- 26 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 26 มิถุนายน 2561 นักศึกษาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตรัง สถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคใต้ นำผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านพักหลังวิทยาลัยฯซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของ ลุง ป้า 4 พี่น้อง คือ น.ส.นงนุช นายเสด็จ น.ส.อารณี และ นายพิพัฒน์ สงศรี อายุ 63 ,60 , 59 และ 53 ปีตามลำดับ ที่อาศัยอยู่ด้วยกันอย่างยากลำบาก ด้วยสภาพบ้านที่ชำรุด ทรุดโทรม มิหนำซ้ำ มี 2 คนมีอาการป่วยทางสภาพจิตใจและสมอง แต่ยังคงมีอีก 2 คนที่ใจยังสู้ พร้อมจะดูแล ซึ่งเป็นภาพที่รันทดจิตใจของผู้พบเห็นยิ่งนัก ด้วยพื้นที่ในบ้านมี 2 ห้องนอน ที่ถูกกันด้วยไม้กระดานเก่าๆ ไม่มีประตู มีห้องน้ำ ที่มีกลิ่นเหม็น ห้องครัว มีเตาถ่านไว้หุง อาหาร และทั้งบ้านมีไฟฟ้าแสงสว่างเพียงดวงเดียว ที่นอนมีเพียงเสื่อ หมอนหนุน ที่หมดสภาพไปหมดแล้วทุกอย่าง เครื่องใช้ในบ้านมีผู้บริจาคมาทั้งสิ้น ทุกคนต้องอยู่ให้ได้ โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ
นายพิพัฒน์ ฯ น้องคนเล็กที่สุดของบ้าน เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเอง พร้อม พี่ๆ อีก 3 คนย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้เมื่อประมาณ 6 ปีก่อน หลังจากแม่เสียชีวิตลง ที่ดินและสมบัติทุกอย่างถูกขายไปจนหมดสิ้น แต่โชคยังดีที่บรรพบุรุษคือ ผู้เป็นตาคือ ขุนสิทธิ์ ชัยภักดี ได้เคยบริจาคที่ดินบริเวณนี้จำนวน 85 ไร่ ให้กับวิทยาลัยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตรัง สถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคใต้เพื่อสร้างเป็นสถาบันการศึกษาจนถึงปัจจุบัน
ครอบครัวนี้มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน 11 คน แต่เสียชีวิตไปแล้ว 6 คน เลือกมีชีวิตอยู่ 5 คน แต่ 1 คนหายสาบสูญไป เหลือเพียงตนเองและพี่ๆ อีก 3 คนที่ยังคงอยู่ด้วยกัน และทุกคนต่างไม่มีครอบครัว แต่มีพี่สาวและพี่ชาย 2 คนที่ป่วยคาดว่าเป็นโรคทางสมองและไม่เคยมีโอกาสตรวจได้รักษาเพราะยากลำบากในการเดินทาง เนื่องจากบ้านที่พวกตนได้อาศัยอยู่หลังนี้ เป็นบ้านพักข้าราชการของวิทยาลัยฯ ที่มีสภาพเก่าและทรุดโทรมอย่างหนัก อีกทั้งอยู่ท้ายด้านหลังวิทยาลัยฯ ระยะทางจากบ้านออกไปในเมืองมีระยะทางประมาณ 7 กม.นางสาวนงนุช หรือ ป้าเอียด พี่สาวตนก็จะต้องเดินเท้าไป-กลับ วันละ 14 กม.ทุกวันเพื่อเอาของไปขายที่หาได้ เช่น มะพร้าว เศษยาง (ในสวนยางฯที่วิทยาลัยฯปลูกไว้) และผักที่ปลูกไว้ข้างๆบ้านไปขาย เพื่อนำเงินที่วันละ 30-40 บาท (บางวันและบางวันก็ไม่มี) ซื้ออาหารมาให้ได้กินกันทั้งบ้าน ทางวิทยาลัยฯ ก็ช่วยเหลือให้ทุกคนได้พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ แบบฟรี ยกเว้น ค่าน้ำ ค่าไฟ และช่วยเลือกข้าวสาร อาหารบ้าง ตามอัตภาพ ซึ่งพวกตนเองก็ไม่เคยเรียกร้องอะไร เขาให้อยู่ก็อยู่ไป เวลาฝนตกหลังคาบ้านก็รั่ว น้ำก็ไหลเข้าบ้าน อยู่บ่อยๆ
ตนเองกับพี่สาวซึ่ง เป็นผู้ที่แข็งแรงและมีกำลังมากที่สุดในบ้านก็ช่วยกันดูแล พี่น้องที่กำลังป่วยด้วยโรคทางสมอง เท่าที่จะทำได้ โดยตนก็ปลูกผัก หาของแล้วให้พี่สาวเดินไปขายเป็นแบบนี้ทุกวัน จนบางครั้งก็นึกน้อยใจในโชคชะตาตัวเอง ก็มีการระบายเขียนความในใจไว้ข้างฝาบ้าน เพราะตนเองพอมีความรู้เรียนนักเรียนจบ ระดับ ปวช.3 ที่วิทยาลัยเกษตรฯแห่งนี้ ก่อนหน้านี้ก็เคยทำงานเป็นลูกจ้างที่บ่อกุ้ง ที่ อ.กันตัง จ.ตรังแต่เขาก็เลิกกิจการไป ก็กลับมาอยู่กับพี่น้องจนถึงปัจจุบัน แต่ก็มีกำลังใจพยายามมองคนที่เจอปัญหาหนักกว่าพวกตน แต่ทุกคนก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ แต่ก็อยากให้มีผู้ที่มีจิตจะช่วยเหลือ ช่วยมาซ่อมแซมบ้านให้หน่อย หลังคารั่วหนักมากเพราะไม้กระดานเริ่มผุพัง และช่วยติดไฟฟ้าให้อีกด้วย ก็จะดีมากแล้ว ส่วนอาชีพ ตนเองอยากปลูกผัก ทำเกษตร เพราะชอบและพอมีความรู้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีทุนไปทำอะไรได้
ด้านนางสาวนงนุช หรือ ป้าเอียด พี่สาวคนโต ก็กล่าวว่า ก็คนจะมาพาน้องๆตนไปอยู่ที่อื่น บ้านพักคนชราบ้าง แต่ตนก็ไม่อยากให้ไป เพราะแม่สั่งเอาไว้ว่าให้ตนเองดูแลพี่น้องทุกคน ถึงจะอยากดีมีจนก็อยากให้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ไม่อยากให้จากไปไหน ตนเองยังมีแรง ยังเลี้ยงน้องๆไหว
ด้านนายเกียรติศักดิ์ บัวดำ ประธานชมรมพืชศาสตร์ วิทยาลัยเกษตรฯ กล่าวว่า พวกตนเองก็เห็นครอบครัวนี้ลำบากมากๆ ก็พยายามหามะพร้าว หรือ อะไรก็ได้ที่คิดว่าพอจะนำไปขายเป็นเงินได้ก็นำมาให้เป็นประจำ ก็อยากให้มีคนเข้ามาช่วยเหลือดูแลครอบครัวนี้ อย่างน้อยก็ให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้
สำหรับผู้ที่มีจิตอยากช่วยเหลือครอบครัวนี้ สามารถบริจาคได้ที่ บัญชีเลขที่ 010572738425 ชื่อบัญชี นายพิพัฒน์ ส่งศรี เพื่อนายเสด็จ ส่งศรี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาตรัง
ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดตรัง
