- 29 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 29 มิ.ย.61 เวลา 11.45 น. ณ ด่านศุลกากรหนองคาย ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว (ขาออก) นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านสุกากรหนองคาย, นายสมบัติ ฆ้อนทอง หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ด่านศุลกากรหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่แถลงข่าวการจับกุมตัวนายขันธ์ สารสุวรรณ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1017 ม.21 ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี พร้อมรถยนต์ของกลางยี่ห้อเบนซ์ รุ่น E300 สีดำ หมายเลขทะเบียน กค 6688 หนองคาย ที่ซุกซ่อนธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ที่มัดเป็นมัดๆ มัดละประมาณ 100,000 บาท บรรจุอยู่ในถุงเงินจำนวน 22 ถุงๆ ละ 600,000 บาท, 1,200,000 บาท และ 1,800,000 บาท วางซุกซ่อนไว้ใต้พรมปูพื้นรถตรงที่วางเท้าด้านหน้าทั้งสองด้าน หลังรถ และท้ายรถ ตรวจนับได้ประมาณ 30,185,000 บาท ซึ่งกำลังจะขับรถข้ามยังไปฟังประเทศลาว แต่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจค้นและตรวจยึดได้เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันนี้ (29 มิ.ย.61)
นายนิมิต แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย กล่าวว่า จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรหนองคาย สืบทราบว่ามีขบวนการลักลอบนำเงินตรา (สกุลเงินบาทไทย)ออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้ติดตามเป็นกลุ่มที่ 2 หลังจากที่เคยจับกุมได้เมื่อช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา (จำนวน 98 ล้านบาท) โดยกลุ่มนี้มีพฤติการณ์นำเงินเหรียญตราสหรัฐจากประเทศลาวเข้ามายังราชอาณาจักรไทย แล้วก็นำมาแลกเงินตราสกุลเงินบาทไทย ตามธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ในจังหวัดหนองคายและจังหวัดอุดรธานี จากนั้นจะนำเงินตราไทยออกไป
สำหรับทะเบียนรถ กค 6688 หนองคาย เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามพฤติการณ์มาเกือบเดือนเศษแล้ว ผลปรากฏว่าสามารถตรวจยึดและจับกุมผู้กระทำความผิดได้ โดยมีการซุกซ่อนกระเป๋าเงินไว้ยังที่วางเท้าภายในรถเก๋งยี่ห้อเบนซ์ รุ่น อี 300 หมายเลขทะเบียน กค 6688 หนองคาย จำนวน 22 ถุง บรรจุเงินในถุงๆ ละประมาณ 600,000 บาท, 1,200,000 บาท และ 1,600,000 บาท รวมแล้วเป็นจำนวน 30,185,000 บาท โดยปกติแล้วขบวนการดังกล่าว จะวิ่งรถข้ามด่านสะพานไปประมาณ 1-2 เที่ยวต่อวัน ทั้งนี้ได้ทราบข่าวเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมาว่าในช่วงค่ำจะมีการนำเงินเข้ามาในพื้นที่จังหวัดหนองคาย ดังนั้นในช่วงเช้าของวันนี้ จึงมีการสกัดจับกุมจากการเฝ้าติดตาม
ในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การยอมรับว่า ได้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างที่ประเทศลาวและอ้างว่าจะนำเงินไปซื้อสินค้า ไปจ่ายค่าประกันการก่อสร้าง แต่ก็ยอมรับอีกว่าเงินส่วนหนึ่งซึ่งเป็นเงินส่วนใหญ่ ผู้ต้องหาได้รับจ้างขน แต่จะขนไปให้ใครนั้น ขอ ไม่อ้างชื่อ ซึ่งจะเป็นเรื่องของศุลกากรที่จะต้องขยายผลการจับกุมต่อไป
ทั้งนี้ทางศุลกากรเอง ก็มีรายชื่อกลุ่มขบวนการดังกล่าวอยู่ในมือระดับหนึ่งแล้ว และ ยืนยันว่าจะต้องจับกุมให้หมด และเหลืออีกกี่กลุ่มก็ต้องจับกุมให้หมดเช่นเดียวกัน ส่วนการดำเนินคดีนั้น ตาม พ.ร.บ.ควบคุมและเปลี่ยนเงิน เงินที่เกิน 2 ล้านบาท ทั้งหมดนั้นต้องยึดเป็นของกลางเป็นของรัฐสถานเดียว.
ภัทรวินทร์ ลีปาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดหนองคาย
