- 27 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
คืบหน้าชาวประมงพื้นบ้านกว่า 100 คนร่วมกันขอชะลอการรื้อถอนเพิงพักบนชายหาดบ้านปากคลองคันธุลีอำเภอท่าชนะกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านสร้างขึ้นเพื่อเฝ้าดูแลเรือที่จอดอยู่ในบริเวณชายหาดและในปากร่องน้ำเพื่อป้องกันโจรเข้าลักอุปกรณ์ทำการประมง ล่าสุดเช้าวันนี้ทางเจ้าท่าสุราษฎร์ธานีได้สนธิกำลังทหารตำรวจฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ป่าไม้กว่า 50 นายเข้ารื้อถอน ผลการเจรจาทางเจ้าหน้าที่ยินยอมชะลอการรื้อถอนไปอีก30วันเพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มชาวบ้านหาพื้นสร้างเพิงพักในที่แห่งใหม่ ด้าน คสช.จังหวัดเดินหน้าตรวจการบุกรุกครอบครองพื้นที่ป่าชายเลนและการออกเอกสารสิทธิถูกต้องหรือไม่ตามคำร้องเรียนจากชาวบ้าน
จากกรณีชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่บ้านปากคลองคันธุลี หมู่ที่ 2 ต.คันธุลี อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 100 คนได้รวมตัวพร้อมป้ายข้อความเรียกร้องข้อความเป็นธรรมผ่านผู้สื่อข่าวไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีและ พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าเจ้าท่าจังหวัดสุราษฎร์ธานีดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างลำเอียง ที่จะเข้ารื้อถอนเพิงพักที่สร้างอยู่บริเวณชายหาดบ้านปากคลองคันธุลี ที่กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านได้อาศัยหลบแดดบังฝนไว้เฝ้าดูแลเรือที่จอดในบริเวณชายหาดและในคลองปากร่องน้ำ เพื่อป้องกันถูกกลุ่มคนร้ายแอบเข้ามาลักอุปกรณ์ทำการประมงที่อยู่ในเรือ โดยชาวบ้านระบุว่า ถูกนายทุนอิทธิพลเข้ามาครอบครองพื้นที่ขับไล่ชาวบ้านที่อยู่อาศัยเดิม และนายทุนคนดังกล่าวได้ใช้เครื่องจักรกลหนักเข้าทำการปรับพื้นที่และโค่นล้มป่าโกงกางที่อยู่อย่างหนาแน่นบริเวณริมปากร่องน้ำออกจนหมด จึงเรียกร้องขอให้ทางการเร่งตรวจสอบเหตุการตัดโค่นต้นโกงกางและดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับนายทุนดังกล่าว พร้อมขอให้ทางเจ้าหน้าที่ชะลอการรื้อถอนเพิงพัก หากจะรื้อถอนก็ขอให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคไปตลอดแนวชายฝั่งที่มีระยะทางยาวกว่า 100 กิโลเมตร
คืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา10.00 น.วันนี้(27 มิ.ย.) พลตรี ทรงพล สุมนาวดี รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุราษฎร์ธานีนายพิเชฐ สุดเดือน เจ้าท่าจังหวัดสุราษฎร์ธานีนายวิสูตร อิทรกำเนิด นายอำเภอท่าชนะ นายสุมานพ แจ้งใจ ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรป่าเลนที่ 13 พ.ต.อ.ทักษิน ศิริโภคพัฒน์ ผกก.สภ.ท่าชนะ พ.ต.กิติศักดิ์ กาลเศรณี ผบ.ชป.รส.บก.ควบคุม มทบ.ที่45 ค่ายวิภาวดีรังสิต พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เกือบ 100 นาย ได้ลงพื้นที่เข้ารื้อถอนเพิงพักหรือขนำที่สร้างอยู่บนชายหาดจำนวน 9 หลัง ซึ่งกลุ่มชาวบ้านได้ยื่นข้อเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ชะลอการรื้อถอนออกไปก่อน เพื่อขอหาสถานที่สร้างเพิงพักให้แก่อดีตผู้ใหญ่บ้านที่อาสาเข้ามาดูแลป้องกันเหตุไม่ให้อุปกรณ์ของชาวประมงพื้นบ้านที่จอดเรืออยู่ในบริเวณนี้ถูกลักขโมยไป ซึ่งผลการเจรจาพูดคุยหาทางออกทางเจ้าท่าสุราษฎร์ธานีได้ชะลอการรื้อถอนออกไปอีก 30 วันตามคำร้องขอของชาวบ้าน และมีบางส่วนที่ทางชาวบ้านยินยอมให้ทางเจ้าหน้าที่รื้อถอนออกไปจำนวน 4 หลัง
พลตรี ทรงพล สุมนาวดี รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้กล่าวว่าการปฎิบัติการครั้งนี้ได้มีผู้ร้องเรียนไปยังสำนักงานเจ้าท่าจังหวัดสุราษฎร์ธานีว่ามีการบุกรุกพื้นที่ชายหาดในบริเวณนี้ จึงเข้าดำเนินการมีการแจ้งให้ชาวบ้านรื้อถอน เนื่องเป็นการกระทำความผิดกฎหมาย มีการปิดประกาศ จนมาถึงวันนี้เป็นวันกำหนดรื้อถอน ก็ได้เข้ามาพูดคุยกับชาวบ้าน ซึ่งทาง คสช.เองโดย พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีท่านเป็นห่วงชาวบ้านที่มีรายได้น้อย แต่ในขณะเดียวกันในทางรักษากฎหมายเราเองก็ต้องปฎิบัติมิฉนั้นชายหาดก็ถูกรุกล้ำต่อกันไปโดยไม่มีสิ้นสุด แต่วันนี้ได้มีการพูดคุยกันกับชาวบ้านและทางสำนักงานเจ้าท่าฯผู้กำกับและนายอำเภอเพื่อจะหาทางออกว่าหากรื้อถอนตรงนี้แล้วจะให้เขาไปอยู่บริเวณใด จึงได้ขยายเวลายังไม่รื้อถอนออกไปอีก 30 วัน โดยทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหาพื้นที่สาธารณะประโยชน์พอที่จะให้ชาวบ้านหรือชาวประมงอยู่อาศัยในการเฝ้าเรือและอุปกรณ์ทำการประมง หากไม่เฝ้ามันก็หาย โดยมอบหมายให้ทาอำเภอไปพิจารณาหาที่ที่จะพออนุโลมให้อยู่เป็นการชั่วคราวเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป ในส่วนชาวบ้านเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการบุกรุกป่าชายเลนและมีการออกเอกสารสิทธิครอบครองนั้นในเรื่องนี้ตนได้ขอให้นายอำเภอท่าฃนะตรวจสอบเอกสารสิทธิ นส.3ก. นส.3 และโฉนดทุกแปลงในบริเวณชายหาด ตามชาวบ้านร้องเรียนว่าเมื่อก่อนมีสภาพเป็นป่า ว่าเอกสารสิทธิได้มาถูกต้องหรือไม่หากพบว่าไม่ถูกต้องก็จะมีขบวนการฟ้องร้องยกเลิกเพิกถอนเพื่อนำพื้นที่กลับมาเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์เพื่อนำมาจัดสรรให้ชาวบ้านที่ยากไร้ทำกินต่อไป
ภาพข่าว ณัฐธิดา เริ่มฤกษ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
