- 26 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
*กรณี เมื่อวันที่ 23มิ.ย.นายสุเทพ สุริยะ หน.หน่วยอนุรักษ์ครองครก เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ อภิวัฒน์ ภู่สุข รอง.สว.(สอบสวน) ร้อยเวร สภ.เเก่งหางแมว จ.จันทบุรี ว่าพบซากกระทิงถูกคนร้ายใช้ปืนลูกซองยิงตายในป่าต้นน้ำเขาปอ หมู่17ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี จากการตรวจสอบพบซากกระทิงเพศผู้อายุ8-10ปี น้ำหนัก 300-400กิโลกรัม บริเวณสันหลัง สะโพกและโคนขาถูกชำแหละเนื้อกระทิงออกไป ในที่เกิดเหตุ จนท.ตรวจพบปลอกกระสุนปืนลูกซอง เบอร์12ตกอยู่ห่างจากซากกระทิงประมาณ20เมตร จำนวน2ปลอก
นอกจากนี้ยังพบร่องรอยการผูกห้างสำหรับนายพรานใช้นั่งซุ่มยิงสัตว์ และห่างออกไป 1กิโลเมตร และขณะ จนท.ป่าไม้ลาดตระเวน พบชาย3คน แบกถุงปุ๋ยข้างในมีเนื้อกระทิง 3ถุง เมื่อเห็น จนท.ได้ทิ้งถุงแล้วหลบหนีไป จึงตรวจยึดชั่งน้ำหนักรวม 135กิโลกรัม ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น ล่าสุด...เมื่อเวลา13.30น.วันที่ 26มิ.ย. ที่ สภ.แก่งหางแมว นายวิทูรัช ศรีนาม ผวจ.จันทบุรี พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี พ.ต.อ.พรรษา โกศลานันท์ ผกก.สภ.แก่งหางแมว พล.ร.ท.ศังกร พงษ์ศิริ ผบ.กปช.จต. พ.อ.จักรพงษ์ ศรีสุวรรณ์ รอง เสธฯมลฑลทหารบกที่19 นายสุเทพ สุริยะ หน.หน่วยอนุรักษ์คลองครก นายเดช จินโนรส นายก อบต.ขุนซ่อง จนท.ฝ่ายปกครอง ร่วมกันแถลงข่าวมอบตัวนายรุ่งโรจน์ หรือติ๊ด โพธิขำ อายุ24ปี116หมู่17ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ผู้ต้องหาในคดีผู้ต้องหาคดี”ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและนำพาอาวุธเข้าไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและกรณีไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนแก่พฤติกรรม”
โดยนายรุ่งโรจน์ หรือติ๊ด ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพกับ จนทตำรวจ ว่าเป็นคนใช้ปืนลูกซองที่ จนท.ยึดได้ ยิงกระทิงตายจริง โดยเหตุเกิดคืนวันที่ 20มิ.ย.เวลาประมาณ2ทุ่ม ได้เอาปืนลูกซองของ นายสวัสดิ์ โพธิ์ขำ อายุ 56ปี ผู้เป็นพ่อไปเที่ยวป่าเพียงลำพัง ขณะนั่งห้างอยู่นั้นได้มีกระทิงเดินผ่านมาพอดีจึงยิงใส่ไป2นัด จนล้มตายแต่เอาออกมาไม่ไหว จึงกลับมาบ้านรอจนสายของอีกวัน พบชาวกัมพูชา2คน มาขอกรีดยางพาราจึงวานให้ไปช่วยชำแหละเนื้อกระทิงเพื่อต้องการแล่เนื้อมาเป็นอาหาร แล้วจะหางานให้ทำ ขณะที่กำลังแบกถุงใส่เนื้อเดินกลับได้ยินเสียงรถยนต์ของ จนท.ป่าไม้กลัวจะมีความผิดจึงทิ้งถุงแล้วแยกย้ายกันหลบหนี ตนหลบหนีไปพักอยู่กับญาติที่ จ.อุตรดิตถ์ แต่ภายหลังทนแรงกดดันจากพ่อไม่ไหวและสำนึกผิดจึงให้พ่อพาเข้ามอบตัวดังกล่าว จนท.ตำรวจจึงควบคุมตัวไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ ส่วนชาวกัมพูชาทั้ง2จนท.จะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป.
ภาพ/ข่าว ไพโรจน์ อนุ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.จันทบุรี
