานหลายสิบปีแล้ว แต่ว่าไม่มีความเคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ชาวบ้านแต่อย่างใด โดยชาวบ้านได้อยู่อาศัยทำกินบนที่ดินผืนนี้มานานหลายชั่วอายุคนแล้ว และต่อมาปี พ.ศ.2468 ทางราชการได้มีการประกาศให้บริเวณที่ชาวบ้านอาศัยอยู่ที่เป็นที่ดินทำกินให้เป็นที่สาธารณประโยชน์ โดยระบุว่ามีเนื้อที่ 4,125 ไร่ แต่ว่าเมื่อชาวบ้านร้องขอเอกสารสิทธิ์ที่ดิน และทางราชการได้มีการออกมาตรวจสอบที่ดิน ปรากฏว่า โนนป่ายางมีที่ดินเหลือเพียง 1,531 ไร่ เท่านั้น ซึ่งกลุ่มชาวบ้านคาดว่าข้อมูลเนื้อที่ของที่ดินอาจจะคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
นางทองคำ ไชยชาญ อายุ 75 ปี แกนนำชาวบ้าน กล่าวว่า พวกตนไม่ยอมรับว่า พื้นที่ 4,125 ไร่ เป็นที่สาธารณะประโยชน์ เพราะว่า ชาวบ้านทำมาหากินบนผืนแผ่นดินโนนป่ายางนี้มานานกว่า 150 ปีแล้วแต่ไม่เคยมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เนื้อที่ 4,125 ไร่นี้ มีพื้นที่ดินติดต่อที่ใด กว้างยาว มากน้อยเพียงใด และอยู่ตรงไหนในเขต อ.เมืองศรีสะเกษ ซึ่งชาวบ้านทั้ง 8 หมู่บ้านได้เข้ามาอาศัยทำกินในเขตโนนป่ายางมาก่อน ปี 2468 มีพยานบุคคลที่มีชีวิตอยู่คือ นางสี วงศ์แจ้ง อายุ 95 ปี เกิดปี พ.ศ.2466 และ ที่เสียชีวิตไปแล้วคือ นายสร้อย น้อยมิ่ง เกิดปี พ.ศ.2413 นางปลิง สาลี เกิดปี 2445 เป็นต้น โดยชาวบ้านทุกคนทำมาหากินอย่างสงบสุข แต่ต่อมาทางราชการกลับมาขีดเส้นเอาที่ดินของชาวบ้านไปเป็นที่สาธารณะประโยชน์ ซึ่งน่าจะเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง อีกทั้งหาว่า ชาวบ้านบุกรุกที่สาธารณประโยชน์โนนป่ายาง จะไปกล่าวหาว่าชาวบ้านบุกรุกได้อย่างไร ในเมื่อโนนป่ายางเป็นแผ่นดินเกิดของชาวบ้านมาตั้งแต่ปี 2413 แล้ว ก่อนที่จะมีกฏหมายออกมาบังคับชาวบ้านอยู่แบบนี้
นางทองคำ แกนนำชาวบ้านกล่าวต่อไปว่า จากหลักฐานของทางราชการระบุว่า โนนป่ายาง มีเนื้อที่ 4,125 ไร่ ชาวบ้านไม่รู้เลยว่า อยู่ตรงจุดใด อีกทั้งพื้นที่บางส่วนมีการแอบออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินไปบ้างแล้ว ซึ่งล่าสุดทางราชการได้มีการวัดที่ดินโนนป่ายางแล้ว ปรากฏว่ามีเนื้อที่เพียง 1,531 ไรเท่านั้น ที่ดินหดหายไปไหน จำนวนมากถึง 2,594 ไร่ ทั้งที่มีหลักฐานทางราชการชัดเจน พวกตนเคยยื่นเรื่องทวงสิทธิ์เพื่อขอที่ดินกินโนนป่ายางที่ทำกินมานานหลายชั่วอายุคนแล้วแต่ว่าไม่มีการแก้ไขปัญหาช่วยเหลือแต่อย่างใด กลับบ่ายเบี่ยงและจะอ้างกฏหมายมาบีบบังคับชาวบ้านให้ต้องหนีไปจากบ้านที่อาศัยอยู่แต่สมัยปู่ย่าตายาย พวกตนจะต่อสู้จนถึงที่สุด และขอความเมตตาจาก ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีขวัญใจประชาชนผู้ยากไร้ทั้งแผ่นดิน ได้กรุณาสั่งการลงมาเพื่อให้การช่วยเหลือชาวบ้านโนนป่ายางทั้ง 8 หมู่บ้าน 2 ตำบล กว่า 20,000 คน โดยด่วนด้วย ซึ่งพวกตนทั้งหมดจะพากันเคลื่อนไหวใหญ่ไปติดตามความคืบหน้าของการเรียกร้องที่ดินทำกินกับ นายธวัช สุระบาล ผวจ.ศรีสะเกษและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในเร็ว ๆ นี้
ภาพ/ข่าว ชยงค์ มณีพันธุ์เจริญ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ศรีสะเกษ
