- 29 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 29 มิ.2561พ.อ.พิเชษฐ์ หัสดีผง รองผบ.ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายและข้อสั่งการของ พล.ต.สนิธชนก สังขจันทร์ ผบ.พล.ร.9/ผบ.กองกำลังสุรสีห์ พ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผบ.ฉก.ลาดหญ้า/ผบ.ร.29 ให้หน่วยเพิ่มความเข้มงวด ในการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย ในพื้นที่ตามแนวชายแดน โดยเฉพาะการลักลอบขนสินค้าหนีภาษีอากรนั้น จึงสั่งการให้ ร.ต.อาคม มงคลนำ ผบ.มว.ลว.ที่ 1 ฉก.ลาดหญ้า ร่วมกับ ศุลกากร อ.สังขละบุรี, สภ.สังขละบุรี, ร้อย.ตชด.134 และ จนท.ฝ่ายปกครอง อ.สังขละบุรี เข้มงวดตรวจค้นสินค้าหนีภาษี ที่บริเวณจุดตรวจร่วมน้ำเกริ๊ก ถนนสายบ้านพระเจดีย์สามองค์-สังขละบุรี ต.หนองลู อ.สังขละบุรี
กระทั่งพบรถต้องสงสัย จำนวน 2 คัน วิ่งมาจากด้านบ้านพระเจดีย์สามองค์ ชายแดนไทย-เมียนมา เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อตรวจค้น มีนายเกรียงศักดิ์ บุญสมจิตต์ ขับรถยนต์ กระบะยี่ห้อ อีซูซุ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน บพ 8217 กาญจนบุรี จากการตรวจค้นพบหอมแขกพม่า กระสอบละ 8 กก. จำนวน 350 กระสอบ กระสอบละ 38 กก. จำนวน 20 กระสอบ ส่วนรถคันที่ 2 มี นายศราวุฒิ มักเชี่ยว ขับรถกระบะยี่ห้อ โตโยต้า สีบรอนซ์เทา ทะเบียน บพ 9539 สุพรรณบุรี ตรวจค้นพบหอมแขกพม่ากระสอบละ 8 กก. จำนวน 450 กระสอบ รวมจำนวนหอมทั้งสิ้น 7,160 กก. ตรวจสอบไม่มีเอกสารหลักฐานการนำเข้า โดยเป็นหอมที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเมียนมา โดยไม่ได้ผ่านการตรวจสอบเอกสาร และอนุญาตจากหน่วยงานความมั่นคง ในการนำเข้าสินค้าทางการเกษตร เข้ามาในประเทศไทย คิดเป็นมูลค่ากว่า3แสน ทำรัฐเสียหายกว่า 140,000 บาท
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเกรียงศักดิ์ และนายศราวุฒิ 2 ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับจ้างจากเจ้าของร้านตี๋รุ่ง ให้ไปขนหอมแดงพม่า จากบ้านพักใกล้หมู่บ้านพระเจดีย์สามองค์ เพื่อนำสินค้าไปส่งที่กรุงเทพฯ โดยหัวหอมที่บรรทุกในรถยนต์กระบะ ทราบว่ามีกลุ่มชาวเมียนมา นำหอมแขกลักลอบเข้ามาจากประเทศเมียนมา มาขายให้ในราคาถูก จากนั้นได้นำหอมไปเก็บไว้ที่บ้านพัก ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากชายแดนบ้านพระเจดีย์สามองค์ เพื่อรอการขนย้ายนำไปขาย แต่พอบรรทุกหอมมา ก็ถูกทหารจับกุมที่ด่านตรวจ ก่อนที่จะนำไปส่งลูกค้าในกรุงเทพฯ
เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจําหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจํานํา หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่า เป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามกฎหมาย หรือของที่ยังมิได้ผ่านกรรมวิธีศุลกากรโดยถูกต้อง เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย จึงได้ร่วมกันยึดของกลาง พร้อมทั้งนำตัวผู้ต้องหาทั้ง2 พร้อมหอมของกลาง820กระสอบน้ำหนัก 7,160 กก. ส่งด่านศุลกากรสังขละบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
พ.อ.พิเชษฐ์ หัสดีผง รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ กล่าวต่อว่า หัวหอมเถื่อนที่จับกุมได้นั้น มีการลักลอบนำเข้ามาตามแนวชายแดน เพื่อนำไปจำหน่ายยังหัวเมืองชั้นใน เช่นกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งเป็นสินค้าที่มีราคาดี และจะมีราคาสูงขึ้นเท่าตัว เมื่อส่งถึงปลายทางผู้รับ ทำให้มีผู้ลักลอบนำเข้าเป็นขบวนการ และจับกุมผู้กระทำความผิดได้อย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากชายแดนไทย-เมียนมา มีอาณาบริเวณกว้าง และมีช่องทางธรรมชาติมากมาย ที่ใช้หลีกเลี่ยงการถูกจับกุม ทำให้มีสินค้าเถื่อน หลุดรอดไปได้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะขบวนการค้าพืชไร่เถื่อน จึงเน้นย้ำกำลังพลให้มีการเข้มงวดกวดขัน การกระทำผิดกฎหมายทุกชนิด และร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเอกสารให้ถูกต้อง เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
วุฒิเดช ก้อนทองคำ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์จ.กาญจนบุรี
